20150424-M01-01

          คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาผลการคำนวณค่าเอฟทีในงวดเดือนพฤษภาคม ถึงสิงหาคม 2558 โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับค่าเอฟทีจากเดิม 58.96 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 49.61 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อสะท้อนราคาค่าเชื้อเพลิงและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า

          นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยภายหลังจากการประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2558 ได้พิจารณาค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) สำหรับการเรียกเก็บในเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2558 โดย กกพ. ได้ให้ กฟผ. ทบทวนและปรับลดตัวเลขที่คำนวณได้ เพื่อให้สะท้อนราคาค่าเชื้อเพลิง โดยแท้จริงจึงได้มีมติให้เรียกเก็บค่า Ft ในอัตรา 49.61 สตางค์ต่อหน่วย ลดลง 9.35 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อเปรียบเทียบกับค่า Ft งวดที่ผ่านมาจำนวน 58.96สตางค์ต่อหน่วย

          สำหรับสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อการปรับลดคา Ft ในงวด พ.ค. – ส.ค. 58 นี้ มาจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติที่สะท้อนจากต้นทุนราคาน้ำมันย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งราคาน้ำมันได้ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติลดลง และส่งผลกระทบต่อค่า Ft ที่เรียกเก็บตั้งแต่ในงวดเดือน ม.ค. – เม.ย. 58 ต่อเนื่องมาจนถึงงวดเดือน พ.ค. – ส.ค. 58 อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์หยุดจ่ายก๊าซของพม่าตั้งแต่ช่วงวันที่ 10-27 เมษายน นี้ ทำให้มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันเตาเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากแผนเดิม จำนวน 56.49 ล้านลิตร

          นอกจากนี้ นายวีระพล ยังได้กล่าวสรุปถึงปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงและการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2558 ดังนี้

          1. ความต้องการพลังงานไฟฟ้าคาดว่าจะเท่ากับ 63,401 ล้านหน่วย สูงกว่าช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2558 ร้อยละ 6.58 ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน

          2. อัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนี้ไม่ผันผวนมากนัก โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 33.05 บาท/เหรียญสหรัฐ ในการประมาณการ ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2558 ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 33 บาท/เหรียญสหรัฐ

          3. สัดสวนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2558 เมื่อเทียบกับงวดที่ผ่านมา (ม.ค. – เม.ย. 58) ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ร้อยละ 66.05 รองลงมาเป็นซื้อไฟฟ้าจากลาวและมาเลเซีย ร้อยละ 9.75 ถ่านหินนำเข้า ร้อยละ 9.08 ถ่านหินลิกไนต์ ร้อยละ 7.91 และพลังน้ำ ร้อยละ 2.70

          4. ในส่วนของราคาเชื้อเพลิง คาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ 262.40 บาทต่อล้านบีทียู ปรับตัวลดลงจากงวดที่ผ่านมา 20.60 บาทต่อล้านบีทียู น้ำมันเตาจะอยู่ที่ 15.20 บาทต่อลิตรลดลง 6.83 บาทต่อลิตร ส่วน น้ำมันดีเซลจะอยู่ที่ 25.86 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 1.31 บาทต่อลิตร และถ่านหินนำเข้าจะอยู่ที่ 3,386.20 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้น 3.17 บาทต่อตัน

          จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจะมีผลทำให้ค่า Ft ลดลงได้ 5.69 สตางค์ต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากประมาณการค่า Ft ในงวดถัดไป (ก.ย. – ธ.ค. 58) คาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะสามารถลดลงได้อีกประมาณ 20 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งจะส่งผลให้ค่า Ft งวดถัดไป (ก.ย. – ธ.ค. 58) ลดลงได้อีกประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย กกพ. จึงเห็นควรให้นำค่า Ft งวดหน้าที่จะลดลงประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย มาพิจารณาประกอบด้วย จึงมีมติให้ค่า Ft ในงวด พ.ค. – ส.ค. 58 นี้ เท่ากับ 49.61 สตางค์ต่อหน่วย หรือลดลง 9.35 สตางค์ต่อหน่วย

          การกำหนดค่า Ft เรียกเก็บงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2558 ในอัตรา 49.61 สตางค์ต่อหน่วย จะมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.76 บาทต่อหน่วย และจากมติ กกพ. ดังกล่าวข้างต้น สำนักงาน กกพ. จะเผยแพร่รายละเอียดทั้งหมดผ่านทาง www.erc.or.th เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่วันที่ 22 – 28 เมษายน 2558 ก่อนที่จะนำผลการรับฟังความคิดเห็น มาพิจารณาและให้การไฟฟ้าประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับค่า Ft สำหรับเรียกเก็บในรอบดังกล่าวอย่างเป็นทางการต่อไป