“ผ้ากาบบัวแสงสินทร” จากเส้นใยแห่งภูมิปัญญาบรรพชนคนอีสาน สู่ผ้าทออัตลักษณ์ชุมชนเขื่อนสิรินธร สะท้อนความภาคภูมิใจชาวอุบลฯ#
23 December 2025
“ผ้ากาบบัวแสงสินทร” หาใช่เป็นเพียงผืนผ้าอันงดงาม หากแต่เป็นผลรวมของภูมิปัญญาบรรพชนคนอีสาน งานหัตถศิลป์อันประณีต และพลังความร่วมมือของชุมชนรอบเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี ผืนผ้าที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ ในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้ยังคงมี “ชีวิตชีวา” ท่ามกลางบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

ความงดงามและคุณค่าของผ้ากาบบัวแสงสินทรปรากฏชัดเป็นรูปธรรม เมื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทูลเกล้าฯ ถวายผ้ากาบบัวแสงสินทร แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานกาชาดประจำปี 2568 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ยังความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นแก่ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ตลอดจนศิลปินผู้ออกแบบ ซึ่งผ้ากาบบัวผืนดังกล่าวนี้ทอขึ้นจากผ้าไหม ยกระดับด้วยเทคนิคพิเศษซึ่งมีเพียงผืนเดียวในโลก
จากผืนผ้าแห่งการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สู่การเป็นผ้าทออัตลักษณ์ของชุมชนเขื่อนสิรินธร กฟผ. ผ้ากาบบัวแสงสินทรจึงเป็นส่วนสำคัญของสัญลักษณ์การสืบสานภูมิปัญญาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวทางเขื่อนสิรินธรโมเดล กฟผ.


สนับสนุนผ้าทออัตลักษณ์ชุมชนสู่ความยั่งยืน ตามแนวทางเขื่อนสิรินธรโมเดล กฟผ. #
นายอาทิตย์ พรคุณา หัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร (กธอ-ฟ.) โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อฟอ.) กฟผ. ผู้ดูแลการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธรควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตของชุมชน เผยว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้าย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เป็นส่วนหนึ่งในโครงการเขื่อนสิรินธรโมเดล กฟผ. ซึ่งเป็นการพัฒนาชุมชนรอบ กฟผ.เขื่อนสิรินธร ตามนโยบายของนายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ อดีตผู้ว่าการ กฟผ. โดยที่ผ่านมา กฟผ. ได้ให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนฯ ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การทอผ้า การพัฒนาแบบ ลายผ้า และผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย การจัดช่องทางจำหน่าย ตลอดจนการนำชุมชนเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมจากภาคีเครือข่ายด้านงานผ้าและสิ่งทอในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือการทอผ้าและเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน ล่าสุดได้นำสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนฯ เข้ารับการอบรมการทอผ้ากาบบัวแสงสินทรจากอาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ทอผ้า) ปี 2564 ซึ่ง กฟผ. เตรียมผลักดันผ้ากาบบัวแสงสินทรให้เป็นผ้าทออัตลักษณ์ของชุมชนโดยรอบเขื่อนสิรินธร เพื่อแสดงออกถึงความเป็นตัวตนและความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่


“ผ้ากาบบัวแสงสินทร” ผ้าทออัตลักษณ์ชุมชนเขื่อนสิรินธร สะท้อนตัวตนและความภาคภูมิใจของชาวอุบลฯ#
อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ทอผ้า) ปี 2564 และเจ้าของพิพิธภัณฑ์คำปุน แหล่งเรียนรู้งานหัตถกรรมผ้าทอพื้นเมืองที่สำคัญของ จ.อุบลราชธานี คือบุคคลสำคัญผู้คิดค้นและออกแบบผ้ากาบบัว ผ้าเอกลักษณ์ของ จ.อุบลราชธานี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยผ้ากาบบัวเป็นการผสมผสานเทคนิคการทอผ้าพื้นเมืองอย่างน้อย 4 เทคนิค ได้แก่ ซิ่นทิว มับไม มัดหมี่ ผ้าขิดหรือจก
อาจารย์มีชัย เล่าให้ฟังว่า กฟผ. ริเริ่มผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ของชุมชนโดยรอบเขื่อนสิรินธร ซึ่งตนเองมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงออกแบบผ้ากาบบัวลายแสงสินทรเป็นผ้าทออัตลักษณ์ของชุมชนเขื่อนสิรินธร ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของดอกบัวและแสงสะท้อนผืนนํ้าในอ่างเก็บนํ้าเขื่อนสิรินธร ส่วนคำว่า “สินทร” เป็นคำหนึ่งในพระปรมาภิไธยเต็มของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระนาม “สิรินธร” เป็นส่วนหนึ่งของพระนามาภิไธยเต็มของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อันเป็นชื่อของ อ.สิรินธร และเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติทั้งสองพระองค์ โดยยังคงไว้ซึ่งคำว่า “แสง” ในลายผ้า ซึ่งสื่อถึง 4 แสงของ จ.อุบลราชธานี ตามแนวคิดของนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี อันได้แก่ “แสงแรก” อุบลราชธานีเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยที่แสงอาทิตย์สาดส่องในแต่ละวัน “แสงธรรม” ต้นกำเนิดของพระอริยสงฆ์ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น และหลวงปู่ชา “แสงเทียน” ประเพณีแห่เทียนพรรษาของอุบลราชธานีเป็นเอกลักษณ์ประเพณีประจำแดนอีสานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และ “แสงโซลาร์เซลล์” จุดกำเนิดพลังงานสะอาดโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดที่เขื่อนสิรินธร


“งานศิลปหัตถกรรมทุกแขนงล้วนต้องอาศัยทักษะและความชำนาญซึ่งต้องใช้เวลาและความตั้งใจฝึกฝน ในก้าวต่อไปหากชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้ได้รับตราสัญลักษณ์ OTOP ก็จะทำให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าสู่ตลาดได้เอง ขอขอบคุณ กฟผ. ที่มีความตั้งใจจริงกับชุมชนในการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้จากการทอผ้ากาบบัวแสงสินทร เชื่อมั่นว่าชุมชนจะมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง และสานต่อมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไว้โดยไม่สูญหาย” อาจารย์มีชัย กล่าวทิ้งท้าย


ชุมชนยิ้มได้ กฟผ. หนุนฝีมือช่างทอผ้าพร้อมเปิดตลาด กระจายรายได้สู่พื้นที่#
“ป้าตุ่น” นางมณีวรรณ์ อาวะชัย ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้าย ฝ่ายการตลาดที่นำผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนฯไปจำหน่ายต่อ และ “ป้าแพง” นางแพงศรี สายสั้น รองประธานวิสาหกิจชุมชนฯ ช่างทอผ้ามากฝีมือ สองหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้าย ซึ่งได้มีการจดทะเบียนก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนฯ อย่างเป็นทางการในปี 2565
ป้าตุ่น เล่าว่า เดิมทีคนในชุมชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก มีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงมีแนวคิดนำการทอผ้าซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายทอดจากปู่ย่าตายายมาทำเป็นอาชีพเสริม ทอผ้าในคราวที่ว่างจากการทำนา ทำไร่ ต่อมา กฟผ. ได้เข้ามาช่วยส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาทักษะฝีมือการทอผ้า รวมถึงจัดช่องทางการจำหน่าย ขอขอบคุณ กฟผ. ที่ให้โอกาสทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยวิสาหกิจชุมชนฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 30,000 บาท/เดือน และล่าสุดจากการที่ได้รับการอบรมจากอาจารย์มีชัย ทำให้มีความรู้และประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นในการทอผ้ากาบบัวแสงสินทร ซึ่งมีความตั้งใจที่จะนำความรู้และทักษะที่ได้ไปแปรรูปผ้ากาบบัวฯ ตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หมวก และกระเป๋า จำหน่ายอย่างเป็นทางการต่อไป


“ผ้าทออัตลักษณ์ของอำเภอและเขื่อนสิรินธร นอกจากผ้ากาบบัวแสงสินทรแล้ว ยังมีผ้าทอเรืองแสง สื่อถึงวัดเรืองแสงหรือวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว และผ้าทอโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ หมายความถึงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำเขื่อนสิรินธร โดยจำหน่ายอยู่ที่ตลาด Sandbox ของฝากโซลาร์เซลล์ เขื่อนสิรินธร และตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ กฟผ.สำนักงานกลาง ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อโดยตรงได้ที่เบอร์ 08-4829-2739” ป้าตุ่น กล่าวฝาก


ผ้ากาบบัวแสงสินทร ผ้าที่ทอความหวังและคุณภาพชีวิตของทุกคนจากเส้นใยแห่งภูมิปัญญาของบรรพชนคนอีสาน จึงมิใช่เป็นเพียงงานหัตถกรรม แต่คือผืนผ้าที่เกิดจากพลังความร่วมมือของผู้คนที่รักบ้านเกิด ของศิลปินผู้รักษารากเหง้าในงานหัตถศิลป์ และของ กฟผ. ที่เห็นความสำคัญของการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชุมชน เหนือสิ่งอื่นใดยังเป็นโอกาสในการถวายความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “พระมารดาแห่งผ้าไทย” ในการร่วมสืบสานพระราชปณิธานอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป
