กฟผ. แจ้งระบบไฟฟ้าเป็นปกติในช่วง 18 วัน (10-27 เมษายน 2558) กรณีแหล่งก๊าซธรรมชาติจากสหภาพเมียนมาร์หยุดส่งให้ประเทศไทยเพื่อผลิตไฟฟ้า พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือประหยัดพลังงาน

Peak 2015Apr10-27_3_3

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากกรณีการหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา สหภาพเมียนม่าร์ ในวันที่ 10-19 เมษายน 2558 เพื่อทำงานซ่อมฐานรากของแท่นผลิตที่ทรุดตัว ทำให้ก๊าซฯที่ส่งให้หายไปทั้งหมดวันละประมาณ 980 ล้าน ลบ.ฟุต คิดเป็นกำลังผลิตประมาณ 5,700 เมกะวัตต์ และกรณีการหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งซอติก้า สหภาพเมียนมาร์ ในวันที่ 20-27 เมษายน 2558 เพื่อหยุดทำงานตรวจสอบอุปกรณ์ และซ่อมบำรุงอุปกรณ์เพิ่มความดัน โดยลดการจ่ายก๊าซธรรมชาติ สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากปกติวันละประมาณ 980 ล้าน ลบ.ฟุต เหลือ 420 ล้าน ลบ.ฟุต คิดเป็นกำลังผลิตลดลงประมาณ 3,300 เมกะวัตต์

          ซึ่งก๊าซธรรมชาติที่หายไปได้ส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าในฝั่งภาคตะวันตกทั้งหมด โดยในช่วงที่มีการหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติดังกล่าวความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือ Peak อยู่ที่ 27,139 เมกะวัตต์ ซึ่ง กฟผ. ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ 3 ส่วนหลัก ทั้งด้านระบบผลิต ด้านระบบส่ง และด้านเชื้อเพลิงทดแทน โดยมีการใช้น้ำมันเตาประมาณ 112 ล้านลิตร ต่ำกว่าแผน 32 ล้านลิตร ใช้น้ำมันดีเซล 13 ล้านลิตร ต่ำกว่าแผน 31 ล้านลิตร รวมถึงการเปิด War room 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมกรณีเกิดวิกฤตินั้น ปรากฏว่า 18 วัน ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 10-27 เมษายน 2558 ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยดี

          ทั้งนี้ เนื่องจากความร่วมมือร่วมใจระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการจัดส่งเชื้อเพลิง การซักซ้อมการจัดการภาวะวิกฤติร่วมกับกระทรวงพลังงาน รวมทั้งมีมาตรการติดตาม ตรวจสอบ สภาพอุปกรณ์ในระบบไฟฟ้าตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังได้มีการประชุมหารือและประสานงานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายทั้ง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อให้เกิดความพร้อมในการส่งจ่ายไฟฟ้าสูงสุด ที่สำคัญที่สุดคือประชาชนทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจประหยัดพลังงาน