20170711 ART01 01

       จะเป็นการบังเอิญหรือไม่ก็ตาม รัฐออสเตรเลียใต้ ประเทศออสเตรเลีย กลายเป็นข่าวใหญ่ของแวดวงพลังงาน 2 เรื่อง ในเดือนกรกฏาคม 2560 คือบริษัท Tesla ได้สัญญาก่อสร้างแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในโลกถึง 100 เมกะวัตต์ ซึ่งจะก่อสร้างเสร็จในเวลา 100 วัน และการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าขายปลีกครัวเรือนในรัฐออสเตรเลียครั้งใหญ่มากถึงร้อยละ 20 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2560 อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ข่าว กลับมีที่มาเหมือนกันคือ มาจากปัญหาความไม่มั่นคงของพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานลม ในรัฐออสเตรเลียใต้

         TESLA สยายปีก รับงานสร้างแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าใหญที่สุดในโลกในรัฐออสเตรเลียใต้

20170711 ART01 02

         Elon Musk ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla แถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรี Jay Weatherill
รัฐออสเตรเลียใต้ เมื่อต้นเดือนกรกฏาคม 2560 ที่ผ่านมา

          นายกรัฐมนตรีรัฐออสเตรเลียใต้ Jay Weatherill ได้ประกาศ ผลการคัดเลือกผู้เข้ามาดำเนินโครงการแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับระบบส่งไฟฟ้า (Grid scale) โดยบริษัท Tesla ของอเมริกา เพื่อสร้างแบตเตอรี่สำรองขนาด 100 เมกะวัตต์ ใกล้กับฟาร์มกังหันลม Hornsdale ของบริษัท Neoen จากฝรั่งเศส ในเมืองเจมส์ทาวน์ โดยจะใช้เวลาไม่เกิน 100 วัน หรือสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้ในวันที่ 1 ธันวาคมปีนี้

20170711 ART01 03

         โครงการแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของ Tesla ขนาด 80 เมกะวัตต์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

          โครงการนี้ มีกำลังผลิตของแบตเตอรี่ขนาด 100 เมกะวัตต์/129 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งหมายถึงความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าขนาด 100 เมกะวัตต์ เพียงพอสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าราว 30,000 คน เป็นเวลาประมาณ 80 นาที

         สำหรับเงินลงทุนในโครงการนี้ ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักมีการคาดการณ์กันต่างๆนานา ว่าอยู่ระหว่าง 50 – 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากคาดการณ์เดิมระหว่าง 100 – 150 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเงินลงทุนจะมาจากภาษีของประชาชน ที่รัฐออสเตรเลียใต้ได้จัดสรรงบประมาณเตรียมไว้ 550 ล้านเหรียญออสเตรเลีย เพื่อแก้ปัญหาความไม่มั่นคงทางพลังงานในรัฐออสเตรเลียใต้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วย แผนการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และแบตเตอรี่สำรอง

         ทั้งนี้ ในปี 2559 ที่ผ่านมา ปัญหาไฟตกไฟดับ เกิดขึ้นถึง 3 ครั้งใหญ่ๆ ในรัฐออสเตรเลียใต้ โดยในเดือนกันยายน 2559 นับเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุด ที่ทำให้ชาวออสเตรเลียใต้ 1.7 ล้านคนตกอยู่ในความมืดมิดนานนับสิบชั่วโมง

          โครงการนี้ ยังถือเป็นการเดิมพันทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี Jay Weatherill ที่มาจากพรรคแรงงานด้วยว่า จะป้องกันปัญหาไฟฟ้าตกไฟดับในรัฐ ที่อาจจะเกิดขึ้นในหน้าร้อนนี้หรือไม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับกับการเลือกตั้งใหม่ของรัฐในเดือนมีนาคม 2561 ที่จะถึงนี้

         ค่าไฟฟ้าแพงที่สุดในโลก

         รัฐออสเตรเลียใต้ กำลังเข้ามาแทนที่ประเทศเดนมาร์ก ในการเป็นรัฐที่มีค่าไฟฟ้าแพงที่สุดในโลก หลังจากการที่บริษัทจำหน่ายไฟฟ้า 3 แห่ง คือ AGL , EnergyAustralia และ Origin Energy ประกาศขึ้นราคาค่าไฟฟ้าคัรวเรือน 16 – 20 เปอร์เซ็นต์ ในวันที่ 1 กรกฏาคม 2560

20170711 ART01 04 

         อัตราค่าไฟฟ้าครัวเรือนในรัฐออสเตรเลียใต้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 – กรกฏาคม 2560 สูงที่สุดในออสเตรเลีย
ที่มา http://reneweconomy.com.au/markintell-major-retailer-residential-electricity-price-series-54069/

        รายงานข่าวของ ABC News เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา เรื่อง รัฐออสเตรเลียใต้ค่าไฟฟ้าแพงที่สุดในโลก (South Australia power prices to rise to highest in the world) ซึ่ง Bruce Mountain ประธานบริษัทที่ปรึกษาพลังงาน Carbon and Energy Markets กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้าจะทำให้รัฐออสเตรเลียใต้ ขึ้นครองอันดับหนี่งค่าไฟฟ้าแพงที่สุดในโลก

        “ไม่น่าเชื่อว่า รัฐที่มีการบริหารจัดการค่าไฟฟ้าเป็นอย่างดีมาตลอด จะมีค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 ในเวลา 1 ปี ผมไม่รู้ว่าอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ จะสามารถรับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นในระดับนี้ได้อย่างไร”

       ด้าน Nancy Penna ผู้จัดการทั่วไปของ Anglicare ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านบริการชุมชนของรัฐออสเตรเลียใต้กล่าวว่า ปัจจุบัน มีผู้ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจากภาวะค่าไฟฟ้าแพงเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 ในปีนี้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

      “จากข้อมูลในปัจจุบัน มีผู้ประสบปัญหาเกี่ยวกับภาวะค่าครองชีพ ที่ต้องการคำปรึกษาและความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นถึง 500 ราย โดยส่วนใหญ่แจ้งว่า ไม่สามารถรับภาระค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น เพราะพวกเขาต้องเลือกระหว่าง การจ่ายค่าบัตรเครดิต ค่าอาหาร หรือค่าไฟฟ้าดี”

20170711 ART01 05

         อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยสำหรับบ้านมีผู้อยู่อาศัย 3 คน ในเวลา 3 เดือน
หลังการปรับอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2560

         อนึ่ง การปรับค่าไฟฟ้าครัวเรือนเกิดขึ้นทั่วทุกรัฐในออสเตรียใต้ ซึ่งบางรัฐมากถึงร้อยละ 15 – 20 ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาวออสเตรเลียไม่พอใจ โดยมองว่า รัฐบาลพรรคแรงงานกำลังนำปัญหาโลกร้อนมาเล่นการเมือง ทำให้มีการปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน การสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติหยุดชะงัก ก่อให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับและค่าไฟฟ้าแพงตามมา