ปัจจุบันโปแลนด์ผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 85 และยืนกรานว่า จะยังคงใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักต่อไป ในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและพลังงาน

20151021-A01-01

ภาพแสดงการทำเหมืองถ่านหินในโปแลนด์

          นายกรัฐมนตรีของโปแลนด์ นางเอวา คอปาช (Ewa Kopacz) กล่าวว่า ความมั่นคงทางพลังงานของโปแลนด์ขึ้นอยู่กับถ่านหินเป็นหลัก เนื่องจากถ่านหินเป็นแหล่งเชื้อเพลิงอย่างเดียวที่โปแลนด์มีอยู่เป็นจำนวนมาก และมีการทำเหมืองถ่านหินมาเป็นระยะเวลานาน

          อย่างไรก็ตาม โปแลนด์ก็ได้รับแรงกดดันจากสหภาพยุโรป ที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ร้อยละ 40 ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปริมาณที่ปล่อยในปี 1990 ข้อผูกมัดดังกล่าว ส่งผลให้โปแลนด์ ต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงเก่าให้ทันสมัยและสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่ที่มีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีดีกว่าเดิม โดยจะมีโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างน้อยที่สุด 4 โรง พร้อมเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าในปี 2019

          นอกจากเหตุผลด้านการเมืองและความมั่นคง ยังมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย ถึงแม้ว่าโปแลนด์จะสามารถผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนได้จำนวนมาก แต่ระบบส่งของโปแลนด์ ไม่สามารถรองรับกับปริมาณไฟฟ้าที่ไม่คงที่ จากการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนในปริมาณมาก และการจะปรับปรุงระบบส่ง ก็ต้องใช้ระยะเวลาและเงินลงทุนที่สูงมาก

20151021-A01-02

สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของโปแลนด์ ปี 2012
ที่มา http://www.powermag.com/poland-mulls-energy-future/

          แต่หากโปแลนด์เลือกที่จะลดการพึ่งพาถ่านหินลง โดยนำเข้าเชื้อเพลิงก๊าซมากขึ้น ก็จะส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เนื่องจากปัจจุบัน ก๊าซปริมาณกว่าร้อยละ 60 และน้ำมันร้อยละ 90 ที่ใช้ในประเทศ นำเข้ามาจากรัสเซีย แม้ว่าขณะนี้ โปแลนด์กำลังก่อสร้างสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อช่วยให้โปแลนด์สามารถนำเข้าก๊าซทางเรือจากประเทศที่อยู่ไกลออกไป และจะช่วยลดการนำเข้าก๊าซจากรัสเซียได้ถึงร้อยละ 80 แต่การนำเข้าก๊าซ ก็ยังส่งผลให้โปแลนด์มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงสูงตามไปด้วยเช่นกัน

          ปัจจุบัน โปแลนด์กำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในวันที่ 25 ตุลาคม โดยคู่แข่งคนสำคัญที่จะชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือนาง Beata Szydlo ซึ่งประกาศว่า “ในความเห็นของดิฉัน เศรษฐกิจของโปแลนด์จะไม่มีอนาคต หากไร้การใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน” ดังนั้น ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหน้า โปแลนด์จะยังคงเดินหน้าพัฒนาปรับปรุงโรงไฟฟ้าถ่านหินด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้โรงไฟฟ้าสะอาดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป

เรียบเรียงจาก http://www.politico.eu/article/why-poland-still-clings-to-coal-energy-union-security-eu-commission/

ผู้แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร