20150917-A01-00

          การเร่งปิดโรงไฟฟ้าหลายแห่งของอังกฤษ โดยเฉพาะการประกาศจะปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน Eggborough เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน อาจส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดไฟฟ้าดับในวงกว้าง ซึ่งส่งผลให้อังกฤษต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน

20150917-A01-01

          บทความเรื่อง “UK faces worst power crunch in a decade this winter” จากหนังสือพิมพ์ The Telegraph รายงานเมื่อ 15 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่าในฤดูหนาวที่จะถึงนี้ อังกฤษจะประสบภาวะขาดแคลนไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี สาเหตุจากการเร่งปิดโรงไฟฟ้าก่อนกำหนด โดยเฉพาะเพื่อปฏิบัติตามกฎคุณภาพอากาศของสหภาพยุโรป ขณะที่ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าของอังกฤษกล่าวว่า มาตรการรองรับภาวะฉุกเฉินด้วยโรงไฟฟ้าสำรอง ที่ถูกนำมาพิจารณาเป็นครั้งแรกเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว จะต้องถูกนำมาใช้ในปีนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในวงกว้าง

20150917-A01-02

ภาพโรงไฟฟ้าถ่านหิน Eggborough หนึ่งในโรงไฟฟ้าเก่าที่ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย ที่กำลังจะปิดลง

          จากการวิเคราะห์โดยศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า ได้แสดงให้เห็นว่า การปิดโรงไฟฟ้าของอังกฤษในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดไฟฟ้าดับ โดยอังกฤษจะมีกำลังผลิตสำรองในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟสูงสุดในฤดูหนาวเหลือแค่ร้อยละ 1.2 ซึ่งตกลงมาจากร้อยละ 4.1 ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม อังกฤษจะสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าสำรองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าดับ ซึ่งเป็นมาตรการที่เริ่มนำมาพิจารณาเมื่อปีที่แล้ว (แม้ว่าท้ายที่สุดจะไม่ได้นำมาใช้ปฏิบัติจริง เนื่องจากภาวะอากาศหนาวไม่ได้รุนแรงมากนักในปีที่แล้ว)

          อย่างไรก็ตาม รัฐยังได้เตรียมกำลังผลิตสำรองฉุกเฉินไว้อีกจำนวนหนึ่ง ทำให้คาดว่า ปริมาณสำรองไฟฟ้าทั้งหมดจะมีราวร้อยละ 5.1 ซึ่งต่ำกว่าร้อยละ 6 จากปีที่ผ่านมา และต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา นอกจากนี้ รัฐจำเป็นต้องจ่ายเงินกว่า 37 ล้านปอนด์ให้กับบริษัทผลิตไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าสำรองโรงต่างๆ จะเดินเครื่องได้เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน หรือเมื่อมีการสั่งการ

          นาย Codi O’Hara ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า กล่าวว่า “เห็นได้ชัดเจนว่ากำลังผลิตไฟฟ้าสำรองในช่วงที่หนาวเย็นที่สุดและมืดที่สุดในฤดูหนาวอยู่ในภาวะคับขันกว่าทุกครั้ง เนื่องมาจากการปิดโรงไฟฟ้า ในฐานะผู้ควบคุมระบบไฟฟ้า เรามีความจำเป็นต้องให้โรงไฟฟ้าสำรองเดินเครื่อง เพื่อเพิ่มกำลังผลิตในช่วงฤดูหนาว”

20150917-A01-03

          นาย Peter Atherson นักวิเคราะห์จากธนาคารเพื่อการลงทุน Jefferies กล่าวว่า “ระบบไฟฟ้าของประเทศเปราะบางมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการฉุกเฉินต่างๆ เพิ่มขึ้น ที่เราเผชิญปัญหาอยู่นี้ เป็นเพราะการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่มีความล่าช้า ขณะที่โรงไฟฟ้าต่างๆ ก็ทยอยปิดลง และแม้จะมีการติดตั้งฟาร์มเซลล์แสงอาทิตย์แห่งใหม่ แต่ก็ไร้ประโยชน์ในช่วงค่ำของฤดูหนาว”

          ทั้งนี้ ยังมีการคาดการณ์ด้วยว่า ในช่วงปี 2016-2017 อังกฤษจะมีกำลังผลิตไฟฟ้า 53,000 เมกะวัตต์ ขณะที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 56,000 เมกะวัตต์

          นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ยังตั้งคำถามว่าจะสามารถพึ่งพาพลังงานลมได้แค่ไหน ในเมื่อช่วงที่หนาวที่สุดเมื่อปีที่แล้วเป็นช่วงที่มีปริมาณลมต่ำสุดเช่นกัน

          ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้ากล่าวว่า ปริมาณก๊าซในช่วงฤดูหนาวปีนี้จะยังคงเพียงพอ แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนต่างๆ ซึ่งรวมถึงการซ่อมบำรุง ซึ่งอาจส่งผลให้คลังก๊าซบางแห่งต้องปิดลง

          รัฐมนตรีพลังงานของอังกฤษ นาย Andrea Leadsom กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนและธุรกิจมั่นใจว่า มีไฟฟ้าใช้เพียงพอในราคาที่เหมาะสม เราขอยืนยันว่า เราจะยังมีไฟฟ้าใช้ในช่วงฤดูหนาวนี้ และผู้ใช้ไฟทั้งภาคครัวเรือนและธุรกิจจะยังคงมีไฟฟ้าและก๊าซพอใช้ในอนาคตด้วย”

          ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2012 ถึงเดือนมีนาคม 2016 จะมีโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังผลิตรวมกว่า 16,000 เมกะวัตต์ถูกปิดลง และตั้งแต่ปี 2010 ถึงมีนาคม 2016 จะมีโรงไฟฟ้าก๊าซและนิวเคลียร์กำลังผลิตรวม 21,400 เมกะวัตต์ ปิดลงด้วยเช่นกัน แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ อังกฤษสามารถสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เพิ่มกำลังผลิตได้เพียง 6,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเกิดจากการความผิดพลาดในด้านนโยบาย และรวมถึงภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยให้เกิดการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าก๊าซ

แปลและเรียบเรียงจาก

http://www.telegraph.co.uk/news/earth/energy/11740134/UK-faces-worst-power-crunch-in-a-decade-this-winter.html

http://www.ft.com/intl/cms/s/0/82993bbc-56f4-11e5-9846-de406ccb37f2.html#axzz3lrd3rjnu

ผู้แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร