ฝุ่นขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 หากจะพูดภาษาบ้านๆ ก็คือ ฝุ่นละเอียด กลายเป็นชื่อที่คุ้นหูคนไทยมากขึ้น มีลักษณะเป็นเขม่าควัน หรือไอเสียจากการเผาเชื้อเพลิงต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายเพราะสามารถเข้าสู่ร่างกายของคนเราทางการหายใจได้มากกว่าฝุ่นขนาดใหญ่

    สาเหตุการเกิด PM 2.5

    หลายสถาบันวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศต่างวิเคราะห์ วิจัยสาเหตุของการเกิด PM2.5 ที่ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ ทั้งจากเครื่องยนต์ของยานพาหนะต่างๆ และการเผาวัสดุต่างๆ ข้อมูลจากกรมมลพิษ และกระทรวงพลังงาน* พบว่า สาเหตุของ PM2.5 ในประเทศไทยมาจาก ‘การเผาในที่โล่ง’ เป็นแหล่งกำเนิดของ PM2.5 มากที่สุด ตามด้วยอุตสาหกรรมการผลิต และการขนส่ง โดยภาคการผลิตไฟฟ้านั้นเป็นแหล่งกำเนิด PM2.5 ในอันดับที่ 4

20161115 A01 02

       *ายงานพลังงานของประเทศไทย 2549 กระทรวงพลังงาน, รายงานโครงการติดตามและประเมินสถานการณ์การเผาในที่โล่งในพื้นที่การเกษตรของประเทศไทย 2548 กรมควบคุมมลพิษ, ระบบฐานข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศและเสียงในประเทศไทย 2537 กรมควบคุมมลพิษ

    ต้นตอใหญ่ PM2.5 ในยุโรปมาจากเครื่องยนต์ดีเซล

    สำหรับในต่างประเทศ พบว่ามาจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก ข้อมูลจากบทความ เรื่อง “Rising air pollution levels a ‘public health emergency, says WHO” ของ Financial Times ฉบับวันที่ 27 กันยายน 2559 กล่าวถึงงานวิจัยของ WHO(World Health Organization) ระบุว่า มลภาวะทางอากาศนอกอาคาร (outdoor pollution) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากถึง 3 ล้านคน โดยประเทศในทวีปยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี มีค่า PM2.5 เกินเกณฑ์กำหนดของ WHO ซึ่งสาเหตุเกิดจากหลายๆ ประเทศในยุโรปสนับสนุนการใช้รถยนต์ดีเซล ซึ่งตรงข้ามกับประเทศแถบอเมริกาที่แทบไม่มีการใช้รถยนต์ดีเซล เป็นผลให้ค่า PM2.5 อยู่ในเกณฑ์กำหนดของ WHO

20161115 A01 01

    ขณะที่บทความ “New study links air pollution and early death in the U.K.” ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Environment Science and Technology ของ Massachusetts Institute of Technology - MIT เดือนเมษายน 2555 ระบุว่า อังกฤษ มีควันเสียจากรถยนต์และรถบรรทุกทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวันอันควรสูงที่สุด คือ 3,300 คนต่อปี รองลงมาเป็นควันเสียจากการเดินเรือและการสัญจรทางอากาศ คือ 1,800 คนต่อปี โดยเฉพาะในลอนดอน ซึ่งเป็นศูนย์รวมของสนามบินและการเดินทางทางอากาศ ในรายงานยังระบุด้วยว่า มลภาวะที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าซึ่งส่วนใหญ่ตอนเหนือของประเทศมีผลกระทบต่อประชาชนชาวอังกฤษน้อยที่สุด ขณะที่ควันเสียจากรถยนต์และรถบรรทุกส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอังกฤษที่สุด เพราะอยู่ใกล้ชิดในการดำรงชีวิตประจำวัน

    ปัญหาหมอกควันในจีนมาจากครัวเรือนมากที่สุด

    ส่วนในทวีปเอเชีย อย่างประเทศจีนที่ขึ้นชื่อว่ามีมลภาวะทางอากาศสูง บทความเรื่อง “Household fuels exceed power plants, cars as smog source in Beijing” นำเสนองานวิจัยของมหาวิทยาลัย Princeton และมหาวิทยาลัย California Berkeley เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ระบุว่า ควันพิษในกรุงปักกิ่ง ที่รู้จักกันในชื่อว่า smog รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็กในบรรยากาศ เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงเพื่อใช้ประกอบอาหารหรือให้ความร้อนในครัวเรือน มากกว่าจากรถยนต์และโรงไฟฟ้ารวมกัน โดยเฉพาะในฤดูหนาว เพราะการใช้เชื้อเพลิงในการเผาไหม้เพื่อหุงต้มอาหารและให้ความร้อนในครัวเรือน ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เกิดมลภาวะแบบโรงไฟฟ้า รถยนต์ และโรงงาน

    PM2.5 ของไทยส่วนใหญ่เกิดจากการเผาวัชพืช

    ในขณะที่ เมื่อมองย้อนกลับมาดูที่ประเทศไทย ผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับกราฟแสดงผลของกรมควบคุมมลพิษเอง ที่แสดงให้เห็นว่า ในช่วงเวลาต้นปี ซึ่งมักจะเกิดไฟป่าทางภาคเหนือ ปริมาณฝุ่น PM2.5 จะเพิ่มขึ้นมากกว่าค่ามาตรฐานในบรรยากาศของประเทศไทยที่กำหนดไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อวัน ในขณะที่ ช่วงเวลาปกติ หรือช่วงเวลาที่ไม่เกิดไฟป่า ค่า PM2.5 ก็จะกลับมาอยู่ในระดับต่ำ และยิ่งไปกว่านั้น การตรวจวัดคุณภาพอากาศที่แม่เมาะในช่วงเวลาปกติ คุณภาพดีกว่าในเขตเมืองของกรุงเทพฯ ด้วย

20161115 A01 03

    โรงไฟฟ้าถ่านหินใช้เทคโนโลยีทันสมัยควบคุมได้ตามเกณฑ์ WHO

    สำหรับที่มีการหยิบยกผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น ประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเพียง 6 โรง กำลังผลิตติดตั้งทั้งหมด 7,500 เมกะวัตต์ ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดตั้งอยู่ห่างไกลชุมชนเมือง และสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ ก็ได้มีการศึกษาจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์พบค่าเฉลี่ย PM2.5 ตลอดอายุโครงการ พบว่า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ WHO

20161115 A01 04

    *มาตรฐาน PM 2.5 ของ WHO อยู่ที่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต่อปี และอยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต่อวัน

    **มาตรฐาน PM 10 ของ WHO อยู่ที่ 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต่อปี และอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต่อวัน

    แก้ปัญหาอย่างไรให้ตรงจุด

    การแก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษ ฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 จึงควรมองให้ตรงประเด็นและแก้ปัญหาให้ตรงจุด โดยเฉพาะการงดการเผาในที่โล่ง การส่งเสริมการใช้บริการขนส่งมวลชน และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว รวมถึงการติดตาม ตรวจสอบ แหล่งที่มาของมลภาวะทางอากาศจากแหล่งต่างๆ

    สำหรับการผลิตไฟฟ้าซึ่งถูกกล่าวว่าเป็นสาเหตุหนึ่งในการสร้างฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน และทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เมื่อได้มองตามสภาพความเป็นจริงแล้ว โรงไฟฟ้านั้นมีการพัฒนาทันสมัยกว่าในอดีตมาก และเป็นอุตสาหกรรมที่มีอุปกรณ์การกำจัดฝุ่นที่ทันสมัยที่สุด มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศที่เปิดให้สาธารณะเข้าถึงได้ โดยตรวจวัดจากทั้งจากโรงไฟฟ้า และพื้นที่โดยรอบอย่างสม่ำเสมอ

    ยืนยันได้ว่า โรงไฟฟ้าไม่ใช่สาเหตุของปัญหา PM2.5