โรงไฟฟ้าถ่านหิน Tenayan ในเมืองเปกันบารู เมืองหลวงของจังหวัดเรียว (Riau) ประเทศอินโดนีเซีย พร้อมเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเดือนธันวาคมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มกำลังการผลิต 5 ปี (2558 – 2562) จำนวน 35,000 เมกะวัตต์ ซึ่งราวร้อยละ 60 จะมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชากรกว่า 255 ล้านคน ที่ร้อยละ 10 ยังไม่มีไฟฟ้าใช้

20161124-A01-01

โรงไฟฟ้าถ่านหิน Tenayan เมืองเปกันบารู จังหวัดเรียว (Riau) ประเทศอินโดนีเซีย

ทยอยเปิดโรงไฟฟ้าใหม่

          นายอามีร์ โรสิดี ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ-ภาคสุมาตรา แห่งรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าพีแอลเอ็น (Perusahaan Listrik Negara Electricity Company - PLN) ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในวันที่ไปตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าแห่งใหม่นี้ว่า หลังใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จ 3 ปี ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายโจโค วิโดโด (Joko Widodo) จะเป็นประธานในพิธีเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าครั้งแรกนี้ โดยโรงไฟฟ้าประกอบด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 2 เครื่อง มีกำลังผลิตเครื่องละ 110 เมกะวัตต์ พร้อมเดินเครื่องในวันที่ 9 ธันวาคมนี้

          “การก่อสร้างโรงที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายนและโรงที่ 2 ในอีก 4 เดือนถัดมา และปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า” นายอามีร์ โรสิดี กล่าว

เพิ่มกำลังผลิตใน 5 ปี รวม 35,000 เมกะวัตต์

20161124-A01-02

กราฟแสดงการคาดการณ์กำลังผลิตไฟฟ้าและความต้องการใช้ไฟฟ้าของอินโดนีเซีย จากปี 2558 ถึง 2565

          เนื่องจากปัจจุบัน ชาวอินโดนีเซียกว่า 255 ล้านคน ยังใช้ไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าเพียงร้อยละ 90 และจากการคาดการณ์ว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มร้อยละ 7.8 ต่อปีจนถึง พ.ศ. 2565 รัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจโค วิโดโด จึงประกาศแผนจะเพิ่มกำลังการผลิต 35,000 เมกะวัตต์ ซึ่งครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2558-2562) โดยส่วนใหญ่จะเป็นกำลังผลิตจากถ่านหินร้อยละ 60

20161124-A01-03

กราฟแสดงปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อหัวในประเทศอาเซียน ในปี 2557

          แผนเพิ่มกำลังผลิต 35,000 เมกะวัตต์จะใช้เงินลงทุนมากกว่า 87 พันล้านเหรียญสหรัฐ กับโครงการทั้งหมด 109 โครงการ และเพื่อไม่ให้รับภาระด้านการเงินจนเกินไป PLN จะเป็นผู้ดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้ากำลังผลิตรวมทั้งหมด 10,000 เมกะวัตต์ จำนวน 35 โครงการ และอีก 25,000 เมกะวัตต์จะเป็นการลงทุนของภาคเอกชน จำนวน 74 โครงการ

ใช้เทคโนโลยี USC

          เนื่องจากถ่านหินมีราคาถูก ประธานาธิบดีอินโดนีเซียจึงให้ความสำคัญกับเชื้อเพลิงชนิดนี้เป็นหลัก มีการนำเข้าถ่านหินจากต่างประเทศน้อยลง แต่ใช้ที่มีอยู่ในประเทศมากขึ้น โดยอินโดนีเซียมีความต้องการถ่านหินสูงขึ้นเป็นเท่าตัวนับจากปี 2553 และกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานถ่านหิน และการเลือกใช้เทคโนโลยีอัลตรา-ซูเปอร์คริติคัล (USC) ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าร้อยละ 45 ทำให้การผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินของอินโดนีเซียมีประสิทธิภาพสูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

20161124-A01-04

กราฟแสดงสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าของอินโดนีเซียในปี 2557 ข้อมูลจาก EIA

          ถ่านหินยังคงเป็นเชื้อเพลิงที่เหมาะสมที่สุดในการผลิตไฟฟ้าของอินโดนีเซียทั้งในแง่ของราคา และปริมาณที่อุดมสมบูรณ์ในประเทศ รัฐบาลจึงต้องจัดสรรแหล่งทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้อุตสาหกรรมพลังงานและเหมือง มีความมั่นคงในระยะยาวต่อไป

แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร
ที่มา
http://www.thejakartapost.com/news/2016/11/22/new-pekanbaru-power-plant-to-start-working-in-december.html
https://www2.deloitte.com/content/dam/Deloitte/id/Documents/finance/id-fas-35000mw-a-light-for-the-nation-noexp.pdf
http://joannenova.com.au/2016/11/indonesias-coal-consumption-doubled-since-2010-will-soon-have-more-advanced-coal-power-than-australia/
http://www.apbi-icma.org/wp-content/uploads/2016/03/03-03-2016-APBI-PwC-Report-on-Supplying-and-Financing-the-35-GW-program-FINAL-FINAL-rev-8-32016.pdf