20150826-A01-01

          ความเข้าใจและข้อมูลที่ไม่ตรงกันเรื่องกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2015) ทำให้สมมุติฐานและข้อสรุปที่ได้แตกต่างกัน จากข้อมูลของนักวิชาการบางท่าน ระบุ ว่า กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศจะสูงถึง 42 – 63 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 20 ปีข้างหน้า แต่จาก PDP2015 กำลังผลิตผลิตสำรองไฟฟ้าของประเทศในช่วงปี 2559 – 2579 จะอยู่ระหว่าง ร้อยละ 15 – 39

20150826-A01-02

          ความคาดเคลื่อนในชุดของข้อมูลดังกล่าว อาจมีสาเหตุมาจาก วิธีการคำนวณปริมาณไฟฟ้าสำรองที่แตกต่างกัน ซึ่งนักวิชาการบางท่าน ใช้กำลังผลิตติดตั้ง หรือกำลังผลิตตามสัญญา มาหักลบด้วยพยาการณ์ความต้องการสูงสุด ขณะที่ข้อเท็จจริงของการจัดทำ PDP รวมทั้ง PDP2015 ใช้กำลังผลิตพึ่งได้ของระบบไฟฟ้ามาเป็นฐานในการคำนวณ

ทำไมจึงคำนวณไฟฟ้าสำรองด้วยกำลังผลิตพึ่งได้

          เนื่องจากความต้องการไฟฟ้าสูงสุด มักเกิดในช่วงเวลา 14.00 น. – 15.00 น. ในเดือนเมษายนของทุกปี หากระบบไฟฟ้าไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอ อาจทำให้เกิดไฟฟ้าดับได้ การวางแผนระบบไฟฟ้า จึงต้องนำกำลังผลิตไฟฟ้าที่พึ่งได้ของโรงไฟฟ้าที่อยู่ในระบบ ในเวลานั้น มาเป็นฐานในการคำนวณไฟฟ้าสำรอง

          จากการศึกษาของคณะทำงานจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า ในเวลาดังกล่าว โรงไฟฟ้าพลังความร้อน ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ เป็นโรงไฟฟ้าที่มีความพึ่งได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เป็นช่วงเวลาที่เขื่อนมีน้ำน้อย โรงไฟฟ้าพลังน้ำจึงมีความพึ่งได้เฉลี่ยร้อยละ 36 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พึ่งได้ร้อยละ 35 เพราะเป็นช่วงที่มีแดดแรง แต่กังหันลมมีความพึ่งได้เพียงร้อยละ 2 เป็นต้น

20150826-A01-03

การคำนวณกำลังผลิตสำรอง

20150826-A01-06

20150826-A01-04

          ทั้งนี้ กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองควรมีอย่างน้อยร้อยละ 15 ของความต้องการไฟฟ้าสูงสุด ตามมาตรฐานความมั่นคงของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ เนื่องจากกำลังผลิตพึ่งได้จะต้องรองรับแผนการซ่อมบํารุงรักษาโรงไฟฟ้า และเหตุสุดวิสัย ในกรณีที่ระบบส่งไฟฟ้าหรือโรงไฟฟ้าเกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ (โดยกําหนดเท่ากับกําลังผลิตตามสัญญาของโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของระบบขณะนั้น (N-1))

ทำไม กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองในอนาคตจึงค่อนข้างสูง

          สาเหตุที่กำลังผลิตสำรองสูงกว่ามาตรฐานร้อยละ 15 ในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากเป็นรอยต่อของ PDP2010 มาเป็น PDP2015(2558-2579) ซึ่งสมมุติฐานในการจัดทำมีความแตกต่างกัน ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่

  • การปรับลดพยากรณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP)ของสภาพัฒน์ จากร้อยละ 4.5 เหลือ 3.94
  • การปรับเพิ่มเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงาน จาก 29,383 ล้านหน่วย เป็น 89,672 ล้านหน่วย
  • การมีกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าเอกชนที่ผูกพันตามสัญญา
  • การจัดทำโครงการโรงไฟฟ้าภาคใต้ เพื่อให้มีกำลังผลิตในพื้นที่เพียงพอ ตามมาตรฐานความมั่นคงในระบบไฟฟ้า

20150826-A01-05

          อย่างไรก็ตาม แผน PDP2015 ได้ลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากแผนเดิมถึง 10,000 เมกะวัตต์ หรือลดลงปีละ 500 เมกะวัตต์ โดยที่ความต้องการไฟฟ้าในอนาคต จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.67 หรือปีละ 981 เมกะวัตต์ ดังนั้น กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองที่อาจสูงถึงร้อยละ 39 ในปี 2568 จะเริ่มลดลงจนเหลือร้อยละ 15 ในปี 2575 แต่หากเศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตสูงกว่าคาดการณ์ รวมทั้ง การอนุรักษ์พลังงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายจะทำให้ปริมาณไฟฟ้าสำรอง ไม่สูงอย่างที่วิตกกังวล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการติดตามและปรับแผน PDP เป็นระยะๆ ตามสถานการณ์