012.jpg

ข่าวภารกิจ กฟผ.

20181012-MIS02-01

          ทุกตารางเมตรของเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยกระบวนการและเทคโนโลยีตามมาตรฐานระดับสากลที่ทั่วโลกยอมรับ การันตีและสร้างความมั่นใจว่า เขื่อน กฟผ. มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย พร้อมอำนวยประโยชน์แก่สังคมและชุมชนตลอดอายุการใช้งาน

20181012-MIS02-02

          หนึ่งในภารกิจสำคัญของ กฟผ. คือ การดูแลความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ ทั้งเขื่อนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเขื่อนหินถม เขื่อนดินถม หรือเขื่อนคอนกรีต เพราะเขื่อนเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ได้เพียงแต่กักเก็บน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค และการเกษตรเท่านั้น แต่ยังสร้างแหล่งอาหาร แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ แหล่งท่องเที่ยว แหล่งทำมาหากิน รวมทั้งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากน้ำ ซึ่งถือเป็นผลพลอยได้จากการระบายน้ำของเขื่อน โดย กฟผ. ได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยของเขื่อน หรือ กปข. เพื่อดำเนินภารกิจหลักด้านการตรวจสอบและประเมินความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ โดยมีคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนจากหลายหน่วยงานภายใน กฟผ. ร่วมกับการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบเขื่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาร่วมกันตรวจสอบเขื่อน กฟผ. ตามวาระที่กำหนด

20181012-MIS02-03

          เดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยของเขื่อน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนดินช่องเขาขาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ประจำปี 2561 โดยมีนายวัลลภ เมฆพฤกษาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยเขื่อน (กปข.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับนายวีระศักดิ์ ศรีกาวี ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจสอบฯ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนดินช่องเขาขาด ประจำปี 2561 รวมทั้งมีการเชิญรองศาสตราจารย์ ดร. วรากร ไม้เรียง อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในงานเขื่อนดินของประเทศไทย เป็นผู้ออกแบบ ให้คำปรึกษา และตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนหลายหน่วยงาน ท่านอาจารย์ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเขื่อนสิริกิติ์เขื่อนดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน 2561 ด้วย

          นายวัลลภ เมฆพฤกษาวงศ์ เปิดเผยว่า การตรวจสอบเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ ทางคณะ กปข. จะใช้ทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญในงานด้านวิศวกรรมความปลอดภัยเขื่อนที่มีมาอย่างยาวนาน ทำการตรวจสอบค้นหาข้อบกพร่องให้ได้ในช่วงการเริ่มต้นของการเกิดปัญหา พร้อมกับรีบจัดสรรงบประมาณเพื่อทำการซ่อมบำรุงป้องกันไม่ให้ปัญหาข้อบกพร่องลุกลามบานปลายจนไปสู่ระดับที่จะเป็นอันตราย ถือเป็นมาตรการบำรุงรักษาเชิงป้องกันดีได้ผลอย่างดียิ่ง มีการนำความรู้และเทคโนโลยีจากองค์กร การเรียนรู้ระดับประเทศและนานาชาติมาปรับปรุง พัฒนา และนำมาใช้ในกระบวนการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเขื่อน กฟผ. ได้แก่ ระบบตรวจสุขภาพเขื่อน (DAM SAFETY REMOTE MONITORING SYSTEM : DS-RMS) สามารถติดตามสถานการณ์น้ำ สภาพตัวเขื่อน และประเมินสถานะความปลอดภัยเขื่อนได้ตลอดเวลาแบบ REAL TIME เพื่อบริหารจัดการให้เขื่อนมีความมั่นคงปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มทักษะและจัดการองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้ดีขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานสากลอยู่เสมอ รวมทั้งมีการกำหนดวาระการตรวจสอบเขื่อนอย่างละเอียดเป็นประจำทุก ๆ 2 ปี ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานตามระดับสากล เนื่องจากเขื่อน กฟผ. ทั้งหมดมีอายุมากกว่า 5 ปี ถือเป็นช่วงอายุของเขื่อนที่พ้นระยะความเสี่ยงแล้ว เพราะช่วงอายุของเขื่อนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ ช่วงตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จไปจนกระทั่งมีอายุ 5 ปี นอกจากนี้แต่ละเขื่อนทั่วประเทศยังมีเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่บำรุงรักษาและตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเขื่อนอยู่ประจำในแต่ละเขื่อน ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบเขื่อนเป็นประจำทุกวัน และทุกสัปดาห์อีกด้วย เพราะเขื่อนถือเป็นสมบัติของชาติและคนไทยทุกคน กฟผ. จึงต้องดูแลและบำรุงรักษาเขื่อนให้มีความมั่นคงปลอดภัยอย่างดีที่สุด

20181012-MIS02-05

20181012-MIS02-06

          รองศาสตราจารย์ ดร.วรากร ไม้เรียง กล่าวว่า กฟผ. เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเขื่อนในระดับต้น ๆ ของประเทศ เจ้าหน้าที่มีความสามารถเทียบเท่าระดับมาตรฐานสากล ซึ่งปัจจุบันมีการขยายความร่วมมือกับองค์กรภายนอก อย่างมหาวิทยาลัยยูทาห์สเตทประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลความมั่นคงปลอดภัยเขื่อนระดับโลกมาร่วมกันศึกษาและวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน ทำให้ กฟผ. เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านการดูแลความมั่นคงปลอดภัยเขื่อนอย่างต่อเนื่อง และจากการดำเนินงานร่วมกับ กฟผ. มาหลายโครงการ เชื่อมั่นว่า กฟผ. สามารถยกระดับเป็นองค์กรที่มีบทบาทด้านการดูแลและตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเขื่อนในระดับภูมิภาคอาเซียนได้ เพราะความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่และกระบวนการตรวจสอบเขื่อนที่มีมาตรฐานสูง ซึ่ง กฟผ. จะต้องแสดงบทบาทและสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ในวงกว้างมากขึ้น

20181012-MIS02-07

          สำหรับการตรวจสอบเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนดินช่องเขาขาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ประจำปี 2561 พบว่า เขื่อนสิริกิติ์มีระดับความปลอดภัยค่อนข้างสูง อยู่ในเกณฑ์ดีเทียบเท่าระดับสากล ทั้งนี้ กฟผ. มีหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการดูแลความมั่นคงปลอดภัยเขื่อนอย่างชัดเจน และมีการกำหนดหลักเกณฑ์และรายการข้อบ่งชี้ในการตรวจวินิจฉัยกว่า 50-60 ข้อ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ดี ครบถ้วน และเหมาะสม เชื่อมั่นได้แน่นอนว่า ระบบการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเขื่อนของ กฟผ. เป็นระบบที่ดี มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล ดังนั้น เขื่อน กฟผ. จึงมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย พร้อมอำนวยประโยชน์นานัปการประการให้แก่ชุมชนและสังคมไทยตราบนานเท่านาน