20150703-M01-01

          เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2557 รัฐบาลประเทศเยอรมนีประกาศเร่งปฏิรูปพลังงานของประเทศที่ใช้ชื่อว่า Energiewende โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 40 ในปี 2020 (เทียบกับระดับในปี 1990) ในสัปดาห์เดียวกันนั้นเอง บริษัทไฟฟ้ารายใหญ่ของเยอรมนี บริษัท E.ON ประกาศจะแยกออกเป็น 2 บริษัท โดยหนึ่งในนั้นจะดูแลการผลิตไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์ และอีกบริษัทจะดูแลด้านพลังงานหมุนเวียน การจ่ายไฟ และการบริการไฟฟ้าแก่ลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสภาพภูมิอากาศและต้นทุนไฟฟ้า ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่านโยบายปฏิรูปพลังงานของเยอรมนีล้มเหลว

20150703-M01-02

20150703-M01-03

          Energiewende มีหัวใจหลักอยู่ 2 เรื่อง คือ การสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน และการเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์ในปี 2022 รัฐบาลสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนโดยสัญญากับผู้ที่ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์หรือกังหันลมว่า จะจ่ายเงินให้ในราคามากกว่าราคาตลาดกับไฟฟ้าทุกๆ หน่วยที่ได้ผลิตเข้าสู่ระบบ ทั้งนี้ ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนมีสิทธิ์ได้เข้าสู่ระบบส่งก่อน ซึ่งหมายความว่าตามกฎแล้ว จะมีการนำพลังงานหมุนเวียนมาผลิตไฟฟ้าก่อนโรงไฟฟ้าถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ หรือนิวเคลียร์

20150703-M01-04

          การรับซื้อไฟที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนในราคาสูงกว่าตลาดสะท้อนว่า เยอรมนีเร่งรีบที่จะพึ่งพาพลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา หรือการลงทุนในฟาร์มกังหันลม กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเติบโตขึ้นมาก โดยปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 27 แต่การทุ่มขยายพลังงานหมุนเวียนเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่บริษัทไฟฟ้าต่างๆ ทุ่มลงทุนกับการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยเฉพาะเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ การเร่งขยายกำลังผลิตทั้งจากพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลแห่งใหม่ส่งผลให้เกิดกำลังผลิตที่มากเกินไปและทำให้ราคาขายส่งไฟตกลง ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทผลิตไฟฟ้า

table1-04072558

ราคาค่าไฟฟ้าและสัดส่วนราคาค่าไฟฟ้าที่มาจากการอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนของประเทศเยอรมนี

grap2-05072558

 โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าเยอรมนีร้อยละ 21 นำไปอุดหนุนพลังงานทดแทน 

ที่มา Composition of power price for households. Source: BDEW, 2015

          ขณะเดียวกันผู้ใช้ไฟต้องจ่ายค่าไฟสูงขึ้น เนื่องจากรัฐบาลรับประกันราคาซื้อไฟที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด ในวันที่มีแดดและมีลม กำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนจำนวนมากจะเข้าสู่ระบบ ซึ่งตามกฎหมายต้องรับซื้อไฟที่ผลิตด้วยพลังงานหมุนเวียนนี้ก่อน และต้องจ่ายเงินให้กับผู้ผลิตในอัตราสูงกว่าราคาตลาด ซึ่งอัตราส่วนต่างนี้ผู้รับภาระคือผู้ใช้ไฟ และเมื่อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบมากขึ้นเท่าไร ผู้ใช้ไฟต้องรับภาระมากขึ้นเท่านั้น

grap1-05072558

กราฟการผลิตไฟฟ้าของเยอรมนีในแต่ละสัปดาห์แบ่งตามประเภทพลังงาน

ที่มา https://www.energy-charts.de/power.htm

          ส่วนผลกระทบข้างเคียง (side-effect) จากนโยบายอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนของเยอรมนีคือ ราคาการเสนอขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีราคาต่ำกว่าก๊าซธรรมชาติ จึงทำให้การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ไม่ได้รับคำสั่งซื้อให้เดินเครื่อง (โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติมักจะได้รับการสั่งการให้เดินเครื่องจากศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าในช่วง Peak ขณะที่โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหินและนิวเคลียร์จะเดินเครื่องตลอด 24 ชัวโมงหรือเป็น Base load power plant – ผู้แปล) บริษัทต่างๆ ที่ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ จึงหลีกเลี่ยงการขาดทุน และหันไปทดแทนการผลิตด้วยเชื้อเพลิงถ่านหิน ซึ่งเป็นผลกระทบข้างเคียงที่ผู้คิดนโยบายนี้ไม่ได้คาดคิดไว้ นั่นก็คือ แม้จะมีการใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น แต่สุดท้ายเยอรมนีกลับปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นจากการใช้ถ่านหินจำนวนมาก รัฐบาลจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องจัดการกับข้อผิดพลาดของนโยบายนี้

grap1-04072558

grap2-04072558

ข้อมูลเพิ่มเติม

         เยอรมนี มีกำลังมีกำลังผลิตติดตั้งราว 175,000 เมกะวัตต์ ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดราว 85,000 เมกะวัตต์ หรือมีกำลังผลิตมากกว่าความต้องการไฟฟ้า 2 เท่าตัว ราวครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตติดตั้งมาจากพลังงานทดแทน เช่น พลังลมและแสงอาทิตย์ แต่สามารถเดินเครื่องได้บางเวลา ทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีกำลังผลิตติดตั้งร้อยละ 28 ยังคงเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเป็นพลังงานหลักของประเทศและมีสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 43 ในปี 2014 โดยสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเยอรมนีส่วนใหญ่มาจากพลังงานฟอสซิลและนิวเคลียร์กว่าร้อยละ 70 ที่เหลือมาจากพลังงานทดแทน สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์มีกำลังผลิตติดตั้งราวร้อยละ 20 แต่มีสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าเพียงร้อยละ 5 ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนของเยอรมนีสูงที่สุดเป็นที่ 2 ในยุโรป

grap3-04072558

    ราคาค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนประชาคมยุโรป 2013

   

ที่มาข้อมูล: Euroelectric

ที่มาบทความ: http://www.economist.com/blogs/economist-explains/2014/12/economist-explains-10