Black Ribbon

ตอบคำถามทุกข้อสงสัย โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

 

QnA WhiteBook

ดาวน์โหลด (.pdf)

 

ตอบทุกคำถาม และข้อกังวลสงสัย

1 กำลังผลิตไฟฟ้าภาคใต้ไม่เพียงพอจริงหรือ

          กำลังผลิตไฟฟ้าภาคใต้ใกล้เคียงกับความต้องการไฟฟ้า แต่กำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าหลักน้อยกว่าความต้องการไฟฟ้า ทำให้ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากภาคกลาง วันละ 200-600 เมกะวัตต์ โดยภาคใต้มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 2,713 เมกะวัตต์ ขณะที่ ภาคใต้มีกำลังการผลิตในพื้นที่ 3,089 เมกะวัตต์

          แต่มีโรงไฟฟ้าหลักที่สามารถเดินเครื่องตามที่สั่งการได้ (Firm) เพียง 2,406 เมกะวัตต์ เนื่องจาก

  • โรงไฟฟ้าพลังน้ำมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณน้ำ
  • โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (SPP) มีจำนวน 29 เมกะวัตต์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ไม่แน่นอน
  • โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้น้ำมันเตา มีต้นทุนการผลิตสูงจะใช้เดินเครื่องเสริมระบบเฉพาะกรณีที่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าหรือแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติตามแผนไม่สามารถรองรับการช่วยระบบฉุกเฉินได้

QnA_WhiteBook_01

         

กำลังการผลิตของไทยล้นเกินไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้จริงหรือไม่?

          กำลังผลิตไฟฟ้าจะต้องมีมากกว่าความต้องการไฟฟ้าจำนวนหนึ่ง เพื่อจ่ายไฟฟ้าเมื่อเกิดกรณีต่างๆ เช่น โรงไฟฟ้าหรือระบบส่งไฟฟ้าขัดข้อง การขัดข้องด้านการส่งเชื้อเพลิงความต้องการไฟฟ้าเติบโตมากกว่าที่คาด การจ่ายไฟฟ้าที่ไม่แน่นอนของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน

          กำลังผลิตไฟฟ้าของไทยที่จ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง (Firm) มากกว่าความต้องการไฟฟ้า ร้อยละ 22 ถือว่าไม่สูงเกินไป ซึ่งเมื่อดูข้อมูลของต่างประเทศจะพบได้ว่า ในกล่มุประเทศOECD หรือประเทศที่พัฒนาแล้วมีสูงกว่าประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ เช่น ออสเตรีย อยู่ที่ร้อยละ 102, เดนมาร์ก ร้อยละ 32, สเปน ร้อยละ 100

          ประกอบกับระบบไฟฟ้าในปัจจุบันมีการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าหลัก เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียนอย่างเพียงพอ

QnA_WhiteBook_02

         

ทำไมไม่ส่งไฟฟ้าจากภาคกลางแทนการสร้างโรงไฟฟ้า?

          ภาคใต้ควรมีกำลังผลิตในพื้นที่อย่างเพียงพอ เพื่อรักษาความสมดุล ทั้งทางด้านกำลังผลิตภายในพื้นที่ และระบบส่งไฟฟ้า ไม่ควรพึ่งพาด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป จะช่วยให้รองรับเหตุฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- โรงไฟฟ้า ในพื้นที่อย่างเพียงพอช่วยรักษาคุณภาพไฟฟ้าทั้งทางด้านแรงดัน และความถี่

- ระบบส่งไฟฟ้า ช่วยส่งผ่านกำลังไฟฟ้าภายในพื้นที่ และถ่ายเทกำลังไฟฟ้าระหว่างภูมิภาค เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าของประเทศ

         

การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อต้องการกำไรจากค่าความพร้อมจ่ายจริงหรือไม่?

          ในความเป็นจริงทั้ง กฟผ. และโรงไฟฟ้าเอกชน จะไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะหากไม่ได้ผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเอกชนจะได้รับค่าไฟฟ้าเฉพาะในส่วนค่าความพร้อมจ่าย (AP) แต่จะไม่ได้รับในส่วนของค่าพลังงานไฟฟ้า (EP)

          เนื่องจาก ค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1. ค่า AP (ค่าความพร้อมจ่าย) ซึ่งเป็นค่าลงทุนและบำรุงรักษา 2. ค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) เป็นค่าการผลิตไฟฟ้า เช่นเดียวกับการเช่ารถ ที่เจ้าของรถจะคิดราคาเป็น 2 ส่วน คือ ค่าเช่ากับค่าน้ำมัน ถ้าเช่ารถมาแล้ว ใช้น้อยก็จ่ายค่าน้ำมันน้อย แต่ค่าเช่าต้องจ่ายเป็นรายวัน

          การที่สัญญาซื้อขายไฟฟ้า แบ่งค่าไฟฟ้าเป็น 2 ส่วนเพื่อความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และเป็นหลักประกันให้ค่าไฟฟ้าตลอดอายุโครงการมีราคาถูก เนื่องจากเอกชนไม่ต้องบวกความเสี่ยงในการลงทุนไปในราคาเสนอขายไฟฟ้า แต่จะต้องมีความพร้อมเดินเครื่อง รวมทั้งการเพิ่มหรือลดการเดินเครื่องตามที่ศูนย์ฯ สั่งการ หากทำไม่ได้ก็จะต้องถูกปรับ

          ในส่วนของค่า EP โรงไฟฟ้าจะได้ค่าเชื้อเพลิงตามอัตราความสิ้นเปลือง (Heat Rate) ที่ประมูลมาตั้งแต่ต้น หากการผลิตไม่มีประสิทธิภาพ ใช้เชื้อเพลิงสิ้นเปลือง โรงไฟฟ้าต้องรับผิดชอบส่วนเกินเอง ในทางกลับกัน ถ้ามีประสิทธิภาพใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่า ก็จะมีกำไรเพิ่มขึ้น

          นอกจากนี้ ราคาขายไฟฟ้าทั้ง AP และ EP มาจากการประมูลโรงไฟฟ้าเอกชน ในแต่ละรอบ ที่ผู้ที่เสนอราคาต่ำที่สุดจะเป็นผู้ชนะการประกวดราคา

         

2 ทำไมต้องสร้างโรงไฟฟ้าที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว

          เหตุผลที่ กฟผ. เลือกจังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าของภาคใต้ เนื่องจาก

  • เพื่อเป็นโรงไฟฟ้าหลักของภาคใต้ทางฝั่งอันดามัน
  • สร้างในพื้นที่ที่มีโรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโครงสร้างระบบไฟฟ้ารองรับ
  • ใช้เส้นทางเดินเรือขนส่งถ่านหิน เส้นทางเดียวกันกับเรือบรรทุกน้ำมันเตา
  • เรือบรรทุกถ่านหินกินน้ำลึกเท่ากับเรือที่บรรทุกน้ำมันเตามายังโรงไฟฟ้าในปัจจุบัน โดยไม่ต้องขุดลอกร่องน้ำ

          สำหรับข้อกังวลต่อผลกระทบการท่องเที่ยว จากข้อเท็จจริงพบว่า เมืองและประเทศท่องเที่ยวของโลก มีโรงไฟฟ้าถ่านหินตั้งอยู่ในเมืองสำคัญๆ อุทยานแห่งชาติทางทะเล และชุมชน ทั้งในประเทศญี่ปุ่น เยอรมนี มาเลเซีย เกาหลีใต้ ฯลฯโดยที่ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตลอดเวลา เห็นได้จากสถิติของนักท่องเที่ยว และเม็ดเงินที่ได้จากการท่องเที่ยวของมาเลเซียระหว่างปี 2541- 2556 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          โรงไฟฟ้าถ่านหินจิมาห์ ในประเทศมาเลเซีย ใกล้กับช่องแคบมะละกา ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ Sungai Sepong Beson River รัฐเนกรี เซมบิลัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงที่เป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด รวมทั้งยังเป็นแหล่งจับปลาของชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย

QnA_WhiteBook_03

         

3 ทำไมเลือกใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน

  • โรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นโรงไฟฟ้าฐานที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง
  • เชื้อเพลิงถ่านหินมีปริมาณสำรองจำนวนมากสามารถใช้ได้ถึง 200 ปี ราคาถ่านหินมีเสถียรภาพและไม่แพง จะทำให้ราคาค่าไฟฟ้าของประเทศไทยไม่สูง
  • ปัจจุบันเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินมีความทันสมัย สามารถควบคุมมลสารได้ดีกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว

         

ถ่านหินมีราคาถูก เพราะไม่ได้คิดต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมจริงหรือ?

          ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยถ่านหินได้รวมต้นทุนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานแล้ว โดยต้นทุนการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมคิดเป็นร้อยละ 20 ของโรงไฟฟ้าประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการลงทุนติดตั้งระบบควบคุมมลสารทางอากาศ อุปกรณ์ลดเสียง ระบบบำบัดน้ำจากกระบวนการผลิต ฯลฯ

         

ทำไมไม่ใช้พลังงานหมุนเวียนแทนโรงไฟฟ้าถ่านหิน?

          กฟผ. สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ โดยมีโรงไฟฟ้าหลักคอยค้ำระบบ ในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนผลิตไม่ได้ในกรณีต่างๆ เช่น

  • พลังงานจากชีวมวล มีบางฤดูกาล
  • พลังงานแสงอาทิตย์ มีเฉพาะช่วงกลางวัน
  • พลังงานลม ผลิตได้ไม่แน่นอน

         

ทำไมไม่ใช้ก๊าซธรรมชาติ?

          ประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเกือบร้อยละ 70 จาก 3 แหล่งคือ

          1. เมียนมา 6,500 เมกะวัตต์

          2. อ่าวไทยและนำเข้า LNG 10,500 เมกะวัตต์

          3. อ่าวไทยและ JDA 1,900 เมกะวัตต์

          ในอนาคตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในอ่าวไทยและแหล่งในเมียนมากำลังจะหมดลง หากประเทศไทยยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง ก็ต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซเหลว (LNG) เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีราคาแพง จึงจำเป็นที่จะต้องบริหารความเสี่ยง

  • ลดสัดส่วนการผลิตจากก๊าซธรรมชาติให้เหลือร้อยละ 30 - 40
  • ถ่านหินเพิ่มจากร้อยละ 18 เป็นร้อยละ 23
  • พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 20

          นอกจากนี้แล้ว เมื่อเปรียบเทียบราคาของเชื้อเพลิงแต่ละชนิดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า ในระยะยาวราคาถ่านหินมีเสถียรภาพมากกว่า และต้นทุนถูกกว่าทั้งLNG และน้ำมัน

QnA_WhiteBook_04

         

การซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียเพื่อนำมาใช้กับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่หรือไม่?

          เหมืองถ่านหินที่บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (EGATi) ถึงแม้ว่าจะเป็นเหมืองถ่านหินประเภทซับบิทูมินัส แต่มีค่าความร้อนต่ำกว่าที่โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้ เนื่องจากโรงไฟฟ้ากระบี่มีข้อจำกัดเรื่องการขนส่งถ่านผ่านร่องน้ำตื้น จึงต้องเลือกใช้ถ่านซับบิทูบินัสที่มีค่าความร้อนที่สูง เพื่อให้โรงไฟฟ้าใช้ปริมาณถ่านหินลดลง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณเรือขนส่งถ่านหิน

          ดังนั้น ถ่านหินจากเหมืองที่บริษัท EGATi ไปซื้อไม่สามารถนำมาใช้กับโรงไฟฟ้ากระบี่ได้

          การลงทุนของ EGATi ในเหมืองถ่านหินต่างประเทศนั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจไฟฟ้า เพราะยังมีประเทศอื่นอีกมากมายที่ยังสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เช่น เวียดนาม ที่บริษัท EGATi กำลังไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นต้น

         

ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ปลูกปาล์ม เหตุใดจึงไม่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นเชื้อเพลิงแทนถ่านหิน?

          กฟผ. สนับสนุนการใช้ปาล์มผลิตไฟฟ้า โดยได้ดำเนินการปรับปรุงอุปกรณ์อุ่นน้ำมันปาล์มที่โรงไฟฟ้ากระบี่ เพื่อให้สามารถเผาไหม้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นและเริ่มรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2556 และเพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวสวนปาล์มในระยะยาว

          - ในเดือนตุลาคม 2557 กฟผ. ได้เริ่มปรับปรุงอุปกรณ์โรงไฟฟ้ากระบี่ ให้สามารถเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์มดิบจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 25 ทำให้สามารถใช้น้ำมันปาล์มดิบได้สูงสุด18 ตันต่อชั่วโมง

          - ศักยภาพการใช้น้ำมันปาล์มดิบของโรงไฟฟ้ากระบี่คิดเป็น 1 ใน 4 ของกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบของจังหวัดกระบี่ หรือร้อยละ 8 ของกำลังการผลิตของประเทศ

          - ในปี 2556-2558 กฟผ. เคยรับซื้อเพื่อพยุงราคาในช่วงราคาตกต่ำกว่า 25 บาทต่อลิตร ปัจจุบัน นำมันปาล์มดิบมีราคา 31-32 บาทต่อลิตร การนำไปผลิตเพื่อการบริโภคจึงมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่านำมาใช้ผลิตไฟฟ้า

          - การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นหรือนำน้ำมันปาล์มดิบมาผสมมากขึ้น ทั้ง 2 กรณี มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยสูงกว่า 2 เท่าตัว ทำให้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากแผนการผลิตเดิม จะถูกส่งผ่านไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าทางค่าเอฟที

QnA WhiteBook 05

         

.

4 การขนส่งถ่านหินกระทบการท่องเที่ยวหรือไม่

          เพื่อลดผลกระทบจากการขนส่งถ่านหิน โดยไม่ต้องขุดลอกร่องน้ำ โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่จึงได้ลดขนาดเรือขนส่งถ่านหินลง โดยจะใช้เรือบรรทุกถ่านหินเป็นเรือระบบปิดขนาด 10,000 เดทเวทตัน บรรทุกถ่านหินลำละประมาณ 8,000 ตันจากต่างประเทศ วันละไม่เกิน 2 ลำ

          เส้นทางการเดินเรือขนส่งถ่านหินใช้เส้นทางเดียวกับเรือขนส่งน้ำมันเตาที่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยว แนวปะการัง และจุดดำน้ำ เกินกว่า 10 กิโลเมตรขึ้นไป มีเพียง 2 จุดที่อยู่ห่าง 4-6 กิโลเมตร

          นอกจากนี้ งานวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ตยืนยันว่า การเดินเรือขนส่งน้ำมันเตาสำหรับโรงไฟฟ้ากระบี่ตลอด 10 กว่าปีผ่านมา ไม่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศและแนวปะการัง

QnA_WhiteBook_06

         

เรือขนส่งถ่านหินจะกระทบต่อแหล่งหญ้าทะเลหรือไม่?

          เส้นทางเดินเรือขนส่งถ่านหินเป็นเส้นทางเดียวกับเรือขนส่งน้ำมันเตาของโรงไฟฟ้ากระบี่ปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้แล่นผ่านแนวหญ้าทะเล โดยจำกัดความเร็วของเรือขณะเข้าสู่ร่องน้ำปากคลองศรีบอยา ไม่เกิน 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบจากคลื่น และการกวนตะกอนในบริเวณนั้น รวมทั้งป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางเรือด้วย

QnA_WhiteBook_07

         

ถ้าเรือถ่านหินล่ม จะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?

          ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเรือล่ม ถ่านหินจะถูกจำกัดให้อยู่ภายในเรือ ไม่สามารถกระจายออกนอกเรือได้ เนื่องจากเรือบรรทุกถ่านหินได้ออกแบบให้มีฝาปิดมิดชิด

          ก่อนหน้านี้ เคยเกิดกรณีเรือขนส่งถ่านหินของเอกชนล่มบริเวณโค้งบางปู ปากแม่น้ำเจ้าพระยา กรมเจ้าท่าชี้แจงว่า ถ่านหินมีองค์ประกอบหลักเป็นคาร์บอน เมื่ออยู่ในน้ำจะไม่มีปฏิกิริยาทางเคมีเกิดขึ้นและไม่ทำให้เกิดปัญหาน้ำขุ่น

          ส่วนกำมะถันที่มีอยู่ในถ่านหินจะเกิดก๊าซซัลเฟอร ์ไดออกไซด์ก็ต่อเมื่อเกิดการเผาไหม้เท่านั้น นอกจากนี้ มีตัวอย่างการศึกษาผลประทบหลังจากที่มีเรือบรรทุกถ่านหินล่ม บริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในปี 2543 จากการตรวจวิเคราะห์น้ำทะเลในบริเวณนั้น ไม่พบมลสารหรือโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำทะเล

          ส่วนการกู้เรือจะใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะดำเนินการตามหลักมาตรฐานสากล

         

เรือถ่านหินมีโอกาสไหม้กลางทะเลหรือไม่?

          กฟผ. ได้กำหนดมาตรการป้องกันไฟไหม้เรือขนส่งดังนี้

          1. ฉีดเคลือบที่ผิวถ่านหินเพื่อรักษาคุณภาพถ่านหิน ป้องกันการฟุ้งกระจาย และป้องกันการลุกไหม้

          2. ออกแบบให้เรือบรรทุกถ่านหินกระบี่ กฟผ.มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย ป้องกันการรั่วไหลตามหลักสากล

          นอกจากนี้ การขนส่งถ่านหินโดยเรือบรรทุก เช่นจากประเทศอินโดนีเซียมีโอกาสเกิดการลุกไหม้น้อยมาก เนื่องจากถ่านหินจะสามารถลุกติดไฟได้เอง เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 14-20 วัน หรืออุณหภูมิต้องถึงจุดติดไฟคือประมาณ 90 องศาเซลเซียส ภายใต้การกองไว้โดยไม่มีการจัดการใดๆแต่ระยะทางและระยะเวลาการเดินเรือจากประเทศอินโดนีเซียมายังท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วใช้เวลา 6-9 วัน

QnA_WhiteBook_08

         

เรือถ่านหินมีโอกาสไหม้กลางทะเลหรือไม่?

          แนวสายพานลำเลียงถ่านหิน ขนส่งถ่านหินจากท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วไปยังอาคารเก็บถ่านหินภายในโรงไฟฟ้าระยะทาง 9 กิโลเมตร เป็นแบบระบบปิดทั้งหมด

          สำหรับสายพานลำเลียงช่วงที่ผ่านป่าชายเลนมีการก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้พื้นดินเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งอย่ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Site) และส่วนระยะทางที่เหลือ 7 กิโลเมตรจะเป็นสายพานบนพื้นดิน ซึ่งจะทำการก่อสร้างถนนคู่ขนานสายพาน เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ รวมทั้งก่อสร้างกำแพงกันเสียงบริเวณที่ผ่านชุมชน และปลูกต้นไม้ตลอดแนว โดยการใช้เส้นทางดังกล่าวจะมีการชี้แจงและสร้างความเข้าใจ โดยจ่ายค่าทดแทนและการเยียวยาให้แก่ราษฎรที่อยู่ในแนวสายพานดังกล่าว

          เมื่อถ่านหินเดินทางตามสายพานมาถึงยังโรงไฟฟ้าแล้วถ่านหินจะถูกเก็บไว้อย่างมิดชิดในอาคารเก็บถ่านหินแบบปิดมีหลังคาและผนังด้านข้าง มีระบบดูแลป้องกันไฟไหม้และฝุ่น

QnA_WhiteBook_09

         

5 การมีส่วนร่วมของประชาชนและความโปร่งใส

การดำเนินงาน EIA/EHIA มีความชอบธรรมหรือไม่?

          กฟผ. เปิดกว้างให้ชุมชนและประชาชนแสดงความคิดเห็นประกอบการจัดทำรายงาน EIA และ EHIA ประกอบด้วย

• การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน Pre Public เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2555 มีผู้เข้าร่วมประชุม 646 คน

• การรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียจำนวน3 ครั้ง ได้แก่

          - ค.1 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2555 มีผู้เข้าร่วมประชุม 638 คน

          - ค.2 เมื่อวันที่ 10-26 พฤศจิกายน 2555 มีผู้เข้า ร่วมประชุม 903 คน

          - ค.3 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2557 มีผู้เข้าร่วมประชุม 1,636 คน

• ในส่วนโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ได้จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 3 ครั้ง ได้แก่

          - ค.1 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2557 มีผู้เข้าร่วมประชุม 940 คน

          - ค.2 เมื่อวันที่ 28 เมษายน - 22 สิงหาคม 2557 มีผู้เข้าร่วมประชุม 332 คน

          - ค.3 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2557 มีผู้เข้าร่วมประชุม 1,505 คน

          ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตาม และตรวจสอบร่าง EHIA และ EIA ได้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร กฟผ. และทางเว็บไซต์ กฟผ. www.egat.co.th

         

ทำไมจึงเปิดประมูลก่อสร้างการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ ก่อนการอนุมัติ EHIA?

          เนื่องจาก กระบวนการการคัดเลือกผู้รับเหมาเพื่อออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ และก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้องใช้เวลานานเกือบ 2 ปี และต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างอีกประมาณ 4 ปีส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานตามแผน PDP 2015

          กฟผ. จึงได้เปิดการประกวดราคา คู่ขนานกับการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)

          ซึ่ง กฟผ. ได้ระบุเงื่อนไขการสงวนสิทธิ์การออกเอกสารสนองรับราคา (Letter of Intent - LOI) เมื่อโครงการฯ ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งหมายความว่า หากโครงการไม่ได้รับการอนุมัติถือว่า การประกวดราคาดังกล่าวจะไม่มีผลผูกพันใดๆ

         

6 อะไร คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด

          ตามนิยามของ IEA (International Energy Agency) หมายถึง โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงปล่อยก๊าซคารบ์อนไดออกไซด์ในระดับต่ำ รวมทั้งสามารถกำจัดมลสารต่างๆ อาทิ ฝุ่นละออง ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือ ดักจับโลหะหนัก

          ดังนั้นโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดกระบี่ที่ใช้เทคโนโลยี Ultra Supercritical ซึ่งมีประสิทธิภาพการเผาไหม้สูง ประหยัดการใช้เชื้อเพลิง และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ระบบกำจัดมลสาร ประกอบด้วย ระบบกำจัดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (SCR) ระบบดักจับฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิต (ESP) ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) และระบบดักจับสารปรอท (ACI) จึงถือเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดตามมาตรฐานสากล มีการใช้งานกันแพร่หลายในประเทศต่างๆทั่วโลก อาทิ 35 ประเทศในกลุ่ม OECD ออสเตรเลีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย

          โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ จะใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในเชิงพาณิชย์ โดยระบบเผาไหม้และหม้อไอน้ำเทคโนโลยีแบบ Ultra Supercritical ที่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลด CO2 ได้ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับระบบเดิม (Subcritical)

QnA_WhiteBook_10

QnA_WhiteBook_11

         

ต้นทุนค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมีราคาแพง แล้วค่าไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจะถูกได้อย่างไร?

          แม้ว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินจะมีค่าก่อสร้างสูงกว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ทว่า ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงถูกกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าตลอดอายุโครงการของโรงไฟฟ้าถ่านหินถูกกว่าก๊าซธรรมชาติ ประกอบกับหากเชื้อเพลิงมีราคาผันผวนเช่น ราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวจะกระทบค่าไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร้อยละ 66 แต่จะกระทบค่าไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าก๊าซถึงร้อยละ 91

QnA_WhiteBook_12

         

โรงไฟฟ้ากระบี่จะใช้เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าของประเทศจีนจริงหรือ?

          ผลจากการประกวดราคาที่บริษัทจีนเสนอราคาต่ำที่สุด โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่จะใช้อุปกรณ์หลักที่เป็นเทคโนโลยีจาก 2 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ และเยอรมนี

          1. เครื่องผลิตไฟฟ้าแบบกังหันไอน้ำ (TurbineGenerator) เป็นเทคโนโลยีจากเยอรมนี และผลิตในเยอรมนี

          2. หม้อไอน้ำ และอุปกรณ์กำจัดมลสารนั้นเป็นเทคโนโลยีของสหรัฐ ซึ่งผลิตในจีน ทว่า มีการควบคุมมาตรฐาน

          โดยวิศวกรจากสหรัฐ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับการที่จีนเป็นฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ของบริษัทชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก

         

เหตุใดจึงไม่พาสื่อมวลชนไปดูโรงไฟฟ้าถ่านหินจีน แต่กลับไปดูงานในประเทศที่ไม่ได้มาสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่?

          การนำคณะสื่อมวลชนไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น และยุโรปนั้นเพื่อไปดูเทคโนโลยีของโรงไฟฟ้าที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย และดูตัวอย่างการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นแบบที่ดีของโลก ซึ่งสื่อมวลชนได้ประจักษ์ว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินในญี่ปุ่น และยุโรปไม่ได้ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

         

โรงไฟฟ้ากระบี่สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมกับถ่านหินได้หรือไม่?

          โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่แห่งใหม่ออกแบบให้ใช้ชีวมวลอัดแท่ง 2% ควบคู่ไปกับถ่านหินได้

         

7 การใช้น้ำของโรงไฟฟ้ามีผลกระทบหรือไม่

การดูดน้ำไปใช้ระบายความร้อนในโรงไฟฟ้าจะกระทบต่อสัตว์น้ำวัยอ่อนหรือไม่?

          โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ได้ออกแบบให้มีคลองชักน้ำ โดยจะไม่สูบน้ำโดยตรงจากคลองปกาสัย ทำให้ลดความเร็วในการสูบน้ำลงเหลือ 0.3 เมตร/วินาที ซึ่งสัตว์น้ำวัยอ่อน และสัตว์น้ำโตเต็มวัย สามารถว่ายหนีออกไปได้

          นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบให้มีตะแกรง 2 ชั้น ขนาดช่องเปิด 5 และ 1 เซนติเมตร เพื่อป้องกันสัตว์น้ำที่อาจถูกสูบติดเข้ามา

QnA_WhiteBook_13

         

น้ำร้อนที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำจะกระทบต่อระบบนิเวศ และมีสารปนเปื้อนหรือไม่?

          น้ำจากระบบหล่อเย็น เมื่อผ่านจากหอหล่อเย็นแล้วจะพักไว้ที่อ่างเก็บน้ำ 1 วัน เพื่อลดอุณหภูมิให้ใกล้เคียงธรรมชาติ ก่อนปล่อยสู่คลองปกาสัย ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำ

         

น้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้าจะปนเปื้อนแหล่งน้ำธรรมชาติหรือไม่?

          น้ำจากกระบวนการผลิต และน้ำทิ้งจากการอุปโภค-บริโภคจะนำไปบำบัด และนำกลับมาใช้ใหม่ภายในโรงไฟฟ้า โดยไม่ระบายออกสู่ภายนอกพื้นที่โรงไฟฟ้า

QnA_WhiteBook_14

         

8 การดูแลสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต

โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่จะสร้างผลกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน้ำหรือแรมซาร์ไซต์หรือไม่?

          ตามพันธกรณีอนุสัญญาแรมซาร์ (พื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียน) อนุญาตให้มีการใช้ประโยชน์ โดยระบุว่าจะต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย เพื่อพิจารณาการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด

          ตัวอย่างโรงไฟฟ้าถ่านหินทันจุงบิน ประเทศมาเลเซีย กำลังผลิต 2,100 เมกะวัตต์ โรงแรกจ่ายไฟฟ้าในปี 2549 และสร้างเพิ่มอีก 2 โรง ล่าสุดจ่ายไฟฟ้าในปี 2559 โดยไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่และการขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์ 3 แห่ง ที่ตั้งอยู่โดยรอบคือ Palau Kukup , Tanjung Pai และ Sungai Pulai

QnA_WhiteBook_15

          สำหรับโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ ได้กำหนดมาตราการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและป่าชายเลน รวมทั้งการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อขอความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมประมง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบก่อนเข้าดำเนินการในแรมซาร์ไซต์

QnA_WhiteBook_16

         

โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่จะทำให้เกิดมลภาวะจากฝุ่น PM 2.5 หรือไม่?

          โรงไฟฟ้ากระบี่มีเกณฑ์ควบคุมมลสารจากปล่องโรงไฟฟ้าดีกว่ามาตราฐานของประเทศไทย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยได้ออกแบบให้ติดตั้งอุปกรณ์ดักฝุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถดักฝุ่นได้มากกว่าร้อยละ 99

          จากการประเมินผลกระทบด้านคุณภาพอากาศในการจัดทำรายงาน EHIA พบว่า ความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กมาก หรือ PM2.5 ในบรรยากาศจะมีค่าสูงสุดเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 13.20 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งจะอยู่ภายใต้เกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) คือไม่เกิน 25 ไมโครกรัม/ลบ.ม.

QnA_WhiteBook_17

          ขณะเดียวกัน โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ยังมีการควบคุมค่าฝุ่นละออง ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และออกไซด์ของไนโตรเจน จากปล่องโรงไฟฟ้าดีกว่าค่ามาตรฐานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

QnA_WhiteBook_18

         

การเผาถ่านหินจะทำให้มีโลหะหนักออกสู่สิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่?

          โรงไฟฟ้าถ่านหิน นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีอุปกรณ์ทันสมัยที่สุด ในการควบคุมโลหะหนักและสารปนเปื้อนในกระบวนการผลิต โดยโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ได้กำหนดคุณสมบัติของถ่านหินนำเข้าให้มีสารเจือปน (โลหะหนัก) ในปริมาณต่ำมาก

          สำหรับโลหะหนักที่จะปนเปื้อนในอากาศในรูปของไอจะมีอยเู่ พยี งชนดิ เดยี วคือ ปรอท (Hg) โครงการได้มีการกำหนดคุณสมบัติของถ่านให้มีปริมาณปรอทในถ่านน้อยมาก ไม่เกิน 0.1 มิลลิกรัม ต่อถ่านหิน 1 กิโลกรัม และเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับไอปรอท โดยการติดตั้งอุปกรณ์ดักจับสารปรอท (Activated Carbon Injection : ACI) เพิ่มเติม

          นอกจากนี้ จากผลการตรวจวัดโลหะหนักในเถ้าถ่านหินประเภทบิทูมินัส หรือซับบิทูมินัสพบว่ามีปริมาณโลหะหนักน้อยมาก

QnA_WhiteBook_19

QnA_WhiteBook_20

         

โรงไฟฟ้าจัดการขี้เถ้าและยิปซัมอย่างไร?

          การออกแบบบ่อทิ้งขี้เถ้าและยิปซัมของ กฟผ. ได้ให้ความสำคัญและคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งได้ออกแบบบ่อเป็นระบบปิด โดยไม่มีการระบายน้ำภายในบ่อออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก

          อย่างไรตาม ในกรณีที่พบว่าเถ้าหรือยิปซัมแห้งและมีโอกาสฟุ้งกระจาย กฟผ. ได้กำหนดให้มีมาตรการฉีดพรมน้ำในบ่อเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นเถ้าและยิปซัม รวมถึงการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขการฟุ้งกระจายของเถ้าจากการขนส่งด้วยรถบรรทุก ดังนี้

          - พื้นที่บ่อฝังกลบถูกออกแบบให้มีระบบป้องกันการซึมผ่านของน้ำชะโดยปูพื้นด้วยพลาสติกความหนาแน่นสูง (HDPE) หนา 1.5 มิลลิเมตร เพื่อกันน้ำซึมลงดิน

          - มีระบบกรองโดยใช้แผ่นใยสังเคราะห์ และหินคัดขนาด

          - ตรวจวิเคราะห์น้ำชะ เดือนละ 1 ครั้ง

          - กำหนดให้ฉีดพรมน้ำในพื้นที่ของบ่อทิ้งเถ้าที่มีการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง

          - ทำการปลูกต้นไม้ยืนต้น 3 ชั้น เรือนยอด สลับฟันปลา หรือกำแพงกันลม

          - ขนส่งโดยมีวัสดุปกคลุมอย่างมิดชิด

          - จำกัดความเร็วของยานพาหนะในพื้นที่โครงการไม่เกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง

          นอกจากนี้ โครงการได้พิจารณาเพิ่มเติมมาตรการติดตามตรวจสอบด้านการจัดการของเสีย โดยกำหนดให้มีการสุ่มตรวจองค์ประกอบของเถ้าหนัก เถ้าลอย รวมทั้งยิปซัมปีละ 1 ครั้ง ก่อนนำไปฝังกลบหรือนำกลับไปใช้ประโยชน์ หรือส่งกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป

QnA_WhiteBook_21

         

9 สิทธิประโยชน์ของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า

ชุมชนใดบ้างที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนรอบโรงไฟฟ้า?

          ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ให้ขยายเขตพื้นที่กองทุนพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้าให้เกินกว่ารัศมี 5 กิโลเมตร กล่าวคือ จากเดิมครอบคลุมพื้นที่เพียง 2 ตำบล คือ ตำบลปกาสัยและคลองขนาน เพิ่มเป็นให้ครอบคลุมพื้นที่ตลอดเส้นทางขนส่งถ่านหิน ในตำบลเกาะศรีบอยา และตลิ่งชัน โดยคาดว่าจะทำให้ประชาชนในพื้นที่อีกประมาณ 3,320 ครัวเรือนได้รับผลประโยชน์จากกองทุน

         

สิทธิประโยชน์ที่จะได้มีอะไรบ้าง?

- เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

          - ระหว่างก่อสร้าง 4 ปี รวมเป็นเงิน 160 ล้านบาท

          - รายได้จากการผลิตไฟฟ้าตลอดอายุโครงการ 30 ปี รวมกว่า 3,600 ล้านบาท

- โรงไฟฟ้ากระบี่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อม

- ชุมชนได้ประโยชน์จากการสร้างถนนคู่ขนานกับสายพานลำเลียงถ่านหิน

         

10 สรุปผลกระทบของโรงไฟฟ้าถ่านหินและมาตรการป้องกัน

QnA_WhiteBook_22

QnA_WhiteBook_23

         

11 ทั่วโลกเลิกใช้ถ่านหินจริงหรือ

          รายงานองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ หรือ International Energy Agency (IEA) ระบุว่า ปัจจุบัน ถ่านหินยังครองสัดส่วนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าสูงที่สุด คือร้อยละ 40 เหตุผลที่ถ่านหินยังเป็นพลังงานหลักของโลก คือ ปริมาณสำรองที่ยังมีอยู่มาก ราคาถูก การขนส่งที่สะดวก โดย IEA ยังคาดการณ์ ด้วยว่า ถ่านหินจะยังคงครองสัดส่วนการใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ามากที่สุดต่อไป จนถึงปี 2583

QnA_WhiteBook_24

         

จีน

          ในปี 2559 จีนมีกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 1,605,000 เมกะวัตต์ โดยเป็นสัดส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหินมากที่สุด คือร้อยละ 59

          จีนเป็นประเทศที่บริโภคถ่านหินมากที่สุดในโลก โดยในปี 2559 จีนมีสัดส่วนการใช้ถ่านหิน ผลิตไฟฟ้าร้อยละ 64

          สำหรับข่าวที่จีนจะยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 103 โรงนั้น สาเหตุเป็นเพราะ ก่อนหน้านี้ จีนวางแผนว่าเศรษฐกิจจะโต จึงวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นแต่เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่โตตามคาด ทำให้ปัจจุบันจีน มีกำลังสำรองสูงถึงกว่าร้อยละ 60

          และด้วยเหตุที่จีนเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก จีนจึงพยายามเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน เพื่อให้เห็นถึงความพยายามในการมีส่วนร่วมลดปัญหาโลกร้อน

QnA_WhiteBook_25

          อย่างไรก็ตาม ในอนาคต ตามแผนพลังงงานฉบับที่ 13 ปี 2559 - 2563 (China’s 13th Five Year Plan on Energy Development) จีนมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิต จากเชื้อเพลิงทุกประเภท รวมไปถึงโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมกับปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิม โดยมีแผนจนถึงปี 2563 ดังนี้

  • ถ่านหิน : เพิ่มการใช้ถ่านหินอีกราว 200,000เมกะวัตต์ เป็น 1,100,000 เมกะวัตต์ พร้อมกับปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิม
  • ก๊าซธรรมชาติ : เพิ่มกำลังผลิตโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเป็น 110,000 เมกะวัตต์
  • นิวเคลียร์ : เพิ่มกำลังผลิตเป็น 58,000 เมกะวัตต์
  • พลังงานลม : จะเพิ่มเกือบเท่าตัวจาก 129,000 เมกะวัตต์ เป็น 210,000 เมกะวัตต์
  • พลังงานแสงอาทิตย์ : จะเพิ่มเพิ่มเกือบ 2 เท่าตัว จาก 43,000 เมกะวัตต์ เป็น 110,000 เมกะวัตต์

          การวางแผนเชื้อเพลิงของจีนมุ่งสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จีนได้ให้สัตยาบันไว้ในตกลงปารีส (COP21)

QnA_WhiteBook_26

         

สหรัฐอเมริกา

          ในปี 2550 สหรัฐอเมริกามีสัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 48

          ปัจจุบัน เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติของสหรัฐฯ ถูกลงมาก จึงทำให้มีสัดส่วนการใช้ถ่านหินลดลงมาเท่ากับก๊าซธรรมชาติเท่ากัน คือ ร้อยละ 33

          สำหรับประเด็นการนำเสนอข่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐสั่งปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นจำนวนมาก สาเหตุเป็น เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินในสหรัฐอเมริกามีอายุมากกว่า 50 ปี จึงไม่คุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจในการปรับปรุงโรงไฟฟ้าถ่านหินเก่าให้มีประสิทธิภาพและการปล่อยมลสารตามที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่กำหนด

          ประกอบกับราคาก๊าซธรรมชาติที่ตกต่ำ ทำให้บริษัทไฟฟ้าตัดสินใจเลือกลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแทนเพื่อให้ได้ผลกำไรที่สูงกว่า ในปี 2559 สหรัฐจึงมีการใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าร้อยละ 34 มากกว่าถ่านหิน ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 30

          แต่ผลที่เกิดตามมาจากการสูญเสียแหล่งผลิตไฟฟ้า ราคาถูกอย่างถ่านหิน คือ ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2554-2559 ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประเภทที่อยู่อาศัยของสหรัฐปรับสูงขึ้นร้อยละ 23

          อย่างไรก็ตาม สภาพปัจจุบันที่ราคาก๊าซธรรมชาติขยับตัวสูงขึ้น อีกทั้งนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะยกเลิกแผนพลังงานสะอาด จึงทำให้ IEA คาดการณ์ว่า ถ่านหินจะครองสัดส่วนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามากกว่าก๊าซธรรมชาติ ในปี 2562 นี้

QnA_WhiteBook_27

         

เยอรมนี

          เยอรมนี ประเทศชั้นนำของโลก และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนยังต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าหลักในการผลิตไฟฟ้า โดยในปี 2559 เยอรมนีมีกำลังผลิตติดตั้ง 195,690 เมกะวัตต์ เป็นกำลังผลิตของถ่านหินร้อยละ 25 และแม้จะมีกำลังผลิตติดตั้งของลมและแสงอาทิตย์เป็นปริมาณรองลงมาจากถ่านหิน คือร้อยละ 23และ 20 ตามลำดับ (ข้อมูล : https://www.energy-charts.de/power_inst.htm) แต่ถ่านหินยังคงครองสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าสูงสุด ถึงร้อยละ 40

          ขณะเดียวกัน เยอรมนีเองก็มีแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มเติมอีกในอนาคต

QnA_WhiteBook_28

QnA_WhiteBook_29

         

ญี่ปุ่น

          เดิมญี่ปุ่นใช้พลังงานนิวเคลียร์ ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นพลังงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ญี่ปุ่นต้องประสบเหตุการณ์พลิกผันด้านพลังงาน โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ถูกปิดตัวลงกว่า 40 โรง ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2556 สัดส่วนพลังงานนิวเคลียร์ลดลงจากร้อยละ 28 เป็นร้อยละ 2 สัดส่วนเชื้อเพลิงถ่านหินเพิ่มจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 30 และก๊าซ LNG จากร้อยละ 29 เป็นร้อยละ 43

          สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของก๊าซ LNG ทำให้ประชาชนต้องแบกภาระค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น ญี่ปุ่นจึงต้องกลับมาทบทวนสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าใหม่อีกครั้ง

QnA_WhiteBook_30

          ปัจจุบันทิศทางพลังงานไฟฟ้าของญี่ปุ่นมีลักษณะการใช้เชื้อเพลิงแบบผสมผสาน ไม่พึ่งพิงเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งมากไปจนเกิดปัญหาเช่นในอดีต โดยในปลายแผนปี 2573 ญี่ปุ่นต้องการให้ประเทศก้าวสู่สัดส่วนพลังงานที่สมดุล คือ ลดสัดส่วนก๊าซ LNG ลงให้เหลือร้อยละ 27 และเพิ่มสัดส่วนจากการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนซึ่งรวมถึงพลังน้ำ ร้อยละ 22-24 พลังงานนิวเคลียร์ ร้อยละ 20-22 และถ่านหิน ร้อยละ 26

          ในส่วนของการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ญี่ปุ่นมีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอีก 45 โรง ด้วยเทคโนโลยี Ultra Supercritical และเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 26 ของญี่ปุ่น

QnA_WhiteBook_31

         

มาเลเซีย

          มาเลเซียมีกำลังผลิตไฟฟ้า รวม 26,522 เมกะวัตต์ ส่วนใหญ่หรือกว่า 22,000 เมกะวัตต์ เป็นกำลังผลิตที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมาเลเซีย ที่เหลืออยู่ในรัฐซาบาร์ และรัฐซาราวัค โดยเป็นกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งหมด 9,690 เมกะวัตต์

QnA_WhiteBook_32

          ในปี 2559 มาเลเซียเพิ่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน Tanjung Bin ขนาดกำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ไป และในคาบสมุทรมาเลเซีย ที่เหลืออยู่ในรัฐซาบาร์ และรัฐซาราวัค โดยเป็นกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งหมด 9,690 เมกะวัตต์อนาคต ปี 2560 - 2566 มาเลเซียมีแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มเติมมากว่า 4,600 เมกะวัตต์

QnA_WhiteBook_33

ลิงค์

krabi portal information 2

krabi portal eiaehia cancel 2

krabi portal support

krabi portal article

krabi portal infographic

krabi portal qna