การเดินทางของสายลม กว่าจะเป็นพลังงานสีเขียวเพื่ออนาคต#
17 October 2024
สายลมที่พัดผ่านรอบตัวเรา จะไม่เป็นเพียงสายลมพัดเย็นให้เราคลายร้อน แต่ด้วยความพยายามของมนุษย์กำลังทำให้สายลมกลายเป็นไฟฟ้าสีเขียว แหล่งพลังงานสะอาดให้กับมวลมนุษยชาติในอนาคต
ลมเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่ไม่มีวันหมดและเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม มนุษย์เราจึงคิดค้นและพัฒนากังหันลม เพื่อเปลี่ยนพลังงานจากการเคลื่อนที่ของลมให้กลายเป็นไฟฟ้า โดยใช้กังหันลม (Wind Turbine) ทำให้พลังงานที่ได้นี้เป็น “ไฟฟ้าสีเขียว” เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เส้นทางของการพัฒนากังหันลม : จากต้นแบบสู่พลังงานสะอาดแห่งอนาคต#
ประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากลมมากว่า 40 ปีแล้ว โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ติดตั้งกังหันลม เมื่อปี พ.ศ. 2526 – 2531 โดยมีขนาด 1 กิโลวัตต์ 18.5 กิโลวัตต์ 0.85 กิโลวัตต์ และ 2 กิโลวัตต์ อย่างละ 1 ชุด เพื่อเป็นต้นแบบในการศึกษากังหันลมที่สถานีพลังงานทดแทนแหลมพรหมเทพ กฟผ. จ.ภูเก็ต ซึ่งจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2533 ถือเป็นครั้งแรกที่พลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมสามารถเชื่อมโยงเข้ากับระบบจำหน่ายไฟฟ้าได้ หลังจากนั้นปี พ.ศ.2535 ได้ติดตั้งกังหันลมขนาด 10 กิโลวัตต์ เพิ่มอีก 2 ชุด เพื่อศึกษาเพิ่มเติม และแม้ว่าปัจจุบันกังหันลมเหล่านี้จะปลดออกจากระบบผลิตไฟฟ้าแล้ว แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญของการศึกษาศักยภาพของพลังงานลมในประเทศไทย

ไม่ใช่ที่ไหนก็ติดตั้งกังหันลมได้ จากการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ต้องเป็นพื้นที่ที่มีความเร็วของลมเฉลี่ยมากกว่า 6 เมตรต่อวินาที มีภูมิประเทศที่เปิดโล่ง เช่น บริเวณชายฝั่งทะเลหรือภูเขาสูงที่มักจะมีกระแสลมไหลผ่านอย่างต่อเนื่อง มีทิศทางลมค่อนข้างคงที่ นอกจากนั้นยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความใกล้ชิดกับชุมชน กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งพื้นที่สถานีพลังงานทดแทนแหลมพรหมเทพนั้นมีคุณสมบัติเหมาะสม ในปี พ.ศ.2539 กฟผ.จึงติดตั้งกังหันลมขนาด 150 กิโลวัตต์เพิ่ม ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนั้น

เส้นทางของการพัฒนากังหันลมยังดำเนินต่อไป ที่เขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา พบว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งกังหันลมเช่นกัน ปี พ.ศ.2552 กฟผ.จึงได้สร้างโรงไฟฟ้ากังหันลมลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา ขนาดใหญ่ถึง 14 ต้น ระยะแรกติดตั้งกังหันลมขนาด 1.25 เมกะวัตต์ จำนวน 2 ต้น และระยะที่สองปี พ.ศ.2559 ได้ติดตั้งกังหันลมขนาด 2 เมกะวัตต์ อีกจำนวน 12 ต้น ปัจจุบันกังหันลมทั้ง 2 พื้นที่ยังคงผลิตไฟฟ้า เสริมพลังให้กับระบบไฟฟ้าสีเขียวของไทย

เสถียรภาพจากการผสมผสาน#
แม้พลังงานลมจะเป็นพลังงานที่มีอยู่อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ความไม่แน่นอนของลมก็เป็นความท้าทายในการรักษาเสถียรภาพของการผลิตไฟฟ้า กฟผ. จึงได้พัฒนา ” Wind Hydrogen Hybrid System ” ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงานรูปแบบหนึ่งที่นำพลังงานลมมากักเก็บในรูปแบบไฮโดรเจน และเมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้า ไฮโดรเจนจะถูกนำมาผ่านเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) เพื่อแปลงกลับเป็นพลังงานไฟฟ้า นับเป็นการผสมผสานพลังงานจากลมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยให้ไฟฟ้าจากกังหันลมมีความเสถียรและใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้นำร่องการใช้งานที่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ลำตะคอง จ.นครราชสีมา เพื่อสร้างต้นแบบการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานลมพัฒนามากขึ้น ก็จะเป็นแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความเสถียร เสริมความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศไปพร้อม ๆ กัน


ที่นี้สายลมก็ไม่ได้เป็นแค่ลมที่พัดผ่านไปเฉยๆแล้ว แต่จะเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ช่วยเสริมให้การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศไปสู่พลังงานสะอาดตามเป้าหมายได้อย่างมั่นคง
