20151019-A01-01

          กฟผ. จัดเสวนาเรื่อง “โซเชียลมีเดียดราม่ากันหนัก รุก-รับ อย่างไรดี” เชิญผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแสดงความคิดเห็น รองผู้ว่าการโรงไฟฟ้า ชี้ กฟผ. เป็นหน่วยงานภาครัฐ จะสร้างเรื่องดราม่าไม่ได้ ข้อมูลต้องถูกต้อง ไม่ใช้อารมณ์ มีทั้งข้อดี และผลกระทบ อย่าให้ประชาชนไปทราบเรื่องผลกระทบจากบุคคลอื่น ด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ แนะนำให้ กฟผ. ส่งผ่านข้อมูลไปถึงประชาชนด้วยความจริงใจ พร้อมสนับสนุนให้กระทรวงพลังงานจัดตั้ง “ศูนย์พลังงานแห่งชาติ”

          เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2558 ฝ่ายสื่อสารองค์การ กฟผ. ได้จัดงานเสวนาเรื่อง “โซเชียลมีเดียดราม่ากันหนัก รุก-รับ อย่างไรดี” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจต่อประเด็นการสื่อสารในโลกโซเชียลมีเดีย ที่ปัจจุบันมีบทบาทอย่างมาก และมีผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า ภาพลักษณ์ และการสื่อสาร ซึ่งการเสวนาจะเป็นโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ได้รับทราบข้อมูล แนวคิด ด้านการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย จากบุคคลภายในและภายนอกองค์กร โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ท่านมาร่วมเสวนา ประกอบด้วย นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า (รวฟ.) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และรองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายเจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการตลาดดิจิตอล งานออกแบบและผลิตสื่อองค์กร และงานบริหารการจัดกิจกรรม บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา จำกัด นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักแสดงและพิธีกร และนายปิยะศักดิ์ บุญคมรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เว็บ โซลูชั่น จำกัด รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยมีผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ราว 350 คน เข้าร่วมรับฟัง ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช 1 ชั้น 9 อาคาร ต.040

20151019-A01-02

          นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ รวฟ. กล่าวว่า การดราม่าบนโลกออนไลน์ถือเป็นสีสันที่ขาดไม่ได้ แต่ในส่วนของ กฟผ. นั้น ไม่สามารถสร้างเรื่องดราม่าขึ้นได้ เพราะ กฟผ. เป็นหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้นผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทุกคน จำเป็นต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เหมาะสม ตรงไปตรงมา และห้ามใช้อารมณ์ ที่สำคัญต้องเป็นการให้ข้อมูลแบบจริงใจ ที่มีทั้งข้อดี และผลกระทบ เพราะทุกการพัฒนาต้องมีผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อย่าให้ประชาชนไปทราบเรื่องผลกระทบจากบุคคลอื่น กฟผ. ต้องเป็นผู้ที่ชี้แจงข้อมูลในเรื่องผลกระทบให้ประชาชนทราบจะดีที่สุด

          “การสร้างเครือข่าย และสร้างพลังบนโลกโซเชียล ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารที่จะช่วยผลักดันให้ภารกิจของ กฟผ. ประสบผลสำเร็จ รวมทั้งให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเข้าใจในกลุ่มของตนเอง จนก่อเกิดเป็นพลังทางโซเชียล ทั้งนี้อยากฝากให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ช่วยกันสร้างเครือข่าย แต่ต้องอยู่ภายใต้การรู้จักใช้โซเชียลอย่างถูกวิธี และการให้ข้อมูลทุกครั้งต้องระลึกอยู่เสมอว่าเป็นตัวแทนของ กฟผ. เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ข้อมูลทุกอย่างต้องเป็นความจริง เชื่อถือได้ และมาจากความจริงใจเป็นสำคัญ” นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ รวฟ. กล่าว

20151019-A01-03

          ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กล่าวว่า สื่ออินเตอร์เน็ทเป็นสื่อที่ง่ายต่อการเผยแพร่ และมีการลงทุนน้อยที่สุด จึงทำให้คนไทยสมัยนี้ชอบใช้สื่ออินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น และการที่บนโลกโซเชียลมีเดียดราม่ากันหนักก็เป็นเพราะว่าคนไทยชอบเรื่องดราม่า สังคมไทยชอบแสดงความคิดเห็นกับเรื่องดราม่าเหล่านี้ แต่ กฟผ. นั้นดราม่าไม่ได้ เพราะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้นการให้ข้อมูลกับประชาชนด้วยความจริงใจบนโลกออนไลน์ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และห้ามใช้คำพูดรุนแรง หรือโต้เถียงกับกลุ่มคนที่คัดค้านหรือแสดงความไม่เห็นด้วยบนโลกออนไลน์เด็ดขาด เพราะสุดท้ายแล้วจะกลายมาเป็นคู่ขัดแย้ง ซึ่งจะมีแต่ผลเสียมากกว่าผลดี ส่วนการแก้ปัญหาในเรื่องข้อมูลทางพลังงานนั้น ในฐานะ สปช. ได้เสนอให้ทางกระทรวงพลังงานจัดตั้งศูนย์พลังงานแห่งชาติ เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับ

          “ศูนย์พลังงานแห่งนี้ จะเป็นการรวบรวมความรู้ในเรื่องพลังงานต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และกลุ่ม NGO ทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้และเข้ามาพิจารณารับทราบข้อมูลของเชื้อเพลิงแต่ละชนิด รวมถึงผลดี ผลเสีย และผลกระทบ ก่อนการตัดสินใจเลือกใช้พลังงาน” ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กล่าว

20151019-A01-04

          นายเจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ กล่าวว่า คนไทยติดโซเชียล และการดราม่าบนโลกโซเชียลนั้น ก็เป็นเพราะว่า คนไทยชอบแสดงความคิดเห็นผ่านโลกโซเชียล มากกว่าการแสดงความคิดเห็นต่อหน้า ซึ่งทุกๆทัศนคติที่แสดงออกผ่านโลกโซเชียลนั้นไม่มีถูกหรือผิด เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ทั้งนี้ ส่วนตัวแล้วมองว่าการดราม่าถือเป็นเรื่องที่ดีต่อคนทั่วไป เพราะทุกครั้งที่มีการดราม่า สังคมไทยจะมีวิธีการจัดการกับเรื่องนั้นๆ อย่างจริงจัง ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชน เช่น เหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ พลังโซเชียลทำให้มีความไปร่วมบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องดีๆที่เกิดขึ้น

          “หากกล่าวถึงโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่วนตัวแล้วมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว คนทั่วไปยังไม่สนใจ และไม่ให้ความสำคัญ เพราะทุกวันนี้ยังมีไฟใช้เป็นปกติ เปิดปุ๊บติดปั๊บไฟไม่เคยดับ และการที่ กฟผ. กับกลุ่ม NGO กำลังมีประเด็นในเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน คนทั่วไปก็มองว่ากลุ่มหนึ่งทำเพื่อภารกิจ อีกกลุ่มหนึ่งทำเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งเชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้วก็จะตกลงกันได้ว่าจะหาทางออกอย่างไร ทั้งนี้ หากจะให้คนทั่วไปสนใจในเรื่องนี้ กฟผ. ต้องทำให้คนทั่วไปรู้ว่าในอนาคตกำลังจะไม่มีไฟใช้ ราคาค่าไฟจะสูงขึ้น หากไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ต้องพูดซ้ำๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเป็นกระแสบนโลกโซเชียล ก็อาจทำให้สถานการณ์นี้คลี่คลายได้เร็วยิ่งขึ้น” นายเจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ กล่าว

20151019-A01-05

          นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ดาราและพิธีกรกล่าวในฐานะคนรุ่นใหม่ว่า อินเตอร์เน็ทถือเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนในยุคปัจจุบัน ส่วนเรื่องดราม่าเป็นเหมือนกระบวนการที่มีชีวิต มีเรื่องราวที่น่าติดตาม บางคนเข้าไปดูเพื่อความบันเทิง และบางคนก็เข้าไปให้ข้อมูล ทั้งนี้โลกโซเชียลในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก ในอดีตเมื่อดาราหรือนักร้องโพสต์อะไรก็จะมีแต่คนเชื่อและคอยติดตาม แต่ทุกวันนี้ คนตัวเล็กๆ หรือคนทั่วไปก็สามารถโพสต์และมีคนติดตามได้เช่นกัน เพราะเค้าโพสต์ในเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตาม

          ทั้งนี้อยากจะแนะนำเทคนิคและวิธีการสื่อสารบนโลกออนไลน์ว่า ข้อความที่โพสต์นั้นต้องกระชับ และดึงดูดความสนใจ บางครั้งอาจใช้อารมณ์เข้ามาช่วยโพสต์ เช่น เรื่องฮา หรือเรื่องเศร้า ที่สำคัญโลกออนไลน์ไม่มีคนที่สูงหรือต่ำ ไม่มีตำแหน่ง ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับโซเชียลและอาศัยโลกออนไลน์ช่วยสื่อสารสร้างความเข้าใจในเรื่องภารกิจของ กฟผ. ให้ได้