ภาพลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นคงหนีไม่พ้นเป็นประเทศที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ความก้าวหน้าด้านการค้นคว้าวิจัย ความเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจในระดับแนวหน้าของทวีปเอเชีย และแน่นอนปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศของญี่ปุ่นก็คือพลังงานไฟฟ้านั่นเอง

article 20161208 01

    หลายคนคิดว่าโรงไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่นจะต้องเป็นโรงไฟฟ้าที่มีความทันสมัย ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ซึ่งก็คงไม่ผิดนัก สำหรับเทคโนโลยีที่ดีที่สุดตอนนี้คือเทคโนโลยี Ultra-Super Critical เป็นเทคโนโลยีที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดทั้งวัตถุดิบและกระบวนการผลิต อย่างเช่นโรงไฟฟ้ามัตซูอุระ ของบริษัทเจพาวเวอร์ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลเกาะคิวชู อำเภอมัตซูอุระ จังหวัดนางาซากิ ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินคุณภาพดี คือบิทูมินัสและซับบิทูมินัส ซึ่งเป็นถ่านหินชนิดที่ให้ความร้อนสูง ค่ากำมะถันต่ำ (ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์น้อย) และขี้เถ้าน้อย นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ผ่านการลำเลียงโดยใช้กระพ้อตักไปยังลานกองถ่านหินระบบเปิดซึ่งสามารถวางกองได้ถึง 480,000 ตัน พร้อมทั้งมีการฉีดพ่นน้ำตลอดเวลาให้ถ่านหินเปียกเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของละอองถ่านหิน โรงไฟฟ้ามัตซูอุระใช้ปริมาณถ่านหินในการผลิตประมาณ 4,500,000 ตันต่อปี มีกำลังผลิตยูนิตละ 1,000 เมกะวัตต์ จำนวน 2 ยูนิต รวม 2,000 เมกะวัตต์ และกำลังก่อสร้างอีก 1,000 เมกะวัตต์แล้วเสร็จประมาณปี 2019 โดยในอดีตพื้นที่ของโรงไฟฟ้ามัตซูอุระ เคยเป็นทะเลแล้วจึงถูกถมเพื่อสร้างโรงไฟฟ้า พื้นที่ส่วนหนึ่งใช้เถ้าหนักที่เกิดจากกระบวนการผลิตนำมาถม โดยมีการล้อมพื้นที่ที่จะนำเอาขี้เถ้ามาถม ส่วนน้ำที่ล้นจะมีการบำบัดก่อนปล่อยลงไปในทะเล ซึ่งขณะนี้คงเหลือพื้นที่ที่ยังไม่ได้ถมอีกร้อยละ 3 เท่านั้น

article 20161208 02

    โรงไฟฟ้ามัตซูอุระ เป็นโรงไฟฟ้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยติดตั้งอุปกรณ์ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ได้แก่ระบบดักจับฝุ่น ระบบกำจัดก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และระบบกำจัดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนั้นยังเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ระบบชีวมวล เช่นเปลือกไม้ ร่วมกับเชื้อเพลิงจากถ่านหินเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย

article 20161208 03

    สำหรับชุมชนรอบโรงไฟฟ้านั้น ส่วนหนึ่งจะประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง โดยในปี 2015 ในน่านน้ำบริเวณเกาะคิวชูสามารถจับปลาอาจิได้ถึง 31,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 6,000 ล้านเยน และปลาซาบะ 36,000 ตัน เป็นปริมาณที่จับได้เป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีการทำกระชังปลาอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าเพียง 2 กิโลเมตร โดยประชากรร้อยละ 20 ของเมืองจะประกอบอาชีพทำกระชังปลา ฮามาจิ ซาบะ และมากูโดะ มีฟาร์มปลา และชุมชนที่อาศัยอยู่รอบโรงไฟฟ้ายังสามารถทำอาชีพเกษตรกรรมปลูกผักทำสวนได้ตามปกติ

article 20161208 04

article 20161208 05

article 20161208 06

article 20161208 07

    ในด้านผลกระทบต่อชุมชน ทางโรงไฟฟ้ามัตซูอุระได้ดำเนินการพูดคุยทำความเข้าใจกับชุมชนมาโดยตลอดทั้งในเรื่องของการดูแลมลสารที่เกิดจากโรงไฟฟ้าให้เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ในด้านปัญหาของอุณหภูมิน้ำก็จะมีการปรับอุณหภูมิให้ใกล้เคียงก่อนจะปล่อยสู่ทะเล ส่วนในเรื่องของเรือบรรทุกถ่านหินซึ่งมีขนาดบรรทุก 80,000-150,000 ตัน ก็จะมีการควบคุมความเร็วเพื่อไม่ให้เกิดคลื่น พร้อมกับมีการดำเนินการในด้านต่างๆ หากเกิดผลกระทบจากโรงไฟฟ้าโดยมีการประชุมรับฟังและร่วมกันแก้ไขปัญหาแบบไตรภาคีร่วมกับชุมชนและหน่วยงานของจังหวัดในทันที

    อย่างไรก็ตาม กลไกของโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นไม่มีกองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้าแต่อย่างใด คงมีเพียงในเรื่องของการรับแรงงานในท้องถิ่นเท่านั้น ซึ่งต่างจากโรงไฟฟ้าในบ้านเราที่นอกจากจะมีการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานต่างๆ ที่กำหนดไว้แล้ว ในทุกเมกะวัตต์ที่ผลิตออกมายังเป็นกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้าเพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนซึ่งอาศัยอยู่รอบโรงไฟฟ้าให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนตลอดไป