ข้อเท็จจริง การใช้น้ำหล่อเย็นของโครงการโรงไฟฟ้าเทพา

          จากข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้น้ำในระบบหล่อเย็นของโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ที่กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าเทพาใช้น้ำถึง 9 ล้านคิว แต่โรงไฟฟ้าจะนะใช้เพียง 34,000 คิว เท่านั้น ทำไมปริมาณการใช้น้ำต่างกันถึงเพียงนี้ และการระบายความร้อนด้วยน้ำทะเลจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร ข้อเท็จจริง คือ

         ประการแรก ตัวเลขการใช้น้ำของโรงไฟฟ้าจะนะ ไม่ใช่ 34,000 คิวต่อวันนั้น ที่ถูกต้องคือ 100,555 คิวต่อวัน การที่โรงไฟฟ้าเทพาใช้น้ำมากกว่าเนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าคนละชนิด โรงไฟฟ้าเทพาเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ส่วนโรงไฟฟ้าจะนะเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และขนาดของกังหันไอน้ำของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนจะใหญ่กว่าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม เมื่อเทียบกันที่ กำลังการผลิตไฟฟ้าที่เท่ากัน ดังนั้น จึงต้องใช้น้ำหล่อเย็นปริมาณมากกว่า นอกจากนี้ ถ้าดูจากกำลังการผลิตติดตั้ง โครงการโรงไฟฟ้าเทพามีกำลังผลิตติดตั้ง 2,200 เมกะวัตต์ แต่โรงไฟฟ้าจะนะ มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 1,476 เมกะวัตต์

         ประการที่ 2 โรงไฟฟ้าทั้งสองโรงนี้ใช้ระบบระบายความร้อนแตกต่างกัน โรงไฟฟ้าจะนะใช้ระบบหล่อเย็นแบบ 1.5 Closed-Cycle Cooling Tower ทำงานโดยการวนน้ำผ่านหอหล่อเย็น และนำกลับมาใช้ซ้ำ 1.5 รอบ โดยเป็นการเติมน้ำเข้ามาในส่วนที่ระเหย และปรับให้น้ำหล่อเย็นมีคุณสมบัติที่ตรงตามค่ามาตรฐานอยู่ตลอดเวลา

         แต่โครงการโรงไฟฟ้าเทพาใช้ระบบหล่อเย็นแบบ Once Through Cooling Water System ซึ่งเป็นการผ่านของน้ำเพียงครั้งเดียว จึงมีปริมาณน้ำเข้ามาในระบบมากกว่า โดยน้ำทะเลจะถูกส่งผ่าน เข้าสู่เครื่องควบแน่น (Condenser) หลังจากนั้น บางส่วนถูกนำไปใช้ต่อในระบบดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ด้วยน้ำทะเล (SWFGD) ก่อนไปรวมกับน้ำหล่อเย็นทั้งหมด เพื่อส่งผ่านไปยัง Helper Cooling Tower ทำให้อุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นลดลงใกล้เคียงสภาพธรรมชาติมากที่สุด

         นอกจากนี้ การที่โรงไฟฟ้าเทพาใช้น้ำทะเลสำหรับระบบหล่อเย็น ซึ่งมีความเข้มข้นสูง ไม่สามารถนำกลับมาหมุนเวียนได้อีก ต่างจากโรงไฟฟ้าจะนะ ซึ่งใช้น้ำจืดจึงสามารถนำกลับมาใช้หมุนเวียนได้

         ประการที่ 3 การใช้น้ำทะเลกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของโรงไฟฟ้าเทพาไม่ทำให้เกิดการสะสมของ โลหะหนักต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำทะเล เนื่องจากโลหะหนักได้ถูกกำจัดไป โดยระบบดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต รวมทั้งระบบกำจัดสารปรอท โดยใช้ระบบฉีดผงถ่านกัมมันต์ไปแล้ว

         ประการที่ 4 เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการยังได้ออกแบบระบบระบายน้ำ และควบคุมคุณภาพน้ำที่ระบายลงสู่ทะเลในระยะรัศมีจากจุดปล่อยน้ำตั้งแต่ 500 เมตร ออกไปในท้องทะเลธรรมชาติให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 1 คือ คุณภาพน้ำทะเลเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับเป็นที่แพร่พันธุ์ อนุบาลของสัตว์น้ำวัยอ่อน เป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ พืชหรือหญ้าทะเล คือมีค่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1 องศาเซลเซียส จากสภาพธรรมชาติ ดังนั้น ในภาพรวมจึงไม่มีการชะล้าง เพิ่มการสะสมของโลหะหนัก รวมทั้งมีผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลในระดับต่ำ

20171110 ART02 01

         ประการที่ 5 โครงการโรงไฟฟ้าเทพาลดผลกระทบต่อสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยการชักน้ำผ่านคลองชักน้ำทำให้มีความเร็วการไหลต่ำ ความเร็วในการสูบไม่เกิน 0.3 เมตร ต่อวินาที ซึ่ง สัตว์น้ำสามารถว่ายผ่าน โดยไม่ถูกแรงดูดเข้ามาในระบบ นอกจากนั้น ยังมีตะแกรงกรอง 2 ชั้น คือ ตะแกรงขนาด 5 เซนติเมตร และ 1 เซนติเมตร เพื่อป้องกันสัตว์น้ำวัยอ่อน และสัตว์น้ำขนาดเล็ก และเล็กมาก

         ทั้งนี้ ปากทางคลองชักน้ำเป็นคลองขุดใหม่ จึงทำให้ยังไม่มีสัตว์หน้าดินเข้ามาอาศัย โดยปกติแล้วต้องใช้เวลาถึง 30 วันจึงจะเกิดสัตว์หน้าดิน เมื่อพิจารณารวมกับระยะในการดึงน้ำพบว่า ยังไม่ถึงพื้นท้องน้ำที่สัตว์หน้าดินอาศัยอยู่ นอกจากมาตรการดังกล่าว โครงการจะมีการขุดลอกคลองเป็นประจำเพื่อป้องกันหน้าดินตื้นเขิน และป้องกันการสูบเอาสัตว์หน้าดินในบริเวณคลองชักน้ำเข้าไปในระบบ ไม่มีการใช้สารเคมีจากภายนอก มีเพียงการใช้คลอรีนที่ผลิตจากน้ำทะเล ซึ่งจะผลิตให้เพียงพอกับการป้องกันเพรียงในเส้นท่อเท่านั้น น้ำที่ใช้งานแล้วจะปล่อยกลับคืนสู่ทะเลทั้งหมดโดยควบคุมอุณหภูมิและคุณภาพน้ำให้อยู่ในมาตรฐานน้ำทะเลธรรมชาติ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ชุมชน

         ประการที่ 6 การตรวจสอบคุณภาพน้ำ ทางโครงการจัดให้มีดัชนีชี้วัดทางชีวภาพ ณ จุดปล่อยน้ำ ของโครงการเป็นประจำ โดยใช้หอยแครง และหอยแมลงภู่เป็นตัวชี้วัด ทั้งนี้เพราะสัตว์สองชนิดนี้อาศัยอยู่ติดที่ หอยแครงอาศัยในน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งโดยