BESS พลังสำรอง เก็บความมั่นคง ในยุคพลังงานหมุนเวียน
22 July 2025
ช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาดได้ เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก บวกกับแรงผลักดันของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้พลังงานหมุนเวียนมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพลังงานทั่วโลก แต่พลังงานหมุนเวียนเหล่านี้กลับมีความไม่แน่นอน และนับวันจะยิ่งสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และนี่คือหนึ่งความท้าทายในช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ทุกประเทศต้องเผชิญ ในการเสาะแสวงหาวิธีการรับมือกับข้อจำกัดข้างต้น “แล้วเทคโนโลยีอะไรล่ะที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้ารวดเร็วที่สุด?”


แกะกล่อง BESS
ขณะที่เรามุ่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดนั้น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า BESS (Battery Energy Storage System) ได้กลายมาเป็นสิ่งสำคัญในการบูรณาการด้านพลังงาน ทำให้การจ่ายพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนและไม่ต่อเนื่อง กลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น BESS จึงเป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำมาช่วยยกระดับความมั่นคงระบบโครงข่ายไฟฟ้า ด้วยคุณสมบัติของ BESS เป็นแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน ซึ่งมีจุดเด่นหลายประการ ทั้งการจ่ายไฟฟ้าได้รวดเร็วในระดับมิลลิวินาที (ms) มีน้ำหนักเบา มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี ติดตั้งอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่มีเครื่องปรับอากาศ จึงทำให้เหมือนกับกล่องพลังงาน นอกจากนี้ BESS ยังใช้พื้นที่น้อย และสามารถใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ทั้งเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน โดย BESS ช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ใช้เมื่อไม่มีแสงแดดหรือไม่มีลม ทำให้สามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดูแลความมั่นคงในระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Scale) ในภาพรวม โดยภายใน BESS ประกอบด้วย เซลล์แบตเตอรี่ อุปกรณ์แปลงไฟ ระบบควบคุมและจัดการพลังงาน รวมถึงระบบความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อให้เป็นขุมพลังงานที่มีความเสถียรมากที่สุด


BESS จ่ายไว ไฟแรง เสริมแกร่งระบบไฟฟ้า
BESS เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่ (Power Bank) ของระบบไฟฟ้า ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมจ่ายไฟได้ทันทีเมื่อความต้องการไฟฟ้ามีเพิ่มมากขึ้น ด้วยหลักการทำงานของ BESS ที่กักเก็บพลังงานในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อนำไปใช้ในอีกช่วงเวลาหนึ่งที่มีความต้องการพลังงาน โดยผ่านการชาร์จแบตเตอรี่ในช่วงเวลาที่มีความต้องการไฟฟ้าต่ำ แล้วนำพลังงานที่กักเก็บเอาไว้มาจ่ายไฟฟ้าเสริมระบบในช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าสูง (Energy Shifting) ช่วยจ่ายไฟฟ้าในช่วงที่การผลิตไฟฟ้าของพลังงานหมุนเวียนมีความผันผวน ควบคุมแรงดันไฟฟ้า (RE Firming) พร้อมชดเชยความไม่สมดุลระหว่างกำลังการผลิตและความต้องการไฟฟ้า เพื่อควบคุมและรักษาความถี่ของไฟฟ้าให้อยู่ในค่ามาตรฐาน (Frequency Regulation) รวมถึงช่วยบริหารจัดการลดความคับคั่งของการส่งจ่ายไฟฟ้าไม่ให้เกินขีดจำกัดของระบบส่ง (Transmission Congestion Management) การประยุกต์ใช้ BESS ในระบบไฟฟ้าจะช่วยให้สามารถนำไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นการเสริมศักยภาพโครงข่ายระบบไฟฟ้าให้สามารถรองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมั่นคง (Grid Modernization)


กฟผ. ลุยติดตั้ง BESS จ่ายไฟให้ระบบแล้ว
ปัจจุบัน กฟผ. ได้ติดตั้งระบบ BESS แล้ว ในหลายพื้นที่ ได้แก่ 1. สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ กำลังไฟฟ้า 16 เมกะวัตต์ (ความจุ 16 เมกะวัตต์-ชั่วโมง) และ 2. สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี กำลังไฟฟ้า 21 เมกะวัตต์ (ความจุ 21 เมกะวัตต์-ชั่วโมง) เป็นการนำ BESS ไปติดตั้งเชื่อมต่อกับระบบส่งไฟฟ้า ในบริเวณสถานีไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก เพื่อเตรียมพร้อมรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ 3. โครงการสมาร์ทกริดฯ จ.แม่ฮ่องสอน ติดตั้งแบตเตอรี่ กำลังไฟฟ้า 5 เมกะวัตต์ (ความจุ 6 เมกะวัตต์-ชั่วโมง) ทำงานร่วมกับแหล่งผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ พร้อมด้วยระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ช่วยจ่ายไฟฟ้าให้กับอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนเพิ่มความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
ในอนาคต เมื่อสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าไทยเพิ่มมากขึ้น การใช้ BESS จะยิ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมคุณภาพไฟฟ้าแบบ Real-Time พร้อมเสริมความยืดหยุ่นให้แก่ระบบไฟฟ้า (Grid Flexibility) ขณะเดียวกันการติดตั้ง BESS ยังคงต้องใช้ต้นทุนสูง ดังนั้นการเลือกใช้ BESS จึงจำเป็นต้องเลือกจุดยุทธศาสตร์ในการติดตั้งที่เหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) อีกหลายรูปแบบ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ และการกักเก็บพลังงานในรูปแบบก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งจะช่วยให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น เสริมทัพให้ระบบไฟฟ้าของประเทศมีความมั่นคง ควบคู่กับการเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions ไปด้วยกัน
