อนุสนธิจากตอนที่ 12 ที่ผมได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า มีคนไทยบางกลุ่มกลัวถ่านหินหล่นลงน้ำประมาณว่าถ่านหินจะเป็นสารพิษ คือบางคนมีความกลัวแบบไร้สติ แล้วผมได้นำเอารูปการขนถ่านหินในแม่น้ำทั้งในฝรั่งเศสและเยอรมนี คือเขาขนเป็นเรือเปิด (แบบเปิดโล่ง) แบบไม่กลัวว่าเมื่อเรือคว่ำแล้วถ่านหินจะไปทำอันตรายแก่สัตว์น้ำ อะไรประมาณนั้นแหละ (ถ่านหินเป็นสารพิษในสายตาของ NGO บางกลุ่มในประเทศกำลังพัฒนา)

          อาจารย์เรณูท่านพูดให้ชาวบ้านฟังแบบน่ากลัวว่าถ้าถ่านหินหล่นลงไปในน้ำจะมีสารพิษเช่น ปรอทจากถ่านหินจะละลายน้ำเข้าไปสู่ห่วงโซ่อาหาร แบบว่าเข้าไปสู่ปลา แล้วคนกินปลาก็จะเป็นโรคมินามาตะ อะไรทำนองนั้นนี่แหละ ผมพยายามไปค้นหาว่ามันมีกรณีที่ท่านว่าเกิดขึ้นในโลกกี่แห่ง ค้นหาทาง internet แต่หาอย่างไรก็ไม่เจอ

          อาจารย์เรณูท่านขี้สงสัยไปหมดนั่นแหละ คนอื่นต้องไปหาความจริงมาตอบข้อสงสัยของท่าน วันนี้ผมเลยอยากจะอธิบายเอาตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐานที่ผมไปค้นหามาได้ว่าถ้ามีปรอทอยู่ในถ่านหินแล้วมันจะมีมากน้อยแค่ไหน และมันจะอยู่ใน form ไหน จนกระทั่งไปเจอบทความทางวิชาการอ่านเพิ่มเติม www.sciencedirect.com

          อ่านไปพบว่า มีถ่านหินอยู่ 5 แหล่งบนโลกใบนี้ที่มีปริมาณปรอทที่สูงกว่าปกติ จากแหล่งถ่านหินทั่วไป คือถ่านหินจากแหล่ง Donbas (Ukraine), Appalachian basin and Texas (USA), Russian Far East และ Southern China ส่วนถ่านหินจากแหล่งอื่นๆ (ที่มีเป็นหมื่นกว่าแหล่ง) นั้นมีปริมาณปรอทน้อยมากๆ ส่วน form ของถ่านหินมีหลาย form คือ

1. Hgsulfide (commonly pyritic mercury, Hgpyr) Hg จะอยู่ใน crystal lattice ของแร่ Pyrite ซึ่งมีสภาพเป็นของแข็งซึ่งเสถียร (stabilized) คือไม่ละลายน้ำ
2. HgS เป็นแร่ Cinnabar ซึ่งมีสภาพเป็นของแข็งซึ่งเสถียร (stabilized) คือไม่ละลายน้ำ
3. Metallic Mercury (Hg°) ซึ่งเสถียร (stabilized) คือไม่ละลายน้ำ
4. Hgorg จะมีหลายชนิด บางชนิดละลายน้ำได้บ้าง

          จะเห็นว่าปรอทที่อยู่จากแหล่งถ่านหินบนโลกใบนี้ (ยกเว้นจาก 5 แหล่งข้างต้น) จะมีปริมาณปรอทน้อยมากๆ จนไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่จะแสดงให้เห็นว่าปรอทที่มีอยู่ในถ่านหินเหล่านั้นเมื่อร่วงหล่นลงสู่น้ำจะถูกละลายออกไปในน้ำ ถึงแม้ว่าถ้าละลายออกไปได้ก็จะน้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญ เพราะปรอทที่อยู่ในถ่านหินส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเสถียรซึ่งจะไม่ละลายน้ำ ดังได้อธิบายมาข้างต้น

          มีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง (อ่านเพิ่มเติม www.researchgate.net) ที่ได้ทำการวิจัยว่าเรือบรรทุกถ่านหินซึ่งได้จมลงใกล้ๆกับเมือง Victoria รัฐ British Columbia ประเทศ Canada เมื่อปี 1891 หรือร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยเขาได้วิเคราะห์สาร Polycyclic Aromatic Hydrocarbons หรือ PAHs ที่เขาคิดว่าเป็นพิษที่คาดว่าอาจจะละลายออกมาจากถ่านหิน (ไม่ยักกะใช่สารปรอทแบบที่อาจารย์เรณูหวาดกลัว) เขาพบว่าสารดังกล่าวชะล้างออกมาปริมาณน้อยมาก จนไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ เช่น ปลา หอย และปู แต่อย่างใดเลย ผลสรุปของงานวิจัยนี้เขาบอกว่า

          “จากการศึกษาทางเคมีและพิษวิทยาพบว่าถ่านหินที่ตกลงสู่น้ำนั้นไม่เป็นมลพิษ (pollutant) แต่เป็นเพียงสิ่งปนเปื้อน (contaminant) ในน้ำเท่านั้น”

          ผมจึงขออธิบายง่ายๆ ประมาณว่า เด็กเล่นขี้โคลนแล้วเปื้อนโคลนนั้น พบว่าโคลนที่เปื้อนเด็กเป็นแค่สิ่งสกปรก (contaminant) มิได้เป็นสารพิษ (pollutant) แต่อย่างใด ถ่านหินก็เป็นอะไรที่คล้ายโคลนนั่นแหละ มันมีสีดำแบบโคลน คนก็กลัวมันว่าจะมีสารพิษ ถ้าถ่านหินยังไม่ถูกเผาไหม้ก็ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะมีสารพิษหลุดออกมาจากถ่านหิน

          ถ่านหินเกิดจาการทับถมซากพืชหลายสิบหลายร้อยล้านปีก่อน ในขณะที่ทับถมกันอยู่นั้นก็มีเศษดินเศษหินและแร่ธาตุต่างสะสมตัวไปพร้อมๆกับซากพืชเหล่านั้น การที่มีแร่ธาตุปนเปื้อนเข้าไปพร้อมๆกับซากพืชว่าเป็นแร่ธาตุอะไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะทางธรณีวิทยาของบริเวณนั้นๆซึ่งจะแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่แร่ธาตุที่เกิดร่วมนั้นมักจะเป็นของแข็งที่เสถียร (stabilized) คือไม่ละลายน้ำ

20170329-ART02-01

          กล่าวโดยสรุปก็คือธาตุหรือโลหะหนัก เช่นปรอท ที่อยู่ในถ่านหิน (ซึ่งปกติก็มีน้อยอยู่แล้วในถ่านหิน) หากหล่นลงไปในน้ำก็จะละลายโลหะหนักออกมาปริมาณน้อยมากๆ

          หลักฐานที่สำคัญที่บอกว่าโลหะหนัก เช่นปรอท (หากมีในถ่านหิน) จะไม่ละลายน้ำออกมา (หรือละลายออกมาก็น้อยมากๆ) ก็คือในงานกรองน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา (ชมคลิป บ่อกรองน้ำ) หรือถังกรองน้ำทั่วไป (รูปภาพ) เขาจะใช้

20170329-ART02-02

          ถ่านหินแอนทราไซต์ นำมาเป็นชั้นกรองน้ำ ถ้าหากถ่านหินแอนทราไซต์มีโลหะหนัก เช่นปรอท แล้วละลายออกมา เราก็คงได้ยินข่าวว่ามีคนป่วยได้รับสารพิษโลหะหนักจากการดื่มน้ำประปา หรือน้ำกรอง อยู่เสมอๆ ใช่หรือเปล่า ? แต่ทำไมเราไม่เคยได้ยินเลยล่ะ ?

          ส่วนคำว่าเสถียร (stabilized) คือไม่ละลายน้ำก็ขอให้เราทราบว่าเวลาไปหาหมอฟันที่เขาอุดฟัน เขาจะใช้ปรอทอมัลกัม (Hg-Amalgum) ซึ่งมีปรอทเป็นส่วนผสมประมาณ 50% ทำการอุดฟันของเรา ฟังดูน่ากลัวไหม? ปรอทอยู่ในปากเราแท้ๆ แต่ทำไมจึงไม่เป็นพิษต่อมนุษย์ล่ะ ? คำตอบก็คือ ปรอทอมัลกัมนั้นอยู่ในสภาวะที่เสถียร ซึ่งจะไม่ละลายออกมาด้วยน้ำลายของมนุษย์

20170329-ART02-03

          ในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ในประเทศเยอรมนี และฝรั่งเศส ในปัจจุบัน เราจะเห็นว่ามีการขนส่งถ่านหินโดยเรือ เช่นเรือท้องแบน (barge) โดยที่ไม่ได้ปิดคลุม คำถามคือ ทำไมประเทศเหล่านี้ยอมให้มีการขนส่งถ่านหินทางเรือโดยไม่ปิดคลุม ? หรือเพราะไม่สามารถควบคุมได้ ? หรือเพราะถึงล่มก็ไม่ได้เป็นพิษภัยอะไรมากมาย ?

          วันนี้ผมขอนำคลิปที่เขาขนถ่านหินตามลำน้ำในประเทศที่เจริญแล้วมาให้ดู (ชมคลิป การขนส่งถ่านหิน)

20170329-ART02-04

          ส่วน NGO บางกลุ่มในประเทศกำลังพัฒนาเป็นโรคกลัวสารปรอทจนไร้สติ รัฐบาลก็เลยเอาใจด้วยการออกแบบให้เรือขนถ่านหินเป็นแบบปิด (ชมคลิป การขนส่งถ่านหินแบบปิด) ที่มีมาตรฐานสูงกว่าที่เยอรมนีและฝรั่งเศส

“……ไม่รักกันจริงไม่ทำให้นะเนี่ย…..เอาใจกันแบบสุดๆเลยน๊ะจ๊ะ……”
กล่าวโดยสรุปก็คือ……..
“ถ่านหินถ้ามันเป็นคน ก็คงเป็นคนที่มีรูปชั่วตัวดำ แต่คนรูปชั่วตัวดำคนนี้ไม่มีพิษภัย…..”
ขอส่งท้ายบทความนี้ แบบเดียวกับ ตอนที่ 12 ……………….
“ถ่านหินมันเกิดมารูปชั่วตัวดำ แค่เห็นมันก็ตั้งข้อรังเกียจว่าสกปรก แต่ใจบางคนที่ไม่ศึกษามันอย่างถ่องแท้ มิหนำซ้ำไปซ้ำเติมมันด้วยอคติ ดูเหมือนจะสกปรกมากยิ่งกว่า”

ดร.ภิญโญ มีชำนะ
นักวิชาการอิสระด้านเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด