20150707info-M01-01

          กฟผ. ตระหนักถึงความสำคัญของวาระกระบี่โดยเฉพาะเรื่อง Krabi go green ดังนั้นการออกแบบของโรงไฟฟ้าและการกำหนดมาตรการในการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรัดกุมและรอบคอบ อีกทั้งต้องปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการแรกคือการขนส่งถ่านหินมายังโรงไฟฟ้า จนได้ข้อสรุปที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบระบบการขนส่ง ตั้งแต่การจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ของการขนส่งและท่าเทียบเรือ

20150707info-M01-02

          การเดินเรือ ขนส่งถ่านหินขนาด 10,000 ตัน จากต่างประเทศมายังท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ใช้เรือขนส่งถ่านหินระบบปิดจำนวนไม่เกินวันละ 2 ลำ และใช้ทางเดินเรือเดียวกันกับ เรือขนส่งน้ำมันเตาสำหรับโรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบัน เส้นทางนี้ห่างจากจุดดำน้ำและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกระบี่ อีกทั้งไม่มีผลกระทบต่อแหล่งหญ้าทะเล ปะการัง และพะยูน

20150707info-M01-03

          ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วและการขนถ่ายถ่านหินจากเรือผ่านสายพานลำเลียงไปยัง โรงไฟฟ้า กฟผ. ได้ออกแบบเป็นระบบปิดทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่ทำให้ทะเลเกิดการปนเปื้อนจากถ่านหิน อีกทั้งไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล อาหารทะเล การประกอบอาชีพประมงและวิถีชุมชน

20150707-M01-02

ตัวอย่างเรือ Pusher Tug & Barge สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา

          ในด้านการป้องกันผลกระทบจากมลสารทางอากาศและสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้น กฟผ.ได้นำเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าและระบบกำจัดมลสารที่มีประสิทธิภาพสูง ได้แก่ระบบกำจัดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ระบบดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต และระบบดักจับปรอท ดังนั้น จึงสามารถควบคุมมลสารที่ระบายจากปล่องโรงไฟฟ้าได้ดีกว่า เกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่องที่ปลายปล่องของโรงไฟฟ้า และสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชน เกี่ยวกับระบบการป้องกันและดูแลสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดของ กฟผ. ในอนาคต

20150707-M01-01

เทคโนโลยีการควบคุมมลสารทางอากาศของโรงไฟฟ้ากระบี่