20151203-A01-01
คลิ๊กเพื่อดูภาพใหญ่

          วิกฤตภัยแล้งที่จะมาถึงในปี 2559 นี้ กำลังคืบคลานโดยมีสัญญาณบ่งบอกมาตั้งแต่กลางปีนี้แล้ว ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่เตือนให้เรารู้ว่า ขาดน้ำเราอยู่ได้ แต่อยู่ตลอดไปไม่ได้

          จากสถานการณ์วิกฤตภัยแล้งในครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เตรียมพร้อมวางแผนและรับมือไว้แล้ว โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ กฟผ. เป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ซึ่งทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหมด 10 หน่วยงาน ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กรมชลประทาน และสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร โดยร่วมกันติดตาม วิเคราะห์ และประเมินผล เพื่อเตรียมแผนรับมือสถานการณ์วิกฤตภัยแล้งอย่างใกล้ชิด มีการประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกสัปดาห์

20151203-A01-02

          ด้านนายธนรัชต์ ภุมมะกสิกร ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้สื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์อ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบ แก่ภาคประชาชน ภาคเกษตรกรรม และทุกภาคส่วนโดยรอบเขื่อนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางเตรียมการรับมือกับสถานการณ์วิกฤตภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีแนวโน้มว่า ปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนทั่วประเทศที่สามารถนำมาใช้งานได้ มีปริมาณต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และอาจไม่เพียงพอต่อภาคเกษตรกรรม จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกร งดการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ลดการเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง งดสูบน้ำและปิดกั้นลำน้ำ ไม่ปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำต่างๆ รวมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้น้ำทั่วไปในการใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการใช้อุปโภคบริโภค แต่ย้ำว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของประเทศอย่างแน่นอน เพราะสัดส่วนการใช้น้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้า คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น

          สำหรับแผนการจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2558/59 เบื้องต้นคาดการณ์ว่า ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำต้นทุน 4,647 ล้าน ลบ.ม. ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง มีปริมาณน้ำต้นทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 4,676 ล้าน ลบ.ม. โดยเขื่อนขนาดใหญ่ของ กฟผ. ได้มีการวางแผนการระบายน้ำในฤดูแล้ง เป็นไปตามแผนการระบายน้ำของกรมชลประทาน เพื่อจัดสรรน้ำไว้สำหรับการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ สนับสนุนภาคเกษตรกรรม ผลักดันน้ำเค็ม รวมทั้งสำรองใช้ไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์ช่วงต้นฤดูฝน ได้แก่ เขื่อนภูมิพล ระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 4.4 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ ระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 8.3 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ระบายน้ำรวมกันเฉลี่ยวันละ 16 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนอุบลรัตน์ ระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 0.5 ล้าน ลบ.ม. เป็นต้น

          วิกฤตภัยแล้งในครั้งนี้ สาเหตุสำคัญน่าจะเกิดจากปรากฏการณ์เอลนิโญ่ ทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล แต่ “ธรรมชาติ” ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยเรามาแล้วจากหลายปัจจัย ตั้งแต่กลางปี 2558 ดังนั้น เราควรหันมาร่วมกันประหยัดทรัพยากรน้ำของประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป