024.jpg

          กฟผ. มอบเงิน 16 ล้านบาท สนับสนุนสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย พร้อมทั้ง แถลงข่าวการจัดการแข่งขัน EGAT ยกน้ำหนักนานาชาติ ประจำปี 2558 ประเภทประชาชน ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 13 และ ประเภทยุวชน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 1-10 พฤษภาคม 2558 เพื่อเฟ้นหานักกีฬายกลูกเหล็กรุ่นใหม่เสริมทัพนักกีฬาทีมชาติไทย

         วันนี้ (23 เมษายน 2558) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน EGAT ยกน้ำหนักนานาชาติ ประจำปี 2558 ประเภทประชาชน ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 13 และ ประเภทยุวชน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 9 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 พฤษภาคม 2558 ณ โรงยิมเนเซี่ยม เทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และนายธนคม เจริญฤทธิ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองทุ่งสง ร่วมแถลงข่าว พร้อมกันนี้ กฟผ. ได้มอบเงินสนับสนุนสมาคมฯ จำนวน 16 ล้านบาท ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ. อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า นับเป็นระยะเวลา 11 ปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา ที่ กฟผ. เป็นผู้ให้การสนับสนุนหลักของสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ตามแนวนโยบายของรัฐในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬายกน้ำหนักไทยสู่สากล ซึ่งสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย สามารถพัฒนาศักยภาพและยกระดับนักกีฬายกน้ำหนักของไทยสู่สากลได้ตามเป้าหมาย ดังจะเห็นได้จากผลงานและเหรียญรางวัลที่ได้รับจากการเข้าร่วมการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กีฬาโอลิมปิก ตั้งแต่การแข่งขันเอเธนส์เกมส์ในปี 2004 มาจนถึงปักกิ่งเกมส์ในปี 2008 และลอนดอนเกมส์ ในปี 2012 ซึ่งถือเป็นผลความสำเร็จที่โดดเด่นที่นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย สามารถคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้อย่างต่อเนื่อง สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และสร้างความสุขและความภาคภูมิใจให้กับพี่น้องคนไทย นอกจากนี้ ในปี 2557 ที่ผ่านมา ทีมนักกีฬายกน้ำหนักไทย ยังสามารถคว้าเหรียญรางวัลจากรายการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักยุวชนและเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเซีย เยาวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก ยูธโอลิมปิกเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และมหาวิทยาลัยแห่งโลก รวมกว่า 100 เหรียญ รวมทั้งประเทศไทยยังได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยกน้ำหนักยุวชนโลกในปี 2560 ซึ่งเป็นรอบคัดเลือกไปร่วมแข่งขันยุวชนโอลิมปิกเกมส์ ในปี 2561 ที่ประเทศอาเจนตินา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของวงการกีฬาของประเทศไทย

         นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับในปีนี้ กฟผ. ได้ให้การสนับสนุนจัดการแข่งขัน EGAT ยกน้ำหนักนานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทาน รวม 3 ประเภทคือ ประเภทประชาชน ยุวชน และเยาวชน เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนานักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทยรุ่นใหม่ โดยจะมีนักกีฬาจากหลายประเทศเข้าร่วมชิงชัยกับนักกีฬายกน้ำหนักไทยของเรา จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมส่งกำลังใจและไปร่วมเชียร์นักกีฬายกน้ำหนักของไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬายกน้ำหนักไทยสู่สากล

         ด้านนางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลงานความสำเร็จของนักกีฬายกน้ำหนักไทยในเวทีการแข่งขันระดับเอเซีย ระดับนานาชาติ และกีฬาโอลิมปิกที่ผ่านมา เป็นผลมาจากได้รับการสนับสนุนจาก กฟผ.มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางสมาคมฯต้องขอขอบคุณ กฟผ.เป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ รวมทั้งทางสมาคมฯจะทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถและเชื่อมั่นว่าจะพัฒนาทีมนักกีฬายกน้ำหนักของไทยให้ประสบความสำเร็จ และเตรียมทีมสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่ กรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ในปีหน้าต่อไป

         สำหรับการจัดแข่งขันในครั้งนี้ ทางสมาคมฯได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองทุ่งสงให้ใช้โรงยิมเนเซียมของเทศบาลเมืองทุ่งสงเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน พร้อมจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักกีฬาทั้งไทยและต่างประเทศที่จะไปร่วมการแข่งขัน และพร้อมต้อนรับพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมชมการแข่งขันในครั้งนี้

         ซึ่งนอกจากจะเป็นการไปร่วมชมการแข่งขันแล้ว จังหวัดนครศรีธรรมราชยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมและอารยธรรมเก่าแก่ที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาแต่อดีต อาทิ วัดพระมหาธาตุอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพสักการะของพี่น้องประชาชนชาวไทย และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ เป็นแหล่งสร้างและผลิตนักกีฬายกน้ำหนักที่สร้างชื่อเสียงให้กับทีมชาติไทยในระดับต่างๆ มาแล้วมากมายตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

         “การแข่งขันครั้งนี้ มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมการแข่งขันรวม 651 คน ประกอบด้วย นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของไทยจำนวน 566 คน และนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของสมาคมยกน้ำหนักของประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย บังคลาเทศ และเกาหลีใต้ อีกจำนวน 85 คน แบ่งเป็นประเภทยุวชน จำนวน 32 ทีม และประเภทประชาชน จำนวน 25 ทีม จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมติดตามชมและร่วมส่งกำลังใจเชียร์ลูกหลานและนักกีฬายกน้ำหนักของไทย เพื่อสร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิให้กับประเทศชาติต่อไป” นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย