หลังการประชุมที่นำไปสู่ข้อตกลงปารีสปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ประเทศร่ำรวยหลายประเทศได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีสะอาดโรงไฟฟ้าถ่านหินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จที่จำเป็นต่อการจำกัดการเพิ่มอุณหภูมิโลกในอนาคต เนื่องจากบรรดาผู้นำโลกต่างตระหนักดีว่า การใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้ายังมีความสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาในทุกมุมโลก

          จากข้อตกลงปารีส ที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาอุณหภูมิของโลก ไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส เป็นผลให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือประเทศร่ำรวย เร่งพัฒนาเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งในเทคโนโลยีที่แม้ว่ายังมีราคาสูง แต่กำลังได้รับการพัฒนาเพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ระดับกว้าง คือ เทคโนโลยี CCS (Carbon Capture and Storage - ดักจับและกักเก็บคาร์บอน)

20170118-ART01-01

ที่ประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ปารีส ได้ข้อตกลงร่วมกันที่จะรักษาไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงเกิน 2 องศาเซลเซียส
https://www.carbonbrief.org/analysis-the-final-paris-climate-deal

          ออสเตรเลีย หนึ่งในผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในโลก และมีถ่านหินครองสัดส่วนหลักของการใช้เชื้อเพลิงผลิตพลังงาน เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เร่งพัฒนาเทคโนโลยี CCS เพื่อช่วยให้ออสเตรเลียยังคงใช้ถ่านหินเพิ่มได้ ขณะที่ลดการปล่อยคาร์บอนลง

          เนื่องจากประชาชนชาวออสเตรเลียยังต้องการพลังงานราคาถูก มีความมั่นคงทางพลังงาน ในราคาที่สมเหตุสมผล ควบคู่ไปกับการรักษาคำมั่นสัญญาของออสเตรเลียในข้อตกลงปารีส ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 28 ในปี 2573 ทางออกของออสเตรเลียจึงคือการพัฒนาเทคโนโลยีสะอาดของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนและพัฒนาพลังงานหมุนเวีย

20170118-ART01-02

ภาพจำลองเทคโนโลยี CCS แสดงการกักเก็บคาร์บอนลงสู่ใต้ดิน
https://www.globalccsinstitute.com/content/resources

          เทคโนโลยี CCS คือกระบวนการฉีดอัดก๊าซคาร์บอนร้อยละ 90 ที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าลงสู่ใต้ดินที่ความลึกหลายกิโลเมตร หรืออีกนัยหนึ่ง คือการนำคาร์บอนกลับคืนสู่แหล่งกำเนิด และจะถูกเก็บไว้ไม่รั่วไหลออกมา เป็นเวลาหลายล้านปี

          ทั้งในแคนาดา เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย รวมถึงจีนและอินเดีย ล้วนมีโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง และลดการปล่อยคาร์บอนได้ร้อยละ 90 และมีการเร่งพัฒนาเทคโนโลยี CCS แม้ว่าในขณะนี้ ต้นทุนจะยังสูงอยู่ก็ตาม

20170118-ART01-03

โรงไฟฟ้า Boundary Dam ประเทศแคนาดา โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยี CCS ในเชิงพาณิชย์เป็นแห่งแรกในโลก
http://inspiredeconomist.com/2014/11/26/canada-premier-carbon-capture-storage/

          ที่ประชุมระหว่างรัฐด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change -IPCC) ชี้ว่า เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่สามารถบรรลุได้ หากไม่มีเทคโนโลยี CCS ส่วนองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ระบุในทำนองเดียวกันว่า ภายใต้บริบทข้อตกลงปารีส ความสามารถของเทคโนโลยี CCS ในการลดการปล่อยคาร์บอนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลผลิตไฟฟ้า จำเป็นต่อการจำกัดการเพิ่มอุณหภูมิโลกในอนาคต

          IPCC ยังเน้นด้วยว่า CCS ไม่ใช่เป็นเพียงหนทางที่ถูกที่สุดในการสู้กับภาวะโลกร้อนเท่านั้น แต่โลกอาจไม่บรรลุเป้าหมายข้อตกลงปารีสเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีการพัฒนา CCS

          เห็นได้ชัดว่า เทคโนโลยีถ่านหินช่วยให้ออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ มุ่งสู่อนาคตพลังงานสะอาด ที่ตอบโจทย์นโยบายพลังงาน ทั้งเรื่องความมั่นคง ราคาสมเหตุสมผล และการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งหลายๆประเทศแสดงเจตจำนงไว้ในข้อตกลงปารีส ประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีความร่ำรวยกว่า และใช้พลังงานจำนวนมาก เป็นผู้บุกเบิกในเทคโนโลยีนี้ และตามข้อตกลงปารีสยังต้องช่วยเหลือและสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งรวมถึงเงินทุน เพื่อขับเคลื่อนสู่โลกแห่งพลังงานสะอาด ที่มีการปล่อยคาร์บอนเท่ากับศูนย์ด้วย

แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร
ที่มา http://www.theaustralian.com.au/opinion/carbon-capture-good-news-for-a-clean-fuel-future/news-story/c5fcb558352314ba055cb7a10335212e