เข้าสู่ระบบ

เข้าสู่ระบบ

เลขประจำตัวผู้ปฏิบัติงาน
รหัสผ่าน
จดจำฉัน
*ใช้รหัสผ่านชุดเดียวกับระบบอีเมล กฟผ.
วันจันทร์, 20 เมษายน 2563 15:02

ในช่วงเวลาที่หมองหม่น มองให้ดี..ยังมีเรื่องราวที่น่าจดจำ

ย้อนกลับไปในราวเดือนกุมภาพันธ์ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เริ่มทวีความรุนแรง โดยพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ซึ่ง กฟผ. ได้มีการติดตามและตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทั่วประเทศ โดยมีการออกมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าวเพื่อใช้ปฏิบัติภายใน กฟผ. และปรับให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้นตามแนวโน้มของสถานการณ์ พร้อมกับเปิดศูนย์จัดการภาวะวิกฤต โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดได้อย่างทันท่วงที ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นการปักหมุดแรกของการรับมือ และหากนับจนถึงวันนี้ (20 เมษายน 2563) เป็นเวลาครบ 52 วันแล้ว ที่ กฟผ. รับมือกับโรคระบาดใหม่นี้อย่างต่อเนื่อง

 

ศูนย์จัดการภาวะวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กฟผ. มีนายสุทธิชัย จูประเสริฐพร รองผู้ว่าการบริหาร (รวห.) เป็นประธาน ประกอบด้วยทีมฝ่ายแพทย์และอนามัย (อพอ.) หน่วยงานที่รับบทบาทหนักหน่วงที่สุดในสถานการณ์ของโรคระบาด เพราะเป็นเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ซึ่งมีการติดตามสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอก กฟผ. อย่างใกล้ชิด เฝ้าระวัง ตลอดจนให้คำแนะนำกับผู้ปฏิบัติงานถึงวิธีการดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อให้ปลอดภัยจากโรค อีกทั้งยังมีทีมงานจากทุกสายงานของ กฟผ. มาร่วมช่วยกันคิดและกลั่นกรองมาตรการรับมือในด้านต่าง ๆ ให้สามารถนำมาใช้ปฏิบัติได้อย่างราบรื่นและครอบคลุม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด อันจะส่งผลให้ กฟผ. สามารถดำเนินงานตามภารกิจต่าง ๆ ได้ด้วยดี เรียกได้ว่าเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตนี้ ศูนย์จัดการภาวะวิกฤตฯ กฟผ. ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือ เน้นการทำงานเป็นทีม เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ซึ่งผลลัพธ์ของการทำงานอย่างหนักนี้ ทำให้ปัจจุบัน กฟผ. ยังสามารถคงสถานะ ZERO COVID ไว้ได้

 

  

มีคำกล่าวว่าเมื่อตกอยู่สถานการณ์วิกฤต มีหลายเรื่องที่เรานึกคิดวางแผนเผื่อไว้ และมีบางเรื่องที่คิดไม่ถึงโผล่มาท้าทายเพื่อให้หาวิธีรับมือหรือแก้ไขได้เสมอ สิ่งที่ไม่เคยทำก็จะได้ทำ สิ่งที่ไม่เคยเจอก็จะได้เจอ และจากวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือหาวิธีป้องกัน นั่นทำให้เราได้เห็นมาตรการการดูแลผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ที่สั่งการผ่านมาจากศูนย์จัดการภาวะวิกฤตฯ ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนใน กฟผ. ซึ่งมาจากความห่วงใยและคำนึงถึงความปลอดภัยในสุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นลำดับแรก อย่างการตั้งจุดตรวจคัดกรองคนก่อนขึ้นอาคาร การติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ในหลายจุดทั่ว กฟผ. มาตรการ Social Distancing การ Work from Home ฯลฯ นอกจากนี้ยังได้เห็นความเสียสละของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานจำนวนมาก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดภาระหน้าที่มากมายที่งอกเงยขึ้นมานอกเหนือจากงานประจำที่ทุกคนต้องรับผิดชอบอยู่โดยปกติ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเหตุวิกฤตที่จะส่งผลกระทบต่อองค์การแล้ว ทุกคนยอมเสียสละ ยอมเหน็ดเหนื่อยเพิ่มขึ้น เพื่อดูแลกันและกันให้มีความปลอดภัยมากที่สุด เพื่อให้ทุกคนยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อย่างน้อยก็ตลอดเวลาที่อยู่ในรั้ว กฟผ.

 

ขณะเดียวกัน ไม่เพียงแต่การดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ดีที่สุดในช่วงสถานการณ์ COVID-19 แล้ว ศูนย์จัดการภาวะวิกฤตฯ นี้มีการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยตรงกับผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ. ซึ่งมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนชาวชุมชนที่อยู่โดยรอบ กฟผ. ทั่วประเทศ เพราะตระหนักดีว่าโรค COVID-19 ไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่สุขภาพอนามัยเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบถึงรายได้ และการดำรงชีวิตของประชาชนด้วย ซึ่งหากติดตามข่าวสาร กฟผ. เราจะได้เห็นน้ำใจของชาว กฟผ. ที่ได้ลงพื้นที่ ลงทุนลงแรงเพื่อช่วยเหลือชุมชน และสังคมรอบข้าง สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาล การทำงานบุคลากรทางการแพทย์ ในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดนี้อย่างต่อเนื่อง

  

 

ศูนย์จัดการภาวะวิกฤตฯ จะยังคงเปิดต่อเนื่องต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง ทั้งหมดนี้เป็นภาพอีกด้านหนึ่ง ที่ฉายออกมาให้คน กฟผ. ได้เก็บเป็นความทรงจำในยามเกิดเหตุวิกฤตหรือช่วงเวลาที่ยากลำบากใด ๆ ก็ตาม เราได้เห็นมิตรภาพดี ๆ ของผู้ปฏิบัติงานที่มอบให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็นความเสียสละ ความร่วมแรงร่วมใจ ความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ Special Report ขอเป็นตัวแทนผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ขอบคุณทุกทีมจากทุกหน่วยงานของ กฟผ. ภายใต้การบริหารจัดการของศูนย์จัดการภาวะวิกฤตฯ ที่ยืนหยัดและเป็นหลักในการดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ปลอดภัย ทำให้ทุกคนมีขวัญและกำลังใจที่ดีในการทำงานเพื่อองค์การต่อไป

นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ก็ต้องไม่ลืมว่า พวกเรามีหน้าที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ขอให้ทุกคนรักษาตนให้แข็งแรงทั้งกายและใจ ให้มีพลังทำหน้าที่นี้ได้อย่างสมบูรณ์ และที่สำคัญผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทุกคนสามารถเป็นอีกหนึ่งแรงที่สามารถช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อดูแลสังคมไทย เชื่อว่าประเทศไทยจะต้องผ่านวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็วอย่างแน่นอน

 

อ่าน 152 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุด เมื่อ วันจันทร์, 20 เมษายน 2563 17:08
Top