จริงหรือไม่ ที่ถ่านหินต้องหลีกทางให้พลังงานหมุนเวียน เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคุณภาพอากาศทั่วโลก หรือถ่านหินจะยังเป็นพลังงานหลัก ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกต่อไป และอนาคตของถ่านหินสหรัฐอเมริกาจะกลับมาเฟื่องฟูอีกหรือไม่ ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศจะยุติสงครามกับถ่านหิน

20170412-ART01-01

คาดการณ์ความต้องการใช้ถ่านหินของภูมิภาคต่างๆ จาก World Energy Outlook 2016 โดย IEA

ความเป็นจริงสองด้าน

          ไม่น่าแปลกใจ ที่คนทั่วไปกำลังสับสนว่าอนาคตของถ่านหินจะเป็นอย่างไรแน่ เพราะแค่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ชื่อดัง มีการนำเสนอทั้งในแง่ว่าการใช้ถ่านหินจะลดลง เช่น จำนวนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังก่อสร้างทั่วโลกมีปริมาณลดลง มากกว่าร้อยละ 60 ในปี 2559 หรือการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินในอังกฤษลดลงร้อยละ 3.5 ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559

          แต่อีกด้านยังมีการนำเสนอข่าวว่า ในปี 2559 จีนมีกำลังผลิตจากโรงฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น 42,000 เมกะวัตต์ และการใช้ถ่านหินในจีนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ในช่วง 5 ปีข้างหน้า แม้จะมีการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม หรือข่าวว่าเยอรมนียังมีการผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินในปี 2559 ถึงร้อยละ 40 แม้จะมีพลังงานหมุนเวียนมหาศาลที่เกิดจากการจ่ายเงินอุดหนุน

          ข่าวทั้งหมดล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับฝ่ายสนับสนุนหรือคัดค้านการใช้ถ่านหินจะเลือกนำประเด็นใดหรือมุมใดมานำเสนอเพื่อสนับสนุนจุดยืนของตัวเอง ลองมาดูสถานการณ์ของถ่านหินในแต่ละประเทศ

สถานการณ์โรงไฟฟ้าถ่านหินของประเทศต่างๆ

          อังกฤษ ประเทศที่การเผาถ่านหินนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกของโลก การใช้ถ่านหินของอังกฤษลดลงไปตามการบังคับใช้กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เข้มงวดขึ้น ผลที่ตามมาคือเหมืองถ่านหินจะปิดตัวลง โรงไฟฟ้าที่เหลืออยู่ต้องพึ่งถ่านหินนำเข้าแทน อย่างไรก็ตาม อังกฤษกำลังก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Hinkley Point C กำลังผลิต 3,200 เมกะวัตต์ เพื่อนำเข้าใช้งานในปี 2025 ทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะทยอยปิดลง เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ และลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน

20170412-ART01-02

โรงไฟฟ้าถ่านหิน Ferrybridge C ประเทศอังกฤษ กำลังผลิต 2,000 เมกะวัตต์ ถูกปิดเมื่อเดือนมีนาคม 2559 หลังจากใช้งานมากกว่า 50 ปี
http://www.hazardexonthenet.net/article/106864/UK-announces-plans-to-close-its-coal-fired-power-plants-by-2025.aspx

          เยอรมนียังไม่มีแผนจริงจังที่จะยกเลิกการใช้ถ่านหิน การสร้างงานและคะแนนเสียงเลือกตั้ง จะยังเสียงดังกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

20170412-ART01-03

โรงไฟฟ้าถ่านหิน Lünen ประเทศเยอรมนี กำลังผลิต 750 เมกะวัตต์ ใช้เทคโนโลยี Ultra-supercritical (USC) มีประสิทธิภาพการผลิตร้อยละ 46 ได้ชื่อว่ามีประสิทธิภาพและทันสมัยที่สุดในยุโรป
http://www.power-technology.com/projects/lnen-coal-fired-power-plant/

