ฝ่ายสื่อสารองค์การ กฟผ. ชี้แจงบทความของ อ. ประสาท มีแต้ม หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เรื่องปัญหาใหญ่ในระบบไฟฟ้าไทยที่ท่านนายกฯ ประยุทธ์อาจจะยังไม่ทราบ http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9590000118528 ดังนี้

article 20161201 03

ประเด็นที่ 1 ตามกราฟฟิกที่นำมาแสดง ทำไมโรงไฟฟ้าในประเทศลาวที่ขายไฟฟ้าให้ไทยผลิตไฟฟ้าจริงถึงร้อยละ 72 ของกำลังผลิต แต่ของไทยได้ผลิตเพียงร้อยละ 45

          ชี้แจง การสั่งการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า จะพิจารณา 3 ปัจจัยประกอบกันคือ 1. ความมั่นคงไฟฟ้าในพื้นที่ 2. สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 3. ต้นทุนต่ำสุด (Merit Order) ภาพกราฟฟิกที่ อ.ประสาท นำมาแสดงในบทความ เป็นการผลิตและส่งฟ้าเวลา 06.45 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการไฟฟ้าน้อยของวัน กฟผ. จึงเลือกสั่งเดินเครื่องจากโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำก่อน ประกอบกับในช่วงนี้น้ำในเขื่อนใน สปป. ลาวมีมาก บางเขื่อนมีน้ำล้นเขื่อนสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าสัญญา ราคาที่ซื้อขายจึงต่ำ รวมทั้งโรงไฟฟ้าหงสาลิกไนต์มีต้นทุนผันแปรต่ำ (ค่าไฟฟ้าประกอบ ค่าความพร้อมจ่ายซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ และค่าเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนผันแปร) เนื่องจากเชื้อเพลิงราคาถูก ทำให้ในช่วงเช้าจะมีการสั่งการเดินเครื่องจาก สปป. ลาวมาก แต่เมื่อความต้องการไฟฟ้าในช่วงสายถึงบ่ายวันเดียวกันมากขึ้น สัดส่วนการสั่งการโรงไฟฟ้าจากไทยจะเพิ่มมากขึ้น

ประเด็นที่ 2 ราคาไฟฟ้าที่ทาง กฟผ. รับซื้อจากโรงไฟฟ้าหงสาลิกไนต์ใช้เชื้อเพลิงลิกไนต์ใน สปป.ลาวเอง (อยู่ใกล้และคุณภาพต่ำกว่าถ่านหิน) ในราคาแพงกว่าที่รับซื้อจากบริษัทบีแอลซีพี (ซึ่งเป็นบริษัทเอ็กโก 50% และบริษัทบ้านปู 50%) ซึ่งใช้ถ่านหินนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย โดยในเดือน พ.ค. - ส.ค. 2559 มีราคาเฉลี่ยแพงกว่าถึงหน่วยละ 0.63 บาท สวนทางกับสามัญสำนึกของคนทั่วไป

          ชี้แจง ราคารับซื้อไฟฟ้าแยกเป็นค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment : AP) และค่าไฟฟ้าส่วนผันแปร (Energy Payment : EP) ซึ่งค่า AP จะสะท้อนต้นทุนค่าโรงไฟฟ้า โดยโครงสร้างค่าไฟฟ้า (AP) จะมีลักษณะเป็น Front-End กล่าวคือ ราคาจะสูงมากในปีแรกๆ และทยอยต่ำลงในปีท้ายๆ เหมือนค่าเช่ารถเก่ากับรถใหม่ที่อายุต่างกัน 10 ปี ค่าเช่ารถใหม่ย่อมแพงกว่า ซึ่งค่า AP ของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีซึ่งจ่ายไฟฟ้ามาแล้วประมาณ 10 ปี ได้ลดลงเหลือ 2 ใน 3 ของปีแรกๆ เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าหงสา ที่ยังอยู่ในระดับสูงสุด เพราะเป็นรถใหม่ ขณะที่ค่า EP ที่สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงจะพบว่า โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี มีค่า EP สูงกว่า อยู่ที่ราว 0.95 บาท/หน่วย ขณะที่โรงไฟฟ้าหงสา อยู่ที่ราว 0.75 บาท/หน่วย ดังนั้น ราคาซื้อไฟฟ้าที่รวม AP และ EP เข้าด้วยกัน ของโรงไฟฟ้าหงสาในปัจจุบันจึงแพงกว่าโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี

ประเด็นที่ 3 ด้านหนึ่งกีดกันพลังงานหมุนเวียน อีกด้านหนึ่งสนับสนุนถ่านหินได้เกินแผนพีดีพี

          ชี้แจง กฟผ. สนับสนุนนโยบายพลังงานทดแทนอย่างถึงที่สุด โรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างแล้ว กฟผ. ให้เดินเครื่องเต็มที่โดยไม่มีการลดการผลิต เว้นแต่กรณีฉุกเฉินสั้นๆ เท่านั้น จะมีปัญหาเฉพาะกรณีรายใหม่ที่ขอขายไฟฟ้าในพื้นที่ที่สายส่งพัฒนาตามไม่ทัน เพราะ กฟผ. ไม่ทราบพื้นที่ตั้งล่วงหน้า จึงไม่ได้พัฒนาระบบส่งรอไว้ และการสร้างระบบส่งใช้เวลา 4-5 ปี หากให้ขนานเข้ามาในระบบมากเกินไป จะทำให้กระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า จึงได้แต่เพียงชะลอโรงไฟฟ้ากลุ่มนี้ไว้ก่อน และ กฟผ. ได้เร่งรัดสร้างสายส่งไฟฟ้าเพิ่มเติม ซึ่งจะทยอยแล้วเสร็จในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ประเด็นที่ 4 ปัญหาไฟฟ้าในภาคใต้ยังติดๆ ดับๆ การให้ความจริงไม่ครบ ทำให้สังคมหลงเชื่อได้ว่า ไฟฟ้าดับเพราะกำลังการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงต้องการมีโรงไฟฟ้าเพิ่ม

          ชี้แจง การเกิดไฟฟ้าดับมีสาเหตุจากหลายปัจจัยก็จริง แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า ในพื้นที่ที่ต้องพึ่งการผลิตไฟฟ้าจากพื้นที่อื่น มีความเสี่ยงไฟฟ้าดับสูงกว่าพื้นที่ที่เลี้ยงตัวเองได้ ภาคใต้ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ นอกจากนี้ ภาคใต้ยังรับไฟฟ้าจากภาคกลางซึ่งเป็นสายส่งแนวเดียว เนื่องจากข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นคอขวดแถว จ.ประจวบคีรีขันธ์ แม้จะมีสายส่งหลายวงจรแต่ก็เดินสายไปในพื้นที่เดียวกัน ทำให้มีความเสี่ยงมากกว่า เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติ เป็นต้น

ประเด็นที่ 5 คณะกรรมการไตรภาคีไม่สนใจเพื่อศึกษาศักยภาพพลังงานหมุนเวียนกระบี่เพิ่มเติม เพื่อสรุปเรียนต่อท่านนายกฯ และเรื่องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามที่ท่านนายกฯ ได้ไปลงนามในสัตยาบันที่กรุงปารีส จะมีปัญหาแน่นอนหากมีโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น

          ชี้แจง ในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา คณะกรรมการไตรภาคีได้รับรายงานความคืบหน้าของอนุกรรมการฯทั้ง 3 ชุด และกรรมการทุกฝ่ายได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง แต่เนื่องจากกรรมการแต่ละฝ่ายยังมีจุดยืนที่แตกต่างกัน พลเอกสกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมการไตรภาคี จึงให้กรรมการแต่ละท่าน สรุปความคิดเห็นและเหตุผลที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย พร้อมข้อเสนอ เพื่อนำรายงานและความเห็นของคณะกรรมการชุดใหญ่ทั้งหมด เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

          เรื่องศักยภาพพลังงานหมุนเวียนของจังหวัดกระบี่ ดังที่ได้กล่าวในประเด็นที่ 4 แล้วว่า กฟผ. พร้อมให้การสนับสนุน ขณะเดียวกัน ยังต้องดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าในพื้นที่ควบคู่กันไป เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนผลิตได้บางเวลา หรือตามฤดูกาล แม้จะมีบางส่วนสามารถผลิตได้อย่างมั่นคง (Firm) เช่น โรงไฟฟ้าชีวมวล ก็ตาม ก็จะต้องพิจารณาปริมาณและการจัดหาเชื้อเพลิงที่มีความต่อเนื่อง

          สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา เป็นโรงไฟฟ้าที่กำหนดใน PDP2015 ใช้เทคโนโลยีทันสมัย ลดการปล่อย CO2 ลง กระทรวงพลังงานในฐานะผู้จัดทำแผน PDP2015 ได้คำนึงถึงปัจจัยการควบคุม CO2 ในภาคการผลิตไฟฟ้าไว้แล้ว จึงไม่ส่งผลต่อการลดก๊าซเรือนกระจก ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ลงสัตยาบันปารีสไว้

          กฟผ. พร้อมชี้แจงเพื่อสร้างเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้การพัฒนามีความราบรื่น และประเทศสามารถเดินหน้าได้อย่างมีความมั่นคงทางพลังงาน