banyang1

banyang2

banyang3

banyang4


    “บ้านห้วยยาง” รางวัลแห่งความภาคภูมิ-ทรงคุณค่า : ต้นแบบชุมชนพึ่งตนเองพื้นที่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

       “บ้านห้วยยาง”เดิมมีต้นยางนาอยู่มาก ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีผลรูปกระสวย เมื่อสุกมีสีน้ำตาล จุดเด่นมีปีกยาว 2 ปีก มักขึ้นในป่าดิบแล้ง... ในปัจจุบันชาวบ้านห้วยยาง ได้ร่วมแรงร่วมใจปลูกและดูแล เพื่อเป็นอัตลักษณ์อย่างยั่งยืน...ตามชื่อของหมู่บ้าน

         เสาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ที่พาดผ่านพื้นที่ต่างๆ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รอนสิทธิเจ้าของที่ดินโดยมีค่าชดเชยจำนวนหนึ่ง และมีเงื่อนไขมิให้กระทำการใดๆที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบกับความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ตาม พรบ.กฟผ.พ.ศ.2511 การรอนสิทธิอาจส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินต่อวิถีชีวิตและอาจเกิดข้อขัดแย้งขึ้นได้

         กฟผ.ให้ความสำคัญในการสื่อสารสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนและสนับสนุนชุมชนที่อยู่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าที่ยังมีความเดือดร้อนให้สามารถพัฒนาตนเองได้ เติมเต็มส่วนที่ขาด สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนให้พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง

         โดยความร่วมมือระหว่าง กฟผ. และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโครงการสื่อสารและสร้างเครือข่ายชุมชนพึ่งตนเองพื้นที่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ โดยการนำร่อง 3 ภูมิภาค ดังนี้ ภาคใต้ ชุมชนใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า 115 kV , ภาคเหนือ ชุมชนใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า 230 kV และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชุมชนใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า 500 kV โดยนายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง (รวส.) เป็นประธานใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิด

         สำหรับฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อปอ.) นำโดยนายอนุชิต เจริญพันธ์ ช.อปอ-ห. ร่วมกับเครือข่ายชุมชนบ้านห้วยยาง นำร่องการทำงานโดยยึดถือหลักชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง เน้นการมีส่วนร่วม การเสริมพลังที่นำไปสู่การพึ่งตนเอง รวมทั้งการทำงานในลักษณะเครือข่ายกับชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนอื่นที่อยู่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า ยึดยุทธศาสตร์สร้างการเชื่อมโยง “แก้อย่างหนึ่งนำไปสู่หลายอย่าง” และค่อยๆขยับปรับแก้ปัญหาอื่น จนถึงปัญหาของความมั่นคงระบบไฟฟ้าโดยเฉพาะการปลูกพืชไร่ใต้แนวสายส่งไฟฟ้า

         การดำเนินงานมุ่งเน้นสร้างความสัมพันธ์ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ศึกษาและวิเคราะห์ชุมชนอย่างลึกซึ้ง เพื่อทราบถึงวิถีชีวิต บริบทชุมชน ปัญหาของชุมชน ศักยภาพ ความเป็นไปได้และแนวโน้มกิจกรรมที่จะใช้แก้ไขปัญหา โดยพบว่าปัญหาสำคัญอันดับแรก คือการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา ทุกปีมีน้ำน้อย สภาพน้ำขุ่น ใช้ต้นทุนสูงในการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ที่สำคัญมีการแก้ปัญหามาเกือบ 40 ปีแต่แก้ไขได้เพียงชั่วคราว

         เมื่อชุมชนเป็นเจ้าของโครงการตั้งแต่เริ่มต้นร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหาอย่างละเอียดรอบคอบ ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดำเนินการอย่างใกล้ชิด คำนึงถึงผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานและดูแลให้ได้รับประโยชน์ตอบแทน ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชน มุ่งสร้างการดำเนินงานแบบบูรณาการ

         “ประชาคมหมู่บ้าน คัดเลือกวิธีการผันน้ำธรรมชาติ จาก“ลำห้วยยาง”เข้าสู่“หนองแสง”อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ประจำหมู่บ้าน โดยใช้หลักแรงโน้มถ่วงตามธรรมชาติ ไม่ต้องสร้างฝาย ไม่ต้องเสียค่าสูบน้ำ แม้ระยะทางไกลแต่ชุมชนก่อสร้างและบำรุงรักษาเองได้”

         โดยชุมชนลงขันสมทบทุนและแรงงานทุกครัวเรือน อบต.สนับสนุนท่อและวัสดุอุปกรณ์ กฟผ.สนับสนุนการขุดดินวางท่อ ทุกฝ่ายช่วยกันเพื่อเป้าหมายต้องมีน้ำสำรองเพียงพอในฤดูแล้ง มีกองทุนบริหารจัดการ หากมีน้ำเหลือ เอาไปทำประโยชน์อื่นๆเพิ่มเติม โดยการสร้างพลังชุมชนและช่วยกันดูแลจัดการโดยคนในชุมชน

         และแล้วจากการวางแผนดำเนินงานหลายเดือน สู่ความสำเร็จแล้วเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 โดยใช้เวลาก่อสร้าง 6 วัน ขุดแนววางท่อยาว 796 เมตร เก็บกักน้ำได้ 90,000 ลบ.ม. (คาดการณ์ไว้ 35,000 ลบ.ม.) พร้อมจัดตั้งกองทุนชุมชนดูแลอย่างเป็นระบบ

         อีกทั้งยังมีกิจกรรมต่อเนื่องของชุมชนบ้านห้วยยาง ประกอบด้วยกิจกรรมปลูกผักอินทรีย์ ปรับภูมิทัศน์ ปลูกต้นยางนาโดยรอบหนองแสง…

         นายธนชาต ดานุวงศ์ไพศาล ผู้ใหญ่บ้านตำบลห้วยยาง เผยว่า“ปัญหาที่เจอมานานคือเรื่องของความแห้งแล้ง เมื่อ กฟผ. และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาเสริมพลังที่นำไปสู่การพึ่งตนเองโดยชุมชนมีส่วนร่วม เมื่อประสบความสำเร็จก็นำความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีมาสู่ชุมชน โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภค และเมื่อมีแล้วน้ำเราจะต่อยอดอย่างไร เช่น โครงการผักปลอดสารพิษ เป็นต้น

         เรื่องของน้ำได้แก้ปัญหามาเกือบ 40 ปีแต่แก้ไขได้เพียงชั่วคราว ครั้งนี้มีน้ำสามารถลดต้นทุนค่าสารส้ม ซึ่งที่ผ่านมาเฉลี่ยใช้ปีละ 4 ตันเพราะน้ำขุ่นมาก ปัจจุบันให้เพียง 2 ตัน ลดต้นทุนได้มาก ส่วนการวางแนวท่อโดยใช้หลักแรงโน้มถ่วงสามารถแก้ปัญหาได้อย่างดี ปัจจุบันได้ถ่ายทอดความรู้สู่หมู่บ้านใกล้เคียงกัน เช่น ที่บ้านโคกสูง ให้ทั้งแนวความคิด การศึกษาดูงาน เพื่อนำความรู้ที่ได้กลับไปปรับใช้ในพื้นที่ตนต่อไป

         นอกจากนี้ยังฟื้นฟูส่งเสริมปลูก“ต้นยางนา”ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน สิ่งแวดล้อมก็เป็นเรื่องจำเป็นเพราะอีสานแห้งแล้งมาก การปลูกต้นไม้จึงได้ประโยชน์จากร่มเงา ได้น้ำ และยังให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ดูได้เห็นในอนาคต”

         ...ชุมชนบ้านห้วยยางเข้าใจและรับรู้ถึงความตั้งใจจริงของ กฟผ. ที่เข้ามาในฐานะเพื่อนร่วมคิด ผู้เอื้อกระบวนการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน... ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้นำชุมชน ถึงกับพูดว่า “เห็นเจ้าหน้าที่ กฟผ. เหมือนลูก เหมือนหลาน”

         ...ชุมชนไว้วางใจและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ กฟผ. พร้อมให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เช่น การเปลี่ยนชนิดของพืชที่ปลูกใต้แนวสายส่ง และร่วมเป็นเครือข่ายดูแลสายส่งไฟฟ้าสมบัติชาติ

         ...ขยายผลโครงการสู่ชุมชนอื่นๆ โดยผู้นำชุมชนและชาวบ้านบ้านห้วยยาง ร่วมเป็นเครือข่ายช่วยเป็นวิทยากรที่บ้านนางิ้วนาโพธิ์ บ้านโคกสูงและบ้านหนองแวงเรือ จ.ขอนแก่น

         ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคน พูดว่า“ไม่เคยมีน้ำในหนองแสงมากขนาดนี้มาก่อน”

         ...โครงการส่งเสริมการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน “บ้านห้วยยาง” สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ที่เรื้อรังมานานเกือบ 40 ปี ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน สร้างการเรียนรู้ ความรัก ความสามัคคี และเสริมพลังให้กับชุมชน สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาอื่นในชุมชนต่อไป

         บ้านห้วยยาง...ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ “ชนะเลิศ” EGAT CSR DAY 2015 การส่งเสริมการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน Community Context ด้านเศรษฐกิจและสังคม...“ที่ทรงคุณค่า..โดยหลักธรรมาภิบาล” อันเป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนพึ่งตนเองที่อยู่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. อย่างยั่งยืน...อย่างแท้จริง…