          สหรัฐอเมริกา สิ่งที่คุกคามอุตสาหกรรมถ่านหินเป็นหลักกลับไม่ใช่กฎหมายควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ต่ำ เนื่องการเติบโตของอุตสาหกรรมขุดเจาะนำ shale gas มาใช้ ซึ่งจะยังส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้า และยังมองไม่เห็นว่ารัฐบาลอเมริกาจะหาทางออกอย่างไร ที่จะช่วยเหลืออุตสาหกรรมถ่านหินที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Peabody Coal ต้องล้มละลายมาแล้ว ถ่านหินจึงจะยังคงบทบาทอยู่ในตลาดของบางรัฐ แต่จะประสบปัญหาเรื่องราคาต่ำ ที่ทำให้การผลิตไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ

20170412-ART01-04

เหมืองถ่านหินแห่งหนึ่งของบริษัท Peabody Energy สหรัฐอเมริกา ที่ถูกฟ้องล้มละลาย
http://www.bbc.com/news/business-35825011

          สำหรับจีน ประเทศที่ใช้พลังงานถ่านหินรายใหญ่สุดของโลก กำลังมีนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน และจำกัดการเติบโตความต้องการใช้ถ่านหิน ตามแผนพัฒนาพลังงานฉบับที่ 13 ซึ่งกินระยะเวลา 5 ปี จากปี 2559-2563 จีนตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 15 และลดการใช้ถ่านหินจากร้อยละ 62 เป็นร้อยละ 58 เพราะดูเหมือนว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินหลายๆ โรงที่สร้างในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจะไม่ได้ใช้งานเต็มที่ และที่กำลังสร้างในปัจจุบันเพื่อหวังกระตุ้นการจ้างงานเป็นหลัก ก็ไม่ได้มีความจำเป็นต่อความต้องการใช้จริงๆ

          ตลาดถ่านหินสำคัญที่สุดตอนนี้คืออินเดีย ประเทศที่ความต้องการยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่เพิ่มทุกเดือน อินเดียอาจจะไม่ได้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเทียบเท่าจีนในระยะ 30 ปีที่ผ่านมา แต่ถือได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจ แต่ปัญหาก็คือ การจะเติบโตทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานราคาถูกในปริมาณมาก และในวินาทีนี้ แหล่งพลังงานนั้นคือ ถ่านหิน ส่วนพลังงานนิวเคลียร์ แสงอาทิตย์และลม จะช่วยเสริมได้ แต่ถ่านหินจะเป็นพลังงานแหล่งใหญ่สุด

20170412-ART01-05

โรงไฟฟ้าถ่านหิน Mundra ในรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย
http://www.jacksongloballtd.com/news/news/power/mundra-thermal-power-plant-mundra-gujarat-india

          ปัจจุบัน ถ่านหินยังคงมีปริมาณมากและมีราคาถูก ซึ่งจะถูกลงไปได้อีก หากผู้ผลิตถ่านหินในสหรัฐอเมริกา ที่เผชิญกับภาวะกดดันจากราคาก๊าซที่ต่ำของตลาดในประเทศ จะเลือกส่งออกถ่านหินมากขึ้น

          จนกว่าโลกจะมีแหล่งพลังงานใหม่ที่ราคาต่ำกว่าถ่านหิน ถ่านหินจะยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ให้ความร้อนและพลังงานไฟฟ้า โดยจะครองสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ภูมิภาคที่การใช้ถ่านหินจะเพิ่มสูงสุดคือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอัตราการใช้ถ่านหินเพิ่มร้อยละ 4.6 ต่อปี จนถึงปี 2573 เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ถ่านหินสามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่ของต้นทุนต่ำและการเข้าถึงแหล่งเชื้อเพลิงได้ง่าย ขณะเดียวกัน สัดส่วนโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ จะเพิ่มขึ้น ถ่านหินยังเป็นทางเลือกของประเทศกำลังพัฒนา อุตสาหกรรมถ่านหินอาจจะเผชิญภาวะลำบาก และการใช้เทคโนโลยีถ่านหิน sub-critical อาจจะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม แต่การใช้ถ่านหินไม่ได้ลดลง

เรียบเรียงโดย : สุภร เหลืองกำจร
ข้อมูลจาก Alternative truths and some hard facts about coal
https://www.ft.com/content/3486f2b5-b7b6-3b2f-9bea-2902d88029bb