เข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบ

เลขประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน
รหัสผ่าน
จดจำฉัน
*ใช้รหัสผ่านชุดเดียวกับระบบอีเมล กฟผ.
วันศุกร์, 27 มีนาคม 2563 15:52

ล้างมือด้วย สบู่ vs แอลกอฮอล์

เมื่อศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) ให้ความสำคัญกับสบู่และน้ำเป็นอันดับแรก แต่หลายคนยังคงสงสัยว่า "สบู่ธรรมดา" กับ "แอลกอฮอล์" อะไรจะช่วยกำจัดเชื้อไวรัสได้ดีกว่ากัน

ในวันที่แอลกอฮอล์เจลล้างมือหาซื้อยาก ราคาแพง หลายคนจึงกลับมาโฟกัสกับสิ่งที่มีและใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน อย่างสบู่ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ก้อน สบู่เหลว ขณะที่ในความคิดก็ยังไม่ค่อยแน่ใจในประสิทธิภาพของสบู่ หากต้องเปรียบเทียบกับการใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค โดยเฉพาะในเวลานี้ที่มีเชื้อไวรัสซึ่งติดต่อในระบบทางเดินหายใจอย่างเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่สามารถแพร่กระจายผ่านมือของเราได้ และอาจเข้าสู้ร่างกายเพียงแค่เราสัมผัสใบหน้า ดังนั้น แนวหน้าในการสู้กับ (COVID-19) ของเราก็คือ "มือ" CDC แนะนำว่า การล้างมือด้วยสบู่และน้ำ คือวิธีทำความสะอาดที่ได้ผลที่สุด หากไม่สะดวกให้ใช้แอลกอฮอล์เจลที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อยร้อยละ 60

สบู่ธรรมดากับการกำจัดเชื้อไวรัส

พัลลี ธอร์ดาร์สัน นักเคมีจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย เผยไว้ในทวิตเตอร์ว่า สบู่เปรียบเสมือนทีมทำลายล้างที่เข้าไปทำลายตึกด้วยการพังทลายอิฐทีละก้อน เพราะฉะนั้น การล้างมือจึงไม่เพียงแต่เป็นการล้างเชื้อไวรัสออกจากมือเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายไวรัสด้วย

ความสำคัญและการทำงานของสบู่

ธอร์ดาร์สัน อธิบายขยายความความสำคัญและการทำงานของสบู่กับเว็บไซต์ Vox ว่าสบู่จะมีสองขั้ว ขั้วหนึ่งจะชอบน้ำแต่ไม่ชอบโปรตีนและไขมัน อีกขั้วหนึ่งไม่ชอบน้ำแต่ชอบโปรตีนและไขมัน คุณสมบัติข้อนี้ทำให้สบู่มีประสิทธิภาพที่สุด ยกตัวอย่างการทำงานของสบู่ว่า หากหยดน้ำมันลงในน้ำ น้ำมันจะรวมตัวกันลอยอยู่เหนือน้ำ เพราะน้ำมันไม่รวมตัวกับน้ำ แต่หากหยดน้ำสบู่ลงไป น้ำมันจะกระจายตัว นั่นเป็นเพราะสบู่ขั้วที่ชอบไขมันจะไปจับกับน้ำมัน ส่วนขั้วที่ชอบน้ำก็จะดึงไขมันไปรวมกับน้ำ ทำให้น้ำมันแตกตัว สรุปง่าย ๆ ก็คือสบู่จะเข้าไปล้อมรอบน้ำมัน แล้วแยกน้ำมันที่รวมตัวกันอยู่ให้กระจายออก หลักการนี้ใช้ได้ผลกับเชื้อไวรัสโคโรนาเช่นกัน เนื่องจากเชื้อจะถูกล้อมรอบด้วยไขมันและโปรตีน เมื่อเจอสบู่ ไขมันเหล่านี้จะถูกแยกออกจากกัน และแม้จะมีส่วนที่เข้าไปรวมตัวกับไขมัน แต่โปรตีนและไขมันที่เป็นเกราะป้องกันไวรัสจับตัวกันอยู่หลวม ๆ ทำให้สบู่สามารถทำลายเกราะป้องกันของไวรัสโคโรนาได้อย่างง่ายดาย เมื่อเกราะคุ้มกันแตกเชื้อไวรัสก็แตกออกด้วย และหมดฤทธิ์ไปในที่สุด

สำหรับเงื่อนไขสำคัญก็คือ ปฏิกิริยาเหล่านี้ต้องใช้เวลา และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมต้องล้างมืออย่างน้อย 20 วินาที อีกทั้งผิวหนังบนมือของเรายังเต็มไปด้วยรอยย่นรอยพับต่าง ๆ เพราะฉะนั้น กว่าสบู่จะซึมเข้าไปยังซอกเล็ก ๆ และกำจัดไวรัส หรือเชื้อโรคที่ซุกซ่อนอยู่จึงต้องใช้เวลาสักครู่หนึ่ง

แอลกอฮอล์กับการกำจัดเชื้อไวรัส

เจลล้างมือ หรือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือแบบไม่ต้องล้างน้ำออก ชนิดเจลของเหลวและสเปรย์ จัดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางควบคุม มีส่วนประกอบสำคัญคือ แอลกอฮอล์ (alcohol) ในปริมาณน้อยกว่าร้อยละ 70 อาจมีสารฆ่าเชื้อ เช่น ไตรโคลซาน สารที่ทำให้เกิดสภาพเจล (gelling agent) เช่น carbomer สารให้ความชุ่มชื้นลดการแห้งของผิว (emollients) เช่น ว่านหางจระเข้ (Aloe vera) tea tree oil และกลีเซอรอล สีและน้ำหอมเป็นส่วนผสม หากผลิตภัณฑ์มีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมตั้งแต่ ร้อยละ 70 ขึ้นไป และใช้กับผิวหนังมนุษย์จะจัดเป็นยา เช่น แอลกอฮอล์ล้างแผล

คุณสมบัติทางกายภาพและการออกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

โดยทั่วไป แอลกอฮอล์ที่นิยมใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเจลล้างมือ คือ เอทานอล (ethanol หรือ ethyl alcohol) เป็นของเหลวใสไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และสามารถระเหยได้ดี การออกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์แบคทีเรียหลากหลายชนิด รวมถึงไวรัสและเชื้อรา จึงนิยมใช้ในการฆ่าเชื้อผิวหนังและพื้นผิวทั่วไป แอลกอฮอล์เป็นสารที่ทำให้เกิดการคายน้ำ (strong dehydrating agent) ออกจากเซลล์ แล้วดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าไปทำให้เซลล์เมมเบรนถูกทำลายและโปรตีนเปลี่ยนสภาพ อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องไปรบกวนเมตาบอลิซึม (metabolism) และทำให้เซลล์ถูกทำลายในที่สุด ส่วนเงื่อนไขสำคัญสำหรับ การใช้แอลกอฮอล์เจล หากมือเปียกหรือมีเหงื่อขณะใช้แอลกอฮอล์เจล ประสิทธิภาพการกำจัดไวรัสก็จะลดลง เนื่องจากถูกน้ำหรือเหงื่อเจือจาง

อ่าน 6617 ครั้ง
Top