โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดเทพา เครื่องที่ 1

section-head-development-project

 

ข่าวโครงการ

 

กิจกรรมเทพา


รายละเอียดข้อมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดเทพา

ที่ตั้ง

ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
พื้นที่ประมาณ 2,962 ไร่
มีอาณาเขตโดยรอบดังนี้
ทิศเหนือ จรดทะเลชายฝั่งอ่าวไทย
ทิศใต้ จรดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43
ทิศตะวันออก จรดคลองตูหยง และป่าสงวนแห่งชาติ เกาะเหลาะหนัง ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา
ทิศตะวันตก บ้านคลองประดู่ ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา


ลักษณะโรงไฟฟ้า
      โรงไฟฟ้าพลังความร้อนประเภทผลิตพลังงานไฟฟ้าฐาน ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลัก ขนาดกำลังผลิตสุทธิ 1,000 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง (กำลังผลิตติดตั้ง 2×1,100 MW)

เชื้อเพลิง
      ใช้ถ่านหินนำเข้าประเภท Sub-bituminous/bituminous วันละประมาณ 22,000 ตัน

กำหนดจ่ายไฟฟ้า
      ปี 2564 และ 2567

         มัสยิดและกุโบร์ ยังคงอยู่ที่เดิมโดยไม่มีการโยกย้าย โดย กฟผ. ได้มีหนังสือชี้แจงและยืนยันไปยังคณะกรรมการกลางอิสลามในพื้นที่แล้ว พร้อมทั้งจัดให้มีแนวกันชนระยะห่างจากแนวเขตพื้นที่โครงการไม่น้อยกว่า 100 ม. ตามกฎหมาย และมีการปรับสภาพภูมิทัศน์ให้ชุมชนเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ตามปกติ

         วัดป่าปากบางเทพาราม ไม่อยู่ในขอบเขตพื้นที่โครงการ มีแนวกันชนระยะห่างจากแนวเขตพื้นที่โครงการไม่น้อยกว่า 100 ม. ตามกฎหมาย ชุมชนสามารถเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ตามปกติ

         พื้นที่โรงเรียนมูลนิธิอิตีซอมวิทยา (ปอเนาะตะเยาะห์ซู) กฟผ. ได้พิจารณาจัดหาพื้นที่ตั้งโรงเรียนแห่งใหม่ทดแทนพื้นที่เดิม พื้นที่ประมาณ 85 ไร่ ซึ่งปัจจุบันได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการมูลนิธิและคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อย โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่เบื้องต้น ดังนี้

          * ตั้งอยู่ภายในรัศมี 5 กิโลเมตร จากที่ตั้งเดิม

          * มีความสะดวกปลอดภัย

          * เส้นทางคมนาคมสะดวก

          * มีการจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่โรงเรียนให้อย่างเหมาะสมและ

FAQ Thepa MasterPlan

     พื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมดประมาณ 2,895 ไร่ มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินประมาณ 1,173 ไร่ มีเอกสารสิทธิ์เป็น นส.3ก, นส.3 ประมาณ 1,021 ไร่ เป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ (ทุ่งปลักสะเดา) ประมาณ 735 ไร่ จากการสำรวจมีผู้อยู่อาศัยในที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ จำนวน 78 หลังคาเรือน มีผู้อยู่อาศัยในที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์จำนวน 70 หลังคาเรือน 
     การดำเนินการจัดซื้อที่ดินจะดำเนินการภายหลังจากที่โครงการฯ ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี แล้วเท่านั้น โดยมีการตั้งกรรมการจัดซื้อที่ดิน มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีผู้แทนชุมชนร่วมเป็นคณะกรรมการ ทั้งนี้ พื้นที่มีกรรมสิทธิ์ จะซื้อจากผู้ครอบครองโดยพิจารณาจากราคาประเมิน และราคาตลาด สำหรับพื้นที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ จะชดเชยไม่เกินราคาประเมิน ได้แก่ ค่าขนย้าย ค่ารื้อย้ายอาคาร บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ หรือพืชผล

     1. สะพานเชื่อมท่าเทียบเรือของโครงการฯ ซึ่งมีขนาดกว้าง 16 เมตร ยาว 3,000 เมตร ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นโครงสร้างโปร่งและเสาสะพานมีลักษณะเป็นทรงกระบอกจึงไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสลมและกีดขวางการไหลของน้ำ และไม่มีการกำหนดเขตหวงห้ามทำให้ชาวประมงทำการประมงได้ตามปกติ นอกจากนี้โครงการมีการร่วมรับฟังความคิดเห็นของชุมชนจึงออกแบบสะพานให้มีช่องที่เรือประมงสามารถลอดผ่านได้จำนวน 2 ช่อง โดยมีความกว้าง 30 ม. และความสูงเมื่อระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดประมาณ 9 ม. สำหรับช่องปกติมีความสูงเมื่อระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดประมาณ 3 ม. ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อการสัญจรทางเรือ อาชีพประมงและการกัดเซาะชายฝั่ง

FAQ Thepa Bridge

     2. โครงสร้างรับน้ำเข้าของโครงการฯ ความยาว 500 ม. จากชายฝั่ง จากการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมพบว่าจะทำให้เกิดปัญหาการกัดเซาะในบริเวณขอบเขตชายฝั่งหน้าโครงการโรงไฟฟ้าซึ่ง กฟผ. ได้กำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบดังกล่าวโดยการจัดทำเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชนิดชิดฝั่งความยาวประมาณ 700 ม. นอกจากนี้มีมาตรการตรวจสอบสภาพการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณพื้นที่โครงการ เพื่อให้มีผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่งต่อชุมชน

FAQ Thepa WaterChannel

     จำนวนเสาเข็มของท่าเทียบเรือจะมีทั้งหมด 1240 ต้น โดยแบ่งเป็นเสาเข็มท่าเทียบเรือ 190 ต้น เสาเข็มสะพานท่าเทียบเรือ 1050 ต้น การตอกจะทำการตอกเสาเข็มทีละต้น เฉพาะช่วงเวลากลางวัน ทำงานสูงสุด 4 ต้น/วัน (ใช้เวลาตอก 80 นาที/ต้น) ดังนั้นจะใช้เวลาในการตอกเสาเข็มทั้งหมด 310 วัน เท่านั้น 
     เนื่องจากการตอกเสาเข็มจะทำการตอกทีละต้นและการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือจะค่อยๆทำจากฝั่งออกไปสู่ท้องทะเล ดังนั้นท้องทะเลในส่วนที่ยังไม่ก่อสร้างชาวประมงก็ยังสามารถทำการประมงได้ตามปกติ สำหรับในส่วนสะพานท่าเทียบเรือที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็จะทยอยเปิดพื้นที่ให้ชาวประมงทำการประมงได้ตามปกติ 
     ในส่วนเรื่องการจับปลาได้น้อยลงนั้น อาจจะเกิดในช่วงการก่อสร้างและในบริเวณที่ก่อสร้างท่าเทียบเรือ เนื่องจากความไม่คุ้นเคยในสภาพแวดล้อมของปลา แต่หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จปลาจะกลับมาดังเช่นท่าเทียบเรืออื่นๆ

     โรงไฟฟ้าเทพาใช้ถ่านหินคุณภาพดีประเภทบิทูมินัสและซับบิทูมินัส นำเข้าจากต่างประเทศเป็นเชื้อเพลิง จึงไม่สามารถใช้ถ่านหินจากแหล่งสะบ้าย้อย ซึ่งเป็นถ่านหินประเภทลิกไนต์มีคุณภาพต่ำกว่าเป็นเชื้อเพลิง จึงมั่นใจได้ว่า กฟผ. ไม่มีแผนที่จะขุดถ่านหินจากแหล่งสะบ้าย้อยมาใช้งาน หาก กฟผ. มีการนำถ่านหินจากแหล่งสะบ้าย้อยซึ่งอยู่ห่างจากโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพาประมาณ 40 กิโลเมตร (ไม่ใช่ 20 กิโลเมตร) มาใช้จริง ถือว่าเป็นการทำผิดจากที่ได้ระบุไว้ ประชาชนสามารถตรวจสอบ ฟ้องร้อง กฟผ. ได้

          จากข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้น้ำในระบบหล่อเย็นของโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ที่กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าเทพาใช้น้ำถึง 9 ล้านคิว แต่โรงไฟฟ้าจะนะใช้เพียง 34,000 คิว เท่านั้น ทำไมปริมาณการใช้น้ำต่างกันถึงเพียงนี้ และการระบายความร้อนด้วยน้ำทะเลจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร ข้อเท็จจริง คือ ประการแรก ตัวเลขการใช้น้ำของโรงไฟฟ้าจะนะ ไม่ใช่ 34,000 คิวต่อวันนั้น ที่ถูกต้องคือ 100,555 คิวต่อวัน การที่โรงไฟฟ้าเทพาใช้น้ำมากกว่าเนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าคนละชนิด โรงไฟฟ้าเทพาเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ส่วนโรงไฟฟ้าจะนะเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และขนาดของกังหันไอน้ำของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนจะใหญ่กว่าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม เมื่อเทียบกันที่ กำลังการผลิตไฟฟ้าที่เท่ากัน ดังนั้น จึงต้องใช้น้ำหล่อเย็นปริมาณมากกว่า นอกจากนี้ ถ้าดูจากกำลังการผลิตติดตั้ง โครงการโรงไฟฟ้าเทพามีกำลังผลิตติดตั้ง 2,200 เมกะวัตต์ แต่โรงไฟฟ้าจะนะ มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 1,476 เมกะวัตต์

         ประการที่ 2 โรงไฟฟ้าทั้งสองโรงนี้ใช้ระบบระบายความร้อนแตกต่างกัน โรงไฟฟ้าจะนะใช้ระบบหล่อเย็นแบบ 1.5 Closed-Cycle Cooling Tower ทำงานโดยการวนน้ำผ่านหอหล่อเย็น และนำกลับมาใช้ซ้ำ 1.5 รอบ โดยเป็นการเติมน้ำเข้ามาในส่วนที่ระเหย และปรับให้น้ำหล่อเย็นมีคุณสมบัติที่ตรงตามค่ามาตรฐานอยู่ตลอดเวลา

         แต่โครงการโรงไฟฟ้าเทพาใช้ระบบหล่อเย็นแบบ Once Through Cooling Water System ซึ่งเป็นการผ่านของน้ำเพียงครั้งเดียว จึงมีปริมาณน้ำเข้ามาในระบบมากกว่า โดยน้ำทะเลจะถูกส่งผ่าน เข้าสู่เครื่องควบแน่น (Condenser) หลังจากนั้น บางส่วนถูกนำไปใช้ต่อในระบบดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ด้วยน้ำทะเล (SWFGD) ก่อนไปรวมกับน้ำหล่อเย็นทั้งหมด เพื่อส่งผ่านไปยัง Helper Cooling Tower ทำให้อุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นลดลงใกล้เคียงสภาพธรรมชาติมากที่สุด

         นอกจากนี้ การที่โรงไฟฟ้าเทพาใช้น้ำทะเลสำหรับระบบหล่อเย็น ซึ่งมีความเข้มข้นสูง ไม่สามารถนำกลับมาหมุนเวียนได้อีก ต่างจากโรงไฟฟ้าจะนะ ซึ่งใช้น้ำจืดจึงสามารถนำกลับมาใช้หมุนเวียนได้

          ประการที่ 3 การใช้น้ำทะเลกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของโรงไฟฟ้าเทพาไม่ทำให้เกิดการสะสมของ โลหะหนักต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำทะเล เนื่องจากโลหะหนักได้ถูกกำจัดไป โดยระบบดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต รวมทั้งระบบกำจัดสารปรอท โดยใช้ระบบฉีดผงถ่านกัมมันต์ไปแล้ว

         ประการที่ 4 เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการยังได้ออกแบบระบบระบายน้ำ และควบคุมคุณภาพน้ำที่ระบายลงสู่ทะเลในระยะรัศมีจากจุดปล่อยน้ำตั้งแต่ 500 เมตร ออกไปในท้องทะเลธรรมชาติให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 1 คือ คุณภาพน้ำทะเลเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับเป็นที่แพร่พันธุ์ อนุบาลของสัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ พืชหรือหญ้าทะเล คือมีค่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1 องศาเซลเซียส จากสภาพธรรมชาติ ดังนั้น ในภาพรวมจึงไม่มีการชะล้าง เพิ่มการสะสมของโลหะหนัก รวมทั้งมีผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลในระดับต่ำ

         ประการที่ 5 โครงการโรงไฟฟ้าเทพาลดผลกระทบต่อสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยการชักน้ำผ่านคลองชักน้ำทำให้มีความเร็วการไหลต่ำ ความเร็วในการสูบไม่เกิน 0.3 เมตร ต่อวินาที ซึ่ง สัตว์น้ำสามารถว่ายผ่าน โดยไม่ถูกแรงดูดเข้ามาในระบบ นอกจากนั้น ยังมีตะแกรงกรอง 2 ชั้น คือ ตะแกรงขนาด 5 เซนติเมตร และ 1 เซนติเมตร เพื่อป้องกันสัตว์น้ำวัยอ่อน และสัตว์น้ำขนาดเล็ก และเล็กมาก

         ทั้งนี้ ปากทางคลองชักน้ำเป็นคลองขุดใหม่ จึงทำให้ยังไม่มีสัตว์หน้าดินเข้ามาอาศัย โดยปกติแล้วต้องใช้เวลาถึง 30 วันจึงจะเกิดสัตว์หน้าดิน เมื่อพิจารณารวมกับระยะในการดึงน้ำพบว่า ยังไม่ถึงพื้นท้องน้ำที่สัตว์หน้าดินอาศัยอยู่ นอกจากมาตรการดังกล่าว โครงการจะมีการขุดลอกคลองเป็นประจำเพื่อป้องกันหน้าดินตื้นเขิน และป้องกันการสูบเอาสัตว์หน้าดินในบริเวณคลองชักน้ำเข้าไปในระบบ ไม่มีการใช้สารเคมีจากภายนอก มีเพียงการใช้คลอรีนที่ผลิตจากน้ำทะเล ซึ่งจะผลิตให้เพียงพอกับการป้องกันเพรียงในเส้นท่อเท่านั้น น้ำที่ใช้งานแล้วจะปล่อยกลับคืนสู่ทะเลทั้งหมดโดยควบคุมอุณหภูมิและคุณภาพน้ำให้อยู่ในมาตรฐานน้ำทะเลธรรมชาติ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ชุมชน

         ประการที่ 6 การตรวจสอบคุณภาพน้ำ ทางโครงการจัดให้มีดัชนีชี้วัดทางชีวภาพ ณ จุดปล่อยน้ำ ของโครงการเป็นประจำ โดยใช้หอยแครง และหอยแมลงภู่เป็นตัวชี้วัด ทั้งนี้เพราะสัตว์สองชนิดนี้อาศัยอยู่ติดที่ หอยแครงอาศัยในน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งโดยกรองอาหารจากดินตะกอน ส่วนหอยแมลงภู่อยู่ห่างจากชายฝั่งมากกว่าโดยกรองสารแขวนลอย และจุลินทรีย์ในน้ำทะเลกินเป็นอาหาร ซึ่งสัตว์ทั้งสองชนิดนี้สะท้อนให้เห็นการปนเปื้อนโลหะหนักในน้ำทะเลได้เป็นอย่างดี

          ประการที่ 7 โครงการมีมาตรการการดูแลธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยทางด้านประมง จัดหาเครื่องมือประมงทดแทนเครื่องมือเดิม ประสานงานกับชุมชน และหน่วยงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจเพื่อการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมการประกอบอาชีพทางเกษตรกรเพื่อชดเชยรายได้ ส่งเสริมการเลี้ยงปลากระชัง และเพาะเลี้ยงสาหร่าย รวมทั้งสร้างความรู้และเข้าใจกับชุมชน

     โรงไฟฟ้าเทพาได้มีการศึกษาประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียดรอบคอบ ตามหลักวิชาการและที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ดังนั้นจึงไม่เกิดผลกระทบ และความหายนะต่อระบบนิเวศทางทะเล การประกอบอาชีพประมง อาชีพเกษตรกรรมและวิธีชุมชนตามที่กังวล 
     นอกจากนี้ รายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการวิเคราะห์สุขภาพยังต้องผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และสุดท้ายต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสิ่งยื่นยันได้ว่าโรงไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน

     โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายงาน EHIA จากคณะกรรมากรผู้ชำนาญการภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (คชก.)



เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 

Infographics

โรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด

โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

เสียงจากชาวเทพา

กิจกรรมเสวนา 'ทิศทางการพัฒนาเทพา เมื่อมีโรงไฟฟ้า' ณ เพ็ชรมี รีสอร์ท โดยนายสนอง จันทร์รักษ์ นายอำเภอเทพา นายเฉลิมพล ทิพย์มณี นายกเทศมนตรีตำบลเทพา นายวีระชัย ยอดเพชร หัวหน้าโครงการเตรียมงานพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพา

Posted by Hi Internet & Hi Cable TV on Sunday, October 8, 2017

การแสดงความคิดเห็นของชาวเทพา

 

ข่าวชี้แจง Social Media

 

ข่าวจากสื่อมวลชน