infonew03 10

คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่

          จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันปีละกว่า 3 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวถึงปีละกว่า 65,000 ล้านบาท มากเป็นลำดับที่ 5 ของประเทศ จังหวัดกระบี่ยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของประเทศมากว่า 50 ปี โดยโรงไฟฟ้ากระบี่ในระยะแรกตั้งแต่ปี 2507 – 2538 ใช้ลิกไนต์จากเหมืองกระบี่เป็นเชื้อเพลิง หลังจากโรงไฟฟ้าหมดอายุประกอบกับสำรองถ่านหินลดน้อยลง จึงมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในบริเวณเดิมแต่เปลี่ยนมาใช้น้ำมันเตา เริ่มเดินเครื่องมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน โดยขนส่งน้ำมันเตาทางเรือมาที่ท่าเรือคลองรั้ว แล้วส่งน้ำมันทางท่อไปยังโรงไฟฟ้า ซึ่งตลอดระยะเวลา 11 ปี ของการดำเนินงาน ไม่สร้างผลกระทบให้แก่ชุมชน วิถีชีวิต และการพัฒนาของจังหวัดกระบี่ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

20150717-M01-01

คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่

ที่มาข้อมูล : กรมการท่องเที่ยว

          สำหรับการขนส่งถ่านหินในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศหรือ PDP 2015 จะใช้เส้นทางเดียวกันและกินน้ำลึกเท่ากันกับเรือขนส่งน้ำมัน จึงไม่มีการขุดลอกร่องน้ำ นอกจากนี้ ยังเป็นเส้นทางเดินเรือ ที่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยว จุดดำน้ำ แหล่งหญ้าทะเล และแนวปะการัง ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและ นิเวศวิทยาทางทะเล การดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวเป็นผลสรุปมาจากข้อเสนอของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ในการจัดรับฟังความคิดเห็นการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ระหว่างปี 2555 – 2557 จำนวน 3 ครั้ง ที่มีทั้งกลุ่มท่องเที่ยว ประมง และผู้เชี่ยวชาญนิเวศวิทยาทางทะเล

20150717-M01-02

เรือขนส่งน้ำมันเตาโรงไฟฟ้ากระบี่ในปัจจุบัน

          เรือบรรทุกถ่านหินโครงการกระบี่ จะเป็นเรือระบบปิดขนาดเล็ก 10,000 เดทเวทตัน บรรทุกถ่านหินลำละประมาณ 8,000 ตัน จากต่างประเทศ วันละ 1 - 2 ลำ จำกัดความเร็วของเรือขณะเข้าสู่ร่องน้ำปากคลองศรีบอยาไม่เกิน 5 ไมล์ทะเลต่อชั่วโมง หรือ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบจากคลื่นและการกวนตะกอนทะเล รวมทั้งเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางเรือด้วย

20150717-M01-03

ตัวอย่างเรือ Pusher Tug & Barge สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา

          หากเกิดกรณีสุดวิสัย เรือขนส่งถ่านหินล่มลงกลางทะเล ถ่านหินจะถูกเก็บอยู่ในระวางเรือแบบปิดไม่กระจายตัวออกมา อีกทั้งธรรมชาติถ่านหินเป็นของแข็งไม่ละลายน้ำ ส่วนการกู้เรือจะใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ มาดำเนินการตามหลักมาตรฐานสากล รวมทั้ง จะมีการเคลือบสารป้องกันการลุกไหม้และฟุ้งกระจายของผงถ่านขณะขนถ่ายลงเรือและขึ้นจากเรือด้วย

20150717-M01-04

          จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ตลอดจนมาตรการป้องกันผลกระทบต่อวิถีชีวิตและชุมชน กฟผ. จึงมีความมั่นใจว่า การดำเนินงานของโครงการฯ โดยเฉพาะการขนส่งเชื้อเพลิง จะไม่สร้างผลกระทบให้แก่ภูมิทัศน์ และวิถีชีวิตของชุมชน ตลอดจนการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจและทิศทางการพัฒนาของจังหวัดกระบี่ นอกจากนี้ จะผลักดันให้โรงไฟฟ้ากระบี่เป็นแหล่งทัศนศึกษาด้านพลังงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยของจังหวัด ที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน