กฟผ. จัดงานสัมมนาผู้ปฏิบัติงาน สร้างความเข้าใจในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ผู้บริหารให้ความสำคัญร่วมบรรยายในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเชิญผู้มีส่วนได้เสียจากจังหวัดกระบี่มาร่วมสะท้อนความคิดเห็นในฐานะเจ้าของพื้นที่ รวมถึงเชิญอดีตผู้บริหาร กฟผ. มาเล่าประสบการณ์การทำงานมวลชน ด้านประธานกรรมการ กฟผ. ชี้ความจำเป็นที่ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. จะต้องทำความเข้าใจและช่วยกันสื่อสารเกี่ยวกับโครงการฯ เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจและสนับสนุนภารกิจของ กฟผ.

20150428-M02-01

          เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2558 นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมการ กฟผ. เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง “เกาะติดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว” ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช ชั้น 9 อาคาร ท.102 สำนักงานกลาง กฟผ. โดยการสัมมนาฯ ได้มีการถ่ายทอดผ่านทาง EGAT TV , IP/TV Network

          นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมการ กฟผ. กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการสัมมนาฯ ว่า กฟผ. เล็งเห็นถึงความสำคัญที่ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างครบถ้วนแท้จริงเกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว จึงได้จัดการสัมมนาครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับทราบที่ถูกต้องชัดเจน และสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปอธิบายสร้างความเข้าใจกับสาธารณชนและสนับสนุนภารกิจของ กฟผ.ทั้งนี้ กฟผ. จะขับเคลื่อนไปได้ ผู้ปฏิบัติงานถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ กฟผ. ประสบความสำเร็จ โดยผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ในภารกิจขององค์กร พร้อมทั้งมีความเชื่อมั่นว่าภารกิจองค์กรนั้นมีความสำคัญ เป็นสิ่งที่ดี น่าภาคภูมิใจ มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ และต้องช่วยกันสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้เข้าใจ ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น

          สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปัจจุบันเทคโนโลยีกำจัดมลภาวะของโรงไฟฟ้าได้พัฒนาไปมาก ประกอบกับประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าดีขึ้น ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงน้อยลง ทำให้มีมลภาวะจากการผลิตไฟฟ้าน้อยลง จึงมั่นใจได้ว่ามลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นอยู่ในมาตรฐานที่กำหนดและดีกว่ามาตรฐานอีกด้วย

          “กฟผ. มีหน้าที่ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะบางกลุ่ม ซึ่งคนไทยมีฐานะทางเศรษฐกิจไม่เท่ากัน ต้องทำให้คนยากจนเข้าถึงไฟฟ้าได้ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป และ กฟผ. ยังมีภารกิจในการกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง จึงเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่และไม่มีวันหยุดของ กฟผ. ซึ่งถ่านหินก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ต้องมีความเข้าใจในข้อเท็จจริง และมีทัศนคติที่ว่า เป็นเรื่องของทุกคนในองค์กรที่ต้องช่วยกันสื่อสารสร้างความเข้าใจ” ประธานกรรมการ กฟผ. กล่าว

          จากนั้น เป็นการบรรยายเกี่ยวกับความเป็นมาและการดำเนินงานโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว โดย นายชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย รองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้บรรยายถึงร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558 – 2579 (PDP 2015) และสถานการณ์ไฟฟ้าภาคใต้ ว่า วัตถุประสงค์ของการจัดทำ PDP 2015 คือ 1) ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ 2) ต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม 3) ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ในอนาคตจะมาจาก 3 โรงไฟฟ้า ได้แก่ โรงไฟฟ้าขนอมทดแทน ขนาด 930 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2559 โรงไฟฟ้ากระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟในเดือนธันวาคม 2562 และ โรงไฟฟ้าเทพา 1 ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟในเดือนมกราคม 2564

          นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ และ นายอนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ บรรยายถึงรายละเอียดโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว การทำงานมวลชนและพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA / EHIA ว่า โครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าวตั้งอยู่ภายในพื้นที่โรงไฟฟ้ากระบี่เดิม ที่อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดกำลังผลิตสุทธิไม่ต่ำกว่า 780 เมกะวัตต์ ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินคุณภาพดีประเภทซับบิทูมินัสหรือบิทูมินัสประมาณ 7,260 ตันต่อวัน นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียหรือออสเตรเลีย มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ประมาณเดือนธันวาคม 2562 ส่วนโครงการท่าเทียบเรือ จะใช้เรือบรรทุกถ่านหินระบบปิดขนาด 10,000 ตัน บรรทุกถ่านหินลำละ 8,000 ตัน ไม่เกิน 2 ลำต่อวัน โดยใช้เส้นทางเดินเรือเดียวกับเรือขนส่งน้ำมันเตาของโรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบัน ซึ่งห่างจากแหล่งท่องเที่ยว จุดดำน้ำ แหล่งหญ้าทะเล และแนวปะการัง

          นายประภาส วิชากูล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บรรยายถึงการขนส่งเชื้อเพลิงถ่านหิน ว่า การขนส่งถ่านหินของโครงการฯ เป็นระบบปิดทั้งหมด รวมถึงโรงเก็บถ่านหิน มีการออกแบบเรือขนส่งถ่านหินโดยเฉพาะ เพื่อให้มีความเหมาะสมที่สุด โดยจะขนส่งถ่านหินเฉพาะเวลากลางวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น. ส่วนสายพานลำเลียงถ่านหินจากเรือขนส่งไปถึงโรงไฟฟ้าก็เป็นระบบปิด ระยะทาง 9 กิโลเมตร โดยเป็นอุโมงค์ลอดใต้ป่าชายเลน 2 กิโลเมตร และสายพานบนดิน 7 กิโลเมตร

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บรรยายถึงการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจในภาพรวม กฟผ. ว่า ยุทธศาสตร์และแผนการสื่อสารโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่คือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เชื่อใจ ในการดำเนินภารกิจของ กฟผ. โดยการสื่อสารภายนอก ได้แก่ การสื่อสารในภาพรวม สื่อสารในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และสื่อสารในพื้นที่ กฟผ. ภูมิภาค ส่วนการสื่อสารภายใน ได้แก่ การสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทั่วประเทศ โดยยุทธศาสตร์การสื่อสารภายนอกจะเน้นการสื่อสารเชิงรุกโดยบริหารประเด็นสื่อสารล่วงหน้า สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและให้ความรู้แก่สื่อผู้นำทางความคิด และองค์กรที่มีชื่อเสียง รวมทั้งเพิ่มการสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์ สร้างเครือข่าย และจัดให้มีการสื่อสารเชิงประจักษ์ สำหรับยุทธศาสตร์การสื่อสารภายใน เน้นการนำของผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้ถ่ายทอดและตอกย้ำนโยบาย กฟผ. สนับสนุนการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในภารกิจ กฟผ. โดยเฉพาะการสื่อสารแบบ 2 ทาง และสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานเป็นสื่อบุคคลในการเผยแพร่ภารกิจ กฟผ.

20150428-M02-02

          การสัมมนาครั้งนี้ ยังได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง “โรงไฟฟ้ากระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว จะอยู่ร่วมกับประชาชนอย่างไร” โดยมี นายสฤษฏ์ เกี่ยวข้อง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายภูวดิท ปรีชานนท์ กรรมการเลขาธิการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ หอการค้าไทยนางสาวัน ตัน กรรมการสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ นายสวาสดิ์ เถาว์กลอย กรรมการอิสลามกลางจังหวัดกระบี่ ร่วมเสวนา และมี นางฤดีมาส ปางพุฒิพงศ์ หัวหน้ากองพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายกิจการสังคม เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยทั้ง 4 ท่าน ได้สะท้อนความคิดเห็นในฐานะประชาชนจังหวัดกระบี่ที่น่าสนใจ อาทิ ประเด็นข้อเท็จจริงที่ชาวกระบี่จำนวนไม่น้อย ที่เข้าใจและสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะเห็นว่า มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ รวมทั้งเห็นว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า เพราะถ้าการท่องเที่ยวเติบโตก็ย่อมมีการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นไปด้วย โดยที่ผ่านมาได้เห็นถึงความตั้งใจของ กฟผ. ในการแก้ไขปัญหาทุกประเด็นตามที่ผู้ห่วงใยให้ข้อเสนอแนะ และได้แนะแนวทางการดำเนินโครงการว่า ผู้บริหารระดับสูงต้องเป็นผู้นำและสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานให้ร่วมมือกันสื่อสาร ทำความเข้าใจกับประชาชน นำเหตุและผลมานำเสนอ และทำงานด้วยความจริงใจ เพื่อให้ กฟผ. เป็นผู้ให้อย่างมีคุณค่า และประชาชนกระบี่ก็จะเป็นผู้รับอย่างมีศักดิ์ศรี

          สุดท้าย เป็นการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากอดีตผู้บริหาร กฟผ. ประกอบด้วย นายวีระวัฒน์ ชลายน อดีตผู้ว่าการ กฟผ. และ นายณรงค์ศักดิ์ วิเชษฐ์พันธุ์ อดีตรักษาการ ผู้ว่าการ กฟผ. ได้เล่าถึงประสบการณ์งานมวลชนและฝากข้อคิดในการทำงานมวลชนว่า ให้ตระหนักอยู่เสมอว่าถ้าไม่มีชุมชนก็มีไม่ กฟผ. ในวันนี้ สิ่งสำคัญคือการไว้เนื้อเชื่อใจกัน การสื่อสารต้องใช้เหตุผลและข้อเท็จจริง ต้องเข้าใจในสิ่งที่จะสื่อสาร และสื่อสารอย่างทั่วถึง เป็นเอกภาพ น่าเชื่อถือ และสม่ำเสมอ อีกทั้งอย่าละเลยผู้มีความเห็นที่แตกต่าง โดยงานมวลชนนั้นไม่มีสูตรสำเร็จ ขอให้ทำในสิ่งที่เป็นกุศลแล้วสิ่งดีๆก็จะตามมา

          ปิดท้ายการสัมมนาฯ นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ได้กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้ เมื่อผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ แล้ว ขอให้นำไปสื่อสารให้คนรอบข้างเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นแบบปากต่อปากหรือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเชื่อว่าด้วยความร่วมด้วยช่วยกันของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. โครงการนี้ก็จะสำเร็จไปได้ด้วยดี การสร้างความเข้าใจและการยอมรับเป็นสิ่งสำคัญ มีสิ่งใดที่ยังมีข้อสงสัยขอให้ผู้ปฏิบัติงานศึกษาเพิ่มเติม หรือสามารถสอบถามสายงาน รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า ได้ ซึ่งจะมีข้อมูลและเอกสารเพื่อสร้างความเข้าใจอยู่มากมาย ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องช่วยกันผลักดันให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ เพื่ออนาคตประเทศ องค์กร และผู้ปฏิบัติงานทุกคน