ผู้ว่าการ กฟผ. ร่วมเสวนา “ทางเลือกโรงไฟฟ้าของไทย” มองหากจะให้ประเทศไทยมีความน่าสนใจและแข่งขันกับประเทศต่างๆ ได้จำเป็นต้นเลือกใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ ซึงการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม

20170404-ART01-01

          นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ กฟผ. ร่วมเสวนา “ทางเลือกโรงไฟฟ้าของไทย” จัดโดยสถาบันวิทยาการพลังงาน (วพน.) โดยมี รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเสวนา ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 ณ Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร Energy Complex C กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

20170404-ART01-03

          นายกรศิษฏ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินอาจมีต้นทุนไม่ถูก เนื่องจากยังไม่มีการรวมต้นทุนและผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ว่า หากเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิม ต้องมีการคิดต้นทุนการจัดการที่ไม่ให้เกิดผลกระทบดังกล่าวเข้าไปเพิ่มด้วย แต่หากเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดในปัจจุบันได้รวมต้นทุนป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบอยู่ในต้นทุนโรงไฟฟ้าอยู่แล้ว และเป็นเทคโนโลยีระดับโลกที่ได้รับการยอมรับโดยมีการปล่อยมลสารออกมาน้อยมาก ซึ่งมีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นชัด

          “การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อได้ศึกษาในเชิงลึกพบว่าประเทศไทยปล่อย CO2 เพียงร้อยละ 0.8 ของโลก โดยสาขาพลังงานมีการปล่อยที่ประมาณร้อยละ 0.6 ดังนั้น จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่กดดันประเทศที่ปล่อย CO2 ในระดับสูง ให้มาร่วมลงทุนและทำการศึกษาวิจัยร่วมกันเพื่อลดการปล่อย CO2 แม้โดยส่วนตัวจะอยากให้มีพลังงานทดแทนเข้ามาในระบบโดยเร็วที่สุด โดยจะต้องพัฒนาควบคู่ไปกับเชื้อเพลิงถ่านหิน แต่หากยังไม่มีการศึกษาวิจัย ก็จำเป็นต้องเลือกการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าไฟฟ้าแพงกว่าได้ ทั้งนี้ หากพิจารณาในระดับพื้นที่ ภาคใต้ที่มีปัญหาเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน จะต้องมีความมั่นคงในระดับหนึ่งก่อนที่เชื้อเพลิงชีวมวลหรือพลังงานทดแทนจะเข้ามาในระบบ” นายกรศิษฎ์ กล่าว

20170404-ART01-02

          รศ.ดร.ชาลี กล่าวว่า ว่า แม้มลพิษการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินโดยเทคโนโลยีสะอาด จะต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ยังไม่ปลอดภัยทั้งหมด ชุมชนยังไม่ยอมรับ และเป็นการปล่อย CO2 เพิ่มภาวะโลกร้อน จึงขอเสนอยุทธศาสตร์พลังงานที่ยั่งยืน โดยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลทุกประเภท ซึ่งก่อนที่ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะมีไม่เพียงพอ ยังมีเวลามากพอที่จะเตรียมการเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านพลังงานเพื่อรองรับสำหรับอนาคต เป็นต้นว่า การกักเก็บพลังงาน หรือ Energy Storage การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Grid และการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนโดยชุมชนร่วมเป็นเจ้าของ กล่าวคือ ในภาคใต้มีปาล์มปริมาณมาก เสนอให้เป็นโรงไฟฟ้าจากปาล์มดิบ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ว่างเปล่าและเป็นป่ารกร้าง เสนอให้ปลูกพืชพลังงานเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล ภาคกลางมีปริมาณขยะมาก เสนอให้เป็นโรงไฟฟ้าจากขยะ และภาคตะวันตกมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นต้น” รศ.ดร.ชาลี กล่าว

          ในช่วงท้ายของการเสวนา ได้มีประเด็นคำถามจากผู้เข้าร่วมรับฟังการเสวนา ทั้งนี้ การเสวนา “ทางเลือกโรงไฟฟ้าของไทย” นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 9 จัดโดยสถาบันวิทยาการพลังงาน (วพน.)