กฟผ. จัดงานสัมมนาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนมุมมองที่มีต่อโรงไฟฟ้าถ่านหิน หลายฝ่ายเห็นถึงความจำเป็นที่ไทยต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน แต่ต้องทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ

20150407-M01-01

          เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย” โดยมีนายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานคณะกรรมการ กฟผ. เป็นผู้กล่าวรายงาน และมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม B โรงแรม Centara Grand at Central Plaza Ladprao

          นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เรื่องพลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะทุกคนในประเทศต้องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งไฟฟ้ายังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนให้เจริญก้าวหน้า ดังนั้น หากวันนี้คนไทยยังไม่เห็นพ้องต้องกันในเรื่องของการเลือกใช้เชื้อเพลิง ประเทศไทยก็จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ยาก ซึ่งการสัมมนาในวันนี้ จะเป็นการแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็น แนวทาง ที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มจะได้มาทำความเข้าใจร่วมกันว่าเชื้อเพลิงถ่านหิน และเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด สามารถตอบโจทย์ 3A ที่กระทรวงพลังงานวางนโยบายในเรื่องพลังงานไฟฟ้าไว้ได้ คือ 1) ไฟฟ้าต้องมีความมั่นคง ไฟต้องไม่ตกไม่ดับ (Available) 2) ระดับราคาต้องมีมาตรฐาน ไม่แพงเกินไป (Affordable) 3) ระบบส่งไฟฟ้าต้องได้มาตรฐาน (Acceptable)

          “ขอให้ทุกกลุ่มทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์เพื่ออนาคตและเสถียรภาพความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของไทย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าว

          สำหรับเวทีเสวนา “การพัฒนาพลังงานไฟฟ้า บนเส้นทางของความร่วมมือ” ซึ่งผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย 1) ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน 2) นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. 3) ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล นักวิชาการอิสระและสื่อมวลชนอาวุโส 4) นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน 5) ผศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีนายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์ พิธีกรจากสถานี Thai PBS เป็นผู้ดำเนินรายการ

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ประเทศไทยต้องการไฟฟ้าเพื่อมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศซึ่งเติบโตขึ้นทุกปี กฟผ. จึงจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงให้กับพลังงานไฟฟ้า โดยที่ผ่านมาประเทศไทยมีการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนที่สูง มาในวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะลดสัดส่วนการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติลงและเพิ่มสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชนิดอื่น ซึ่งถ่านหินเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม เพราะมีอยู่เป็นจำนวนมากทั่วโลก และมีราคาที่เหมาะสม โดยปัจจุบันโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถดูแลและควบคุมการผลิตจนไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประเทศต่างๆ ทั่วโลก อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย จึงเลือกที่จะนำโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดมาเป็นโรงไฟฟ้าฐานเพื่อสร้างความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้าภายในประเทศ

20150407-M01-02

          “อยากให้สังคมไทยเปิดใจรับโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด และร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ กฟผ. พร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าว

          ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันไทยพึ่งพาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติมากเกินไป ส่งผลทำให้ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะหมดลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งปรับสมดุลพลังงาน ด้วยการกระจายเชื้อเพลิง ซึ่งถ่านหินถือเป็นเชื้อเพลิงอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นอย่างดี เพราะมีอยู่เป็นจำนวนมากและมีราคาที่เหมาะสม ซึ่งหากประเทศไทยเริ่มกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงตั้งแต่วันนี้ ก็จะทำให้นโยบาย 3A ของกระทรวงพลังงาน เป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า อันจะส่งผลทำให้พลังงานไฟฟ้าภายในประเทศมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดต้องอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีความสุข และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

          ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล กล่าวเพิ่มเติมว่า การสื่อสารสร้างความเข้าใจในเรื่องโรงไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับประชาชนในพื้นที่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ดังนั้น เมื่อ กฟผ. สื่อสารแล้วประชาชน ยังไม่เข้าใจ ก็ควรหาบุคคล เช่น นักข่าวสายวิทยาศาสตร์มาช่วยอธิบายเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ หรือการนำข้อมูลข้อเท็จจริงจากงานวิจัยจากสถาบันต่างๆ ภายในประเทศมานำเสนอให้ประชาชนเห็นภาพ เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นักข่าวที่นำเสนอข่าวเรื่องพลังงานไฟฟ้าก็ควรค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพลังงานไฟฟ้า เรื่องเชื้อเพลิง เรื่องการกระจายสัดส่วนพลังงาน มาสื่อสารให้สังคมเกิดความเข้าใจ เพื่อช่วยกันเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับประชาชน ลองนำข้อดีของเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดมานำเสนอบ้าง ก็จะช่วยลดปัญหาระหว่างชุมชนกับ กฟผ. ซึ่งจริงๆ แล้วหน้าที่ด้านการสื่อสาร ไม่ใช่หน้าที่ของ กฟผ. เพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน

          นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า ขอบคุณ กฟผ. ที่เชิญตนเองมาในเวทีนี้ ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดให้ทุกกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นจริงๆ โดยสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน มีความเห็นที่แตกต่างออกไปว่า ไม่ควรจะมุ่งเน้นที่เชื้อเพลิงถ่านหิน แต่ควรเพิ่มสัดส่วนจากพลังงานทดแทนให้มากขึ้นเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน อีกทั้งยังมองว่า ทุกวันนี้ประชาชนบอบช้ำเพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินมามากพอแล้ว ซึ่งหาก กฟผ. ยังคงเดินหน้าที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดแล้วทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน สมาคมฯ ก็คงต้องออกไปทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน

          ผศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ยกตัวอย่างแนวทางการพัฒนาโรงไฟฟ้าของประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่สร้างความเข้าใจ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้า เพื่อลดความหวาดระแวงของประชาชนที่มีต่อโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆโดยตรง จนเกิดผลสำเร็จประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ดังนั้น กระทรวงพลังงาน และ กฟผ. ต้องสร้างความไว้วางใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยทุกภาคส่วนต้องมองประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง หันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีในอนาคต

          การสัมมนาครั้งนี้ นอกจากมีการเสวนาฯ แล้ว ยังจัดให้มีการบรรยายพิเศษเรื่องสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยนายรัตนชัย นามวงศ์ รวพฟ. ซึ่งได้บรรยายเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น เป็นต้น รวมทั้งยังมีการบรรยายเรื่องเทคโนโลยีสะอาดสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินโดยนายชินอิจิโร่ เคนกาคุ จากบริษัท TEPCO ที่มาบรรยายเรื่องความจำเป็นของโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดต่อประเทศไทย โดยยกตัวอย่าง TEPCO ที่มีการพัฒนามาตลอดระยะเวลา 40 ปี จนเป็นที่ยอมรับของญี่ปุ่น