รายงานจากการสัมนาเพื่อการพัฒนาพลังงานถ่านหินสะอาด และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา ผู้แทนกระทรวงป้องกันสิ่งแวดล้อมระบุว่า จีนจะเป็นประเทศที่มีระบบพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด และมีประสิทธิภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนปี 2563

20170923 ART01 01

          หนังสือพิมพ์ Economic Information Daily ฉบับวันที่ 20 กันยายน 2560 รายงานคำให้สัมภาษณ์ของ หลิว ปินเจียง อธิบดีกรมควบคุมการปล่อยมลพิษ ของกระทรวงป้องกันกันสิ่งแวดล้อมแดนมังกรว่า เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาสัดส่วนการปล่อยก๊าซมลภาวะจากอุตสาหกรรมถ่านหินมีสัดส่วน ราวครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศ แต่ปัจจุบัน หลังจากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างจริงจัง การปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ ได้ลดระดับลงมาอยู่ที่ระดับ 1 ล้านตัน จากระดับสูงสุดที่ 10 ล้านตัน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมถ่านหินเป็นภาคที่มีการร่วมมือในการลดสัดส่วนการปล่อยก๊าซมลภาวะมากที่สุด

20170923 ART01 03
โรงไฟฟ้าถ่านหินตั้งอยู่ใกล้กับมหานครเซี่ยงไฮ้

         โรงไฟฟ้าถ่านหิน ผู้นำการลดก๊าซมลภาวะ

        อุตสาหกรรมการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า เป็นอุตสาหกรรมแรกในประเทศจีนที่มีการพัฒนาเพื่อลดการปล่อยก๊าซมลภาวะให้อยู่ในระดับต่ำ โดยถึงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 จีนได้เสร็จสิ้นการปรับปรุงโรงไฟฟ้าถ่านหิน และติดตั้งอุปกรณ์ในการดักจับมลสารไปแล้ว 570,000 เมกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 ของโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมด

   การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะทำให้ประเทศจีนมีระบบไฟฟ้าจากถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด และมีประสิทธิภาพใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2563

         “กรุงปักกิ่ง เทียนจิน และเฮอเป่ยได้บรรลุตามแผนแล้ว ขณะที่ ภูมิภาคทางตะวันออก ก็ได้เสร็จสิ้นการทำงานแล้ว” อธิบดีกรมควบคุมการปล่อยมลพิษ ระบุ

         ทั้งนี้ ข้อมูลจากสภาพลังงานไฟฟ้าจีน ระบุว่า กำลังผลิตติดตั้งของแดนมังกรอยู่ที่ 1,650,000 เมกะวัตต์ เมื่อสิ้นปี 2559 โดยที่ร้อยละ 57.3 มาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน

20170923 ART01 02
คุณภาพอากาศในเมืองต่างๆ ของจีน กำลังปรับปรุงในทิศทางที่ดีขึ้น

         ขยายผลการลดก๊าซมลภาวะสู่อุตสาหกรรมถ่านหินอื่นๆ

         ความสำเร็จในการปรับปรุงโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าว ทำให้อุตสาหกรรมนอกภาคพลังงานไฟฟ้า มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซมลภาวะมากกว่า ซึ่งหลิวยังยอมรับด้วยว่า ภาคอื่นๆ นอกภาคพลังงานไฟฟ้ายังคงล้าหลังในการควบคุมมลสาร โดยการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ รวมถึงควัน และฝุ่นในภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 3 ใน 4 ของการปล่อยมลสารทั้งประเทศเลยทีเดียว

         ปัจจุบัน การปล่อยก๊าซมลภาวะมาจากอุตสาหกรรมปีโตรเคมี วิศวกรรมเคมี อุตสาหกรรมการเคลือบ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ซึ่งยังไม่ได้มีการควบคุมเรื่องการปล่อยมลพิษอย่างมีประสิทธิภาพ

        “เราจะมีการควบคุมการปล่อยก๊าซมลภาวะของอุตสาหกรรมนอกภาคไฟฟ้าเป็นงานหลัก และเร่งปรับปรุงพวกเตาหลอมอุตสาหกรรม และหม้อต้ม” หลิว ระบุ

 

         ที่มา : http://en.people.cn/n3/2017/0921/c90000-9272069.html
                   http://www.chinadaily.com.cn/bizchina/2017-09/20/content_32247208.htm

         แปล และเรียบเรียง : ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์