สิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม โรงงานอุตสาหกรรม ที่ยิ่งใหญ่และทันสมัยดังที่เราเห็นกันในทุกๆ วันนี้ นอกจากจะต้องอาศัยความสามารถในการออกแบบ สร้างสรรค์ คิดคำนวณการก่อสร้าง แล้ว อีกหนึ่งพลังหลักอันเป็นรากฐานของความสำเร็จที่ขาดไม่ได้ก็คือ แรงงาน ที่จะเป็นผู้ปฏิบัติการก่อสร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นจนเป็นผลสำเร็จ เช่นเดียวกันกับการก่อสร้างโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 (MMRP1) การก่อสร้างระดับเมกะโปรเจกต์ ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างวิศวกรรมขนาดใหญ่มาก ทำให้ต้องพึ่งกำลังของ แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานฝีมือ แรงงานทั่วไป ที่มาจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงแรงงานท้องถิ่น อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ในปริมาณที่สูงมากเช่นกัน โดยของดีตี้บ้านเฮา ฉบับนี้ พาลัดเลาะไปในพื้นที่ก่อสร้าง MMRP1 เพื่อพูดคุยกับชาวแม่เมาะ และ จ.ลำปาง ที่เป็นส่วนหนึ่งในเบื้องหลังการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากัน

         นายสุรวัช อุตสาหะ ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย ของบริษัท เนาวรัตน์ พัฒนาการ จำกัด มหาชน ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินงานด้านโยธา และฐานรากของพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าฯ ตั้งแต่ช่วงเริ่มเตรียมพื้นที่เกือบทั้งหมด เล่าให้กับเราฟังว่า การรับแรงงานท้องถิ่น เป็นนโยบายหลักที่บริษัทให้ความสำคัญ โดยจะให้โควต้ากับแรงงานท้องถิ่นเข้ามาทำงานเป็นอันดับแรก โดยช่วงการก่อสร้างในปีแรก รับมาค่อนข้างเยอะ และปัจจุบันมีบางส่วนที่โยกย้ายงานไปบ้างแล้ว ซึ่งงานที่ คน อ.แม่เมาะ เข้ามาทำส่วนใหญ่จะเป็นงานผู้ช่วย เนื่องจากคนในพื้นที่ยังขาดความชำนาญการในด้านงานช่าง แต่หลายๆ คนเมื่อสั่งสมประสบการณ์มากขึ้น ก็จะได้รับหน้าที่ความรับผิดชอบตลอดจนรายได้มากขึ้นเช่นกัน

         นางพิมพ์จันทร์ พรมวิชัย จากบ้านวังน้ำต้อง ต.นาสัก กล่าวว่า ตนกับสามีที่เป็นคนหมู่บ้านสบป้าด ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ได้เข้ามาทำงานก่อสร้างโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนฯ ในบริษัทนวรัตน์ฯ จากข่าวที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศเชิญชวนว่ามีการรับคนเข้าทำงาน โดยทำที่นี่มากว่า 2 ปีแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2558 โดยอยู่ในหมวดงานเซฟตี้ ทำหน้าที่แม่บ้านทั่วไป มีพื้นที่รับผิดชอบอยู่สามโซนหลักสลับผลัดเปลี่ยนกันไป ลักษณะงานมีตั้งแต่ การทำความสะอาด จัดเก็บขยะ และโบกธงสัญญาณ ส่วนสามีทำงานเป็นช่างเชื่อมในบริษัทเดียวกัน สาเหตุที่เข้ามาทำงานนั้นเนื่องจากในชุมชนไม่มีงานให้ทำ จึงเข้ามาทำงานหารายได้ โดยมีเพื่อนร่วมงานจาก อ.แม่เมาะ อยู่ในชุดเดียวกันรวม 3 คน

          นายชาญชัย เครือแก้ว จากบ้านห้วยรากไม้ ต.สบป้าด กล่าวว่า ตนจบการศึกษาระดับ ปวส. จากสาขางานช่างกล จากวิทยาลัยเทคโนโลยีลำปาง แลมป์เทค ในอดีตเคยทำงานเป็นช่างซ่อมบำรุงยานยนต์ในโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ต่อมามีคนแนะนำให้เข้ามาทำงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนฯ จึงได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งโฟร์แมนช่างกล ตั้งแต่ช่วงเริ่มโครงการจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว สำหรับหน้าที่หลักคือการ ติดตั้งโบลท์ (สลักเกลียว) ติดตั้งเพลท ตามตำแหน่งที่วิศวกรออกแบบมาให้ ซึ่งถือเป็นงานละเอียดและสำคัญ เพราะถ้าตำแหน่งติดตั้งคลาดเคลื่อน การขึ้นงานโครงสร้าง เช่น เสาเข็ม โครงสร้าง ก็จะไม่สามารถทำได้ การมาทำงานที่นี่ทำให้ได้ประสบการณ์เยอะขึ้นมาก ได้เรียนรู้งานใหม่ๆ ในระดับที่ใหญ่ขึ้นมาก ช่วยให้ในอนาคตสามารถต่อยอดทำงานในลักษณะเดียวกันกับโปรเจคก่อสร้างขนาดใหญ่ได้ ส่วนความรู้สึกนั้น มีความภูมิใจมากๆ ที่ได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่ใครๆ ก็รู้จัก และงานติดตั้งโบลท์ที่ตนเองทำ ก็เปรียบเสมือนการปูฐานรากของเสาเหล็กเกือบทุกตัวในโรงไฟฟ้าแห่งนี้อีกด้วย

          นายพนมกร เป็งใจ จาก อ.งาว จ.ลำปาง กล่าวว่า ตนทำงานเชื่อมและแบบประกอบงานฐานรากเหล็กเพื่อหล่อเสาปูนต่างๆ ตลอดจนงานเชื่อมเหล็กทั่วไป ในพื้นที่ก่อสร้างมากว่า 1 ปีแล้ว และเป็นครั้งแรกที่ได้กลับมาทำงานก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่บ้านเกิด โดยตนทำงานบริษัทนวรัตน์ฯ มาก่อน และเคยไปทำงานก็สร้างในหลายๆ ที่ทั่วประเทศ เช่น จ.สุรินทร์ จ.ระยอง เป็นต้น

          ในช่วงการก่อสร้างโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 ที่ผ่านมานั้น มีการใช้แรงงานในภาพรวมทั้งหมดกว่า 5,000 คน โดยบริษัทผู้รับเหมารายใหญ่และรายย่อยมากกว่า 10 แห่ง เพื่อกระจายกันทำหน้าที่ที่แตกต่างกัน ทั้งงานฐานราก งานเสาเข็ม งานคอนกรีต ระบบสายพานลำเลียง งานติดตั้งอุปกรณ์โรงไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า รักษาความปลอดภัย ธุรการ ฯลฯ สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่คนท้องถิ่น อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยข้อมูล ณ เดือนมีนาคม พบว่ามีแรงงานท้องถิ่น อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ทำงานอยู่ในโครงการก่อสร้างฯ รวมกันทั้งสิ้นถึง 928 คน หรือกว่า 20% และยังเป็นการสร้างรายได้ให้แก่แรงงานในประเทศจากภูมิภาคอื่นๆ กว่า 3,200 อัตราอีกด้วย