กฟผ. จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อทบทวนร่างรายงานการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการโรงไฟฟ้าเทพาและท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าเทพา อ.เทพา จ.สงขลา โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น พร้อมนำความเห็นต่างมาพิจารณาดำเนินการต่อไป

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. ชี้แจงถึงรายละเอียด การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.3) ของโครงการโรงไฟฟ้าเทพาและท่าเทียบเรือ ณ อ.เทพา จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 27 และ 28 กรกฎาคม 2558 ว่า กฟผ.ได้ดำเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับ ที่กำหนด และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทุกคน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เข้าร่วมประชุม และร่วมแสดงความเห็นตามระเบียบและเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยไม่มีการปิดกั้น และไม่มีการจ่ายเงินเป็นรายบุคคลเพื่อชักจูงให้ชุมชนมาร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นหรือเห็นด้วยกับโครงการ ส่วนการช่วยเหลือค่าเดินทางให้แก่รถปิคอัพคันละ 500 บาทนั้น บริษัทที่ปรึกษาการจัดทำร่างรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ได้ดำเนินการตามความเห็นร่วมกับผู้นำชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ชุมชนแต่ละหมู่บ้าน โดยการจัดรถปิคอัพรวมกันเดินทางมาพร้อมกันคันละ 8-10 คน ซึ่งบางตำบลอยู่ห่างไกลจากสถานที่จัดงาน เป็นเงิน 500 บาท และมีใบเสร็จเป็นหลักฐาน เป็นค่าเช่าเหมารถรับส่งทั้งไปและกลับรวมค่าน้ำมันรถ ต่อ 1 คัน ต่อวัน รวมทั้ง การมอบสิ่งของใส่ในถุงผ้า หลังการลงทะเบียน ก็มีเพียงเอกสารร่างรายงานฯ น้ำ ขนม และคูปองสำหรับข้าวกล่องอาหารกลางวันเท่านั้น

          นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี กล่าวต่อไปว่า กรณีมีข่าวการห้ามกลุ่มผู้คัดค้านเข้าไปในสถานที่จัด และไม่สามารถแสดงความคิดเห็น ในความเป็นจริง มาตรการการดำเนินงานของจังหวัดสงขลา ที่ออกคำสั่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อป้องกันเหตุร้าย และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย ให้แก่ ทุกฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นโดยอิสระ จึงไม่อนุญาตให้นำเครื่องเสียง ป้าย หรืออุปกรณ์ที่อาจเป็นอาวุธได้ เข้ามาในสถานที่จัด โดยทุกคนสามารถลงชื่อแสดงความคิดเห็นได้ ทั้งนี้ ผู้ที่มาลงชื่อวันแรก 49 คน และวันที่สอง 51 คน มีทั้งผู้ที่สนับสนุน คัดค้าน แสดงข้อห่วงใย และข้อเสนอแนะ อย่างรอบด้าน และผู้ที่มาลงชื่อทุกคนได้แสดงความคิดเห็นตามกติกาคนละ 5 นาทีเท่าๆ กัน จนครบทุกคน ซึ่ง กฟผ. พร้อมนำความเห็นของประชาชนไปพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อให้โรงไฟฟ้าเทพา สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน