ชี้แจง

ปัญหาไฟฟ้าถนน ไฟตก ไฟดับ การขอไฟฟ้า มิเตอร์ไฟฟ้า บิลค่าไฟฟ้า กรุณาแจ้งที่ กฟน. หรือ กฟภ. ครับ

          กฟผ. ขอขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการสอบถามผ่านเว็บไซต์ กฟผ. อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของไฟตก ไฟดับ ไฟฟ้าถนน มิเตอร์ไฟฟ้า หรือเกี่ยวกับบิลค่าไฟฟ้า  ขอเรียนให้ทราบว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) รับผิดชอบดูแลระบบผลิตไฟฟ้าและสายส่งแรงสูงทั่วประเทศ สำหรับการจำหน่ายไฟฟ้าไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย การดูแลระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำที่ส่งให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้า การขอมีไฟฟ้าใช้ ตลอดจนเรื่องการเก็บบิลค่าไฟฟ้า อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย คือ การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)(เขตพื้นที่ กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) (เขตพื้นที่ต่างจังหวัด)
          ดังนั้น กรณีดังกล่าวท่านสามารถสอบถามหรือแจ้งได้ที่
การไฟฟ้านครหลวง     สายด่วนโทร 1130 เว็บไซต์ http://www.mea.or.th
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  สายด่วนโทร 1129 เว็บไซต์ http://www.pea.co.th/

อยากสมัครงานที่ กฟผ. จะเปิดรับสมัครอีกเมื่อใด

การรับสมัครงานในปี 2556 จะอยู่ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2556 โดยจะประกาศและรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ของ กฟผ. (www.egat.co.th) เท่านั้น ผู้สนใจ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการเท่านั้น  

คุณสมบัติพื้นฐานของผู้มีสิทธิ์สมัครงาน กฟผ.

        การสมัครงาน กฟผ. ในระดับปริญญาตรีขึ้นไปในปัจจุบัน ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน ดังนี้
       - อายุไม่เกิน 28 ปี นับถึงวันสมัคร
       - คะแนนเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า 2.50
       - ต้องมีผลคะแนนการทดสอบภาษาอังกฤษ (TOEIC) ไม่น้อยกว่า 550 คะแนน 
        สำหรับใบ กว. ผู้สมัครตำแหน่งวิศวกร  จำนวน 7 สาขา ตามที่สภาวิศวกรกำหนด คือ สาขาไฟฟ้า เครื่องกล โยธา เหมืองแร่ เคมี สิ่งแวดล้อม และอุตสาหการ  กฟผ. อนุโลมให้สมัครงานได้โดยไม่ต้องมีใบ กว. ในวันสมัครได้  แต่ต้องตำมาแสดงภายใน 1 ปี นับแต่วันเริ่มทดลองงาน  หากไม่สามารถนำมาแสดงได้ให้เลิกจ้าง   สำหรับสาขาอื่น ๆ ที่สภาวิศวกรไม่ได้กำหนดให้มีใบ กว. กฟผ. ก็ไม่ได้บังคับให้ต้องมีใบ กว.

สนใจฝึกงานที่ กฟผ.

          กฟผ. มีนโยบายการรับนักเรียน  นักศึกษา เข้าฝึกงาน เพื่อสนับสนุนเยาวชนด้านการศึกษา ดังนี้
          1. สถาบันต้องกำหนดว่าการฝึกงาน  เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร  หากไม่ผ่านการฝึกงาน  จะไม่สำเร็จการศึกษา
          2. ต้องดูความต้องการของหน่วยงานที่จะรับฝึกงานเป็นหลักว่าสอดคล้องกับภารกิจของ กฟผ. หรือไม่  เช่น สาขาวิชา ระยะเวลาที่ขอฝึก
         3.  กฟผ. จะให้ค่าตอบแทนเป็นค่าอาหาร 100 บาท/คน/วัน   แต่ทั้งนี้  ผู้เข้ารับการฝึกงานจะได้รับค่าตอบแทน เฉพาะหน่วยงานที่ตั้งงบประมาณไว้เท่านั้น  ดังนั้น ในบางกรณี นักศึกษาจึงไม่ประสงค์ขอรับค่าตอบแทน เนื่องจากต้องการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร โดยจะต้องมีหน่วยงานที่พร้อมรับฝึกงานให้
        4.  การรับฝึกงาน ดังกล่าว  จะรับฝึกงานเฉพาะที่ส่วนกลางในบริเวณสำนักงานใหญ่เท่านั้น  สำหรับหน่วยงานในส่วนอื่น ให้ติดต่อส่วนงานนั้น ๆ โดยตรง  
         ในเบื้องต้นโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยสามารถแจ้งความประสงค์หรือสอบถามว่า หน่วยงาน กฟผ. ใดที่พร้อมรับนักศึกษาฝึกงาน จำนวนนักศึกษาที่จะรับ และวุฒิการศึกษา ได้ที่แผนกพัฒนาระบบสารสนเทศบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือที่คุณเจริญศรี ทองอยู่คง โทร. 0 2436 4387 (ในเวลาราชการ)

ขอดูงาน กฟผ.

        สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่สนใจ สามารถขอเข้าดูงาน กฟผ. ได้โดยทำหนังสือเรียนผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ต้องระบุรายละเอียด เช่น เรื่องที่สนใจดูงาน จำนวนคน ฯลฯ
        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายกิจการสังคม โทร. 0 2436 4600 

ผู้สมัครงานที่สอบที่ผ่านข้อเขียนเบื้องต้น จะถูกเรียกสัมภาษณ์ทุกคนไหม และมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกอย่างไร ?

          ผู้สมัครที่มีผลคะแนนข้อเขียนผ่านตามเกณฑ์ที่ กฟผ. กำหนด จะได้รับการขึ้นทะเบียนเพื่อรอการคัดเลือกสอบสัมภาษณ์  และจะยกเลิกทะเบียนเมื่อมีการรับสมัครใหม่
          -กรณีผู้สอบผ่านเกณฑ์ข้อเขียน และมีผลคะแนนเรียงตามลำดับสูงสุดจากมากไปหาน้อย และอยู่ในสัดส่วนที่ กฟผ. กำหนดในแต่ละกลุ่มสาขา ประกอบกับความเหมาะสมด้านอื่นๆ เช่น ภูมิลำเนา ประวัติการศึกษา จะได้เรียกสอบสัมภาษณ์ก่อน
          -กรณีไม่สามารถคัดเลือกได้ จึงจะคัดเลือกจากผู้ผ่านเกณฑ์ในทะเบียนที่เหลือต่อไป
          หลักเกณฑ์การพิจารณาในการสอบสัมภาษณ์ ได้แก่
          1. หน่วยงานเจ้าของอัตราจะพิจารณาจากปัจจัยหลายประการ เช่น
           - ภูมิลำเนาของผู้สมัคร โดยคำนึงถืงประโยชน์ร่วมกันระหว่าง กฟผ. และ ผู้สมัคร
           - คะแนนทดสอบบุคลิกภาพ เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความเหมาะสมกับงานของแต่ละหน่วยงาน
           - ความสามารถหรือทักษะอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
          2. การคัดเลือกผู้สมัครเข้าทำงานในแต่ละตำแหน่งงาน ดำเนินการโดยคณะกรรมการคัดเลือกของแต่ละหน่วยงาน

การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของ กฟผ.ทำอย่างไร ?

            เขื่อนของ กฟผ. ทุกเขื่อนเป็นเขื่อนเอนกประสงค์ มีหน้าที่กักเก็บน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรมและการบรรเทาอุทกภัยเป็นหลัก ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นเพียงผลพลอยได้จากการปล่อยน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามปริมาณ เพื่อการใช้ประโยชน์ที่กล่าวข้างต้น
            การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของ กฟผ. จะควบคุมให้ระดับน้ำตามกรอบของ เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำ” (Rule Curve) ซึ่งมีอยู่ 2 เกณฑ์ คือ  “เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวล่าง” (Lower Rule Curve) และ เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน” (Upper Rule Curve)
             การจัดทำเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำ โดยนำปัจจัยและข้อมูลของปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำและความต้องการใช้น้ำของพื้นที่ท้ายเขื่อนในรอบกว่า 30 ปีมาประกอบการจัดทำ ทั้งนี้ยังได้ทำการปรับปรุงตามสภาวการณ์เป็นระยะๆ
            · เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวล่าง(Lower Rule Curve) จะทำหน้าที่บอกให้ทราบว่า หากเก็บน้ำไว้ต่ำกว่าระดับนี้ จะมีความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำในปีหน้า
            · เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน(Upper Rule Curve) จะทำหน้าที่บอกให้ทราบว่า หากเก็บน้ำไว้สูงกว่าระดับนี้จะมีความเสี่ยงเรื่อง น้ำล้นเขื่อนจนอาจต้องเปิดประตูระบายน้ำล้น (Spillway)
            ในสภาวการณ์ปกติ เขื่อนจะควบคุมไม่ให้ระดับน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวล่างในช่วงฤดูแล้ง และช่วงฤดูฝน เขื่อนก็จะพยายามระบายน้ำเพื่อไม่ให้ระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน ดังนั้นเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำจึงเปรียบเสมือนเกณฑ์ที่คอยควบคุมระดับน้ำในเขื่อนให้มีปริมาณน้ำเก็บกักที่เหมาะสมตามสภาวการณ์ของปริมาณน้ำทั้งเหนือเขื่อนและสภาพน้ำในลุ่มน้ำท้ายเขื่อน เพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาพรวมตลอดทั้งปี

ทำไมเขื่อนต้องระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น (Spillway) เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการปล่อยน้ำผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้า ?

           การระบายน้ำเพิ่มขึ้นผ่านประตูระบายน้ำล้น นอกเหนือจากการระบายน้ำผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้า จะเกิดขึ้นในกรณีที่ปริมาณน้ำใกล้เต็มความจุของอ่างเก็บน้ำ และยังมีแนวโน้มที่มีปริมาณสูงอยู่ เพื่อควบคุมไม่ให้ระดับเก็บกักน้ำเกินความจุของอ่าง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนและอาคารประกอบ ทั้งนี้ในระหว่างการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น จะมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าอ่างฯ และสภาพท้ายน้ำอย่างใกล้ชิด

เขื่อนต้องการเก็บน้ำไว้มากเพื่อประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าหรือไม่ ?

         การผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน แต่เป็นผลพลอยได้จากการระบายน้ำตามความต้องการใช้น้ำเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิ เช่น การอุปโภค บริโภค การเกษตรกรรม รวมทั้งการบรรเทาอุทกภัย ซึ่งการบริหารจัดการเรื่องปริมาณน้ำที่จะต้องระบายออก ในช่วงเวลาใดๆ ในรอบปี อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อพิจารณาตัดสินใจบริหารน้ำร่วมกันอย่างใกล้ชิด
          นอกจากนี้การเก็บกักน้ำไว้เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจะไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในเรื่องรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อ กฟผ. แต่ประการใด ทั้งนี้เนื่องจากในระบบโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าปัจจุบัน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกำหนดให้ กฟผ.ได้รับอัตราค่าไฟฟ้าในรูปแบบ “ผลตอบแทนเงินลงทุน” (ROIC) จึงไม่มีแรงจูงใจให้ กฟผ.จะต้องเก็บกักน้ำไว้ในปริมาณมากๆ แต่อย่างใด  ดังนั้น ปัจจุบันการระบายน้ำจากเขื่อนจึงเป็นไปตามความจำเป็นทางด้านเกษตรกรรม การบรรเทาอุทกภัย และสาธารณูปโภคเป็นหลัก

การบริหารน้ำในภาวะฉุกเฉิน

           ในการวางแผนการระบายน้ำในแต่ละปี คณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆกว่า 20 หน่วยงาน ซึ่งส่วนใหญ่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะกำหนดเป้าหมายความต้องการใช้น้ำตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ตลอดช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็นต้นไป โดยจะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ รวมทั้งต้นทุนน้ำในแต่ละเขื่อน จากนั้นกรมชลประทานและ กฟผ. จึงมาร่วมกันวางแผนการระบายน้ำในรายละเอียดเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ และรายวัน ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำ และประกาศให้เกษตรกรทราบ เพื่อวางแผนการใช้น้ำต่อไป 
          อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุการณ์ผิดปกติ ทั้งภัยแล้ง หรือน้ำท่วม เช่นในปี 2554 กรมชลประทานจะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ เพื่อพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำตามสถานการณ์ คณะอนุกรรมการนี้ ก่อตั้งมาหลายปีแล้ว โดยจะมีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ 9 หน่วยงานร่วมเป็นกรรมการ ซึ่ง 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร สำนักการระบายน้ำ กทม. กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ กฟผ. โดยจะมีการประชุมติดตามสถานการณ์ที่กรมชลประทานทุกสัปดาห์ เพื่อกำหนดแผนการระบายน้ำตามแต่ละสถานการณ์  

กราฟและสถิติการจัดการอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ปี 2554

อากาศที่แม่เมาะ

ถาม  เนื่องจากผมเห็นโฆษณาในทีวี ที่เอาเด็กมาสูดอากาศเข้าไปเก็บในโหลแก้ว จริงๆแล้ว การดักจับซัลเฟอร์ฯได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า
ตอบ จากการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน ๑๑ สถานี บริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะและรอบอำเภอแม่เมาะ ภายหลังการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Flue Gas Desulfhurization : FGD) ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่สามารถกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก่อนออกจากปล่องได้สูงสุดถึงร้อยละ ๙๘ ค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่ได้มีค่าดีกว่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเวลาถึง ๑๐ ปี ไม่พบปัญหามลภาวะเกิดขึ้นอีกแต่อย่างใด ส่งผลให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะผ่านการรับรองมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001
        ดังนั้น เนื้อหาที่นำเสนอในภาพยนตร์โฆษณาชุด บทพิสูจน์ของ กฟผ. จึงเป็นข้อเท็จจริงของสภาพอากาศรอบบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
        นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษยังได้ติดตามและตรวจสอบคุณภาพอากาศของโรงไฟฟ้าแม่เมาะอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศรายวันในภาคต่างๆ ของประเทศไทย จากเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ (http://www.pcd.go.th/Airquality/Regional/defaultThai.cfm) ข้อมูล ณ วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔ พบว่า ค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในจังหวัดลำปาง น้อยกว่ากรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังมีค่าดีอยู่ในลำดับต้นๆ ใกล้เคียงกับจังหวัดเชียงใหม่ สระบุรี และภูเก็ตอีกด้วย
        บุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศและรายงานคุณภาพอากาศบริเวณพื้นที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ณ ช่วงเวลาปัจจุบันแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของ กฟผ.แม่เมาะ        http://maemoh.egat.com/so2online/index.php

สงสัยเรื่องควันจากโรงไฟฟ้า

ถาม ควันพิษที่ปล่อยออกมาตอนกลางคืน อันตรายหรือไม่
ตอบ ควันจากปล่องโรงไฟฟ้า บางครั้งสร้างความหวาดวิตกให้ผู้พบเห็นหรือผู้ที่อาศัยอยู่โดยรอบ หรือสร้างความเข้าใจผิดได้เสมอๆ  ในความเป็นจริง ควันที่เห็นจากโรงไฟฟ้าจะมี 2 ลักษณะ คือ ควันไอน้ำ และควันจากปล่องโรงไฟฟ้า ซึ่งทั้ง 2 ลักษณะไม่เป็นพิษภัยต่อประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ
      ควันไอน้ำ เกิดจากการระเหยของน้ำในระบบระบายความร้อนของหอหล่อเย็น(Cooling Tower) ซึ่งมีลักษณะกว้างแต่เตี้ยกว่าปล่องโรงไฟฟ้า มองไกลๆ คล้ายควันสีขาว ควันไอน้ำนี้ อาจเห็นได้ชัดในช่วงเช้า พลบค่ำ หรือเวลาที่อากาศชื้น เนื่องจากไอน้ำร้อนจะลอยไปกระทบความเย็นของอากาศ กลั่นตัวเป็นละอองน้ำ  หากมีปริมาณมาก จะมองคล้ายควันสีขาวทึบพวยพุ่งออกมา
     ควันจากปล่องโรงไฟฟ้า เป็นก๊าซที่เกิดหลังการเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเตา ลิกไนต์ หรือถ่านหิน ผ่านการบำบัดให้ได้มาตรฐานคุณภาพก๊าซเสีย ก่อนปล่อยออกทางปล่องโรงไฟฟ้า(Stack)  ควันลักษณะนี้จะมองเห็นได้น้อยมากหรือแทบมองไม่เห็นเลย เนื่องจากการเผาไหม้ในโรงไฟฟ้าจะต้องมีประสิทธิภาพสูง และมีความสมบูรณ์ ยกเว้นเกิดความผิดปกติในของระบบเผาไหม้ กรณีนี้ โรงไฟฟ้าจะต้องแก้ไขทันที
       การบำบัดก๊าซเสียจากโรงไฟฟ้าเพื่อให้ได้คุณภาพก่อนปล่อยออกทางปล่องโรงไฟฟ้านั้น จะพิจารณาองค์ประกอบที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและมนุษย์ โดยดัชนีชี้วัดที่สำคัญ ได้แก่ ค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และฝุ่น ที่ปะปนอยู่ในควัน
         ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าจะต้องตรวจวัดคุณภาพอากาศใน 2 ลักษณะไปพร้อมๆ กัน คือ
         • ตรวจวัดจากปล่อง(Continuous Emission Monitoring At Stack)
         • การตรวจวัดพื้นที่โดยรอบบริเวณ(Ambient Air Quality Monitoring)
         อย่างไรก็ตาม เนื่องจากควันจากปล่องโรงไฟฟ้ามีทั้งความร้อนและความชื้น เมื่อกระทบกับความเย็นจึงกลั่นตัวเป็นละอองน้ำเล็กๆ อาจเห็นเป็นหมอกขาวทึบในช่วงเช้าๆ หรือฝนตก และอาจเป็นสีเทาหรือดำในช่วงเย็นหรือกลางคืนเนื่องจากความมืด แต่ไม่มีอันตรายเช่นเดียวกับหมอก ดังนั้น ในเวลากลางวันที่มีอากาศแห้ง เราจะแทบมองไม่เห็นหมอกควันจากปล่องโรงไฟฟ้า
       สรุป ควันที่เห็นตอนกลางคืนหรือกลางวันมีลักษณะเดียวกัน ต่างกันตรงที่สภาวะของแสงและความชื้นในอากาศที่แตกต่างกัน โดยอาจะเป็นได้ทั้งควันไอน้ำจากหอหล่อเย็นหรือจากปล่องโรงไฟฟ้า ทั้ง 2 กรณี ได้มีการบำบัดของเสียก่อนปล่อยออกจากโรงไฟฟ้า รวมทั้งมีการตรวจวัดคุณภาพอากาศในบริเวณและในพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้า ทำให้มั่นใจได้ว่า คุณภาพอากาศโดยรอบโรงไฟฟ้าจะปลอดภัยสำหรับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม 

ค่าไฟฟ้าฟรี 90 หน่วย

ถาม รัฐบาลยกเลิกการใช้ไฟฟ้าฟรีแล้วหรือยัง เนื่องจากที่บ้านใช้ไฟ้ฟ้าไม่ถึง 90 หน่วย ใช้มิเตอร์ 5 แอมป์
ตอบ ขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ยกเลิกการใช้ไฟฟ้าฟรี แต่มีการปรับเงื่อนไข กรณีดังกล่าวน่าจะเข้าข่ายใช้ไฟฟ้าฟรี กรุณาสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ การไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครับ

ถาม การใช้ไฟฟ้าฟรีมีหลักเกณฑ์อย่างไร
ตอบ คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554 มีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในนโยบายการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทยปี 2554-2558 และมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)  รับไปดำเนินการจัดทำโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า
          ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2554 กกพ. ได้เห็นชอบโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยเพื่อการประกาศใช้ในช่วงปี 2554- 2555  ตั้งแต่ค่าไฟฟ้าในรอบเดือนกรกฎาคม 2554 เป็นต้นไป ในส่วนของการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าฟรีสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน ได้มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยกำหนดให้ช่วยเหลือเฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้ประเภท 1.1 ซึ่งติดตั้งมิเตอร์ขนาด 5(15) แอมแปร์ และใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน
           หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สกพ.) โทรศัพท์ 0-2207-3599

ต้องการขายไฟฟ้าที่ผลิตจากชีวมวลให้ กฟผ. ต้องอยู่ในพื้นที่ใด มีหลักการ และราคาขายอย่างไร ?

ตอบ 1 ทุกท้องที่ที่สามารถเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าสามารถตั้งโรงไฟฟ้าได้ แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถระบบว่าสามารถรองรับการเชื่อมโยงได้หรือไม่ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับระบบไฟฟ้าของ กฟภ. หรือของ กฟผ. ก็ได้
           2. การดำเนินการ  จะเสนอขายในรูปแบบ SPP หรือ VSPP ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังไฟฟ้าที่จะเสนอขาย ถ้าน้อยกว่า 10 เมกะวัตต์จะขายในรูปแบบ VSPP กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ( กฟภ.) โดยการขายแบบ SPP จะปริมาณที่เสนอขายต้องมากกว่า 10 เมกะวัตต์ แบ่งการขายออกเป็น 2 แบบ คื่อแบบ FIRM ต้องเดินเครื่องตามแผนสั่งการ กฟผ.อายุสัญญา 20-25 ปี และประเภท Non Firm จะเดินเครื่องตามความต้องการจ่ายไฟฟ้าของบริษัท อายุสัญญา 5 ปีต่อเนื่องทุก 5 ปี
          3. ราคาขายต่อหน่วยแบบ Firm จะได้ค่าความพร้อม + ค่าพลังงานไฟฟ้า+ ส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้า + ค่าประหยัดพลังงานไฟฟ้า+ค่าสนับสนุน ราคารับซื้อแประมาณ 3.60 บาท /หน่วย  แบบ Non-Firm จะได้ค่าพลังงานไฟฟ้า+ Ft+ ส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้า ราคารับซื้อประมาณ 3 บาท ต่อหน่วย
         4. สามารถส่งคำร้องการเสนอขายไฟฟ้าของ กฟผ. มาเพื่อพิจารณา และสามารถหาข้อมูลได้ที่ Web Site    WWW: PPA.EGAT.CO.TH
          สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามฝ่ายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 0-2436-8532  

ค่า FT คืออะไร ย่อมาจากอะไร ทำไมจึงเพิ่มขึ้น และปัจจุบันค่าไฟฟ้าหน่วยละเท่าใด ?

         ค่าไฟฟ้าผันแปร หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า ค่า Ft (F มาจาก Fuel , t มาจาก time หมายถึงการเปลี่ยนไปตามเวลา) เป็นค่าไฟฟ้าที่ปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นหรือลดลง ตามการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของการไฟฟ้า ภายใต้สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ 
         ค่า Ft จะพิจารณาปรับครั้งละ 4 เดือน โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2551
        จากค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ กกพ. ได้มีมติขึ้นค่าเอฟที งวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2555 ในอัตรา 18 สตางค์ต่อหน่วย โดยประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้ารวมเฉลี่ย 3.71 บาทต่อหน่วย(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
        ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.erc.or.th

สนใจเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก

ถาม เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต สามารถผลิตได้เอง และได้รับรางวัล เมื่อปี 2551 นั้น ไม่ทราบว่าขณะนี้สามารถผลิตออกมาจำหน่ายแล้วหรือยัง ถ้าผลิตออกมาแล้วมีจำหน่ายที่ไหน ติดต่อใคร
ตอบ  1. เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก (Micro Hydro Turbine) ของ กฟผ. นั้น ขณะนี้สามารถผลิตและจำหน่ายได้แล้ว โดยการผลิตจะต้องพิจารณาจากปริมาณน้ำ (Flow Rate) ความสูงของระดับน้ำ และเส้นผ่าศูนย์กลางท่อที่จะใช้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยการผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะไม่มีการผลิตก่อนที่จะมี Order เนื่องจากต้องศึกษาความเหมาะสมของตัวแปรทางเทคนิคต่าง ๆ ณ Site งานของลูกค้า
          2. เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ปัจจุบัน กฟผ. ได้ติดตั้ง และนำเข้าใช้งานให้กับการประปานครหลวง (สถานีสูบจ่ายน้ำลาดพร้าว 3 Unit) และขณะนี้ได้เซ็นสัญญาที่จะติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กในฝั่ง สปป.ลาว
          3. กฟผ. มีหน่วยงาน คือ ฝ่ายจัดการธุรกิจเดินเครื่องและบำรุงรักษา ทำหน้าที่ด้านธุรกิจ การตลาดและการขาย (โทรติดต่อ 02-4367420 หน่วยงานกองการขายและบริหารสัญญาในประเทศ) ส่วนหน่วยงานที่ทำการผลิตและติดตั้งคือ เขื่อนศรีนครินทร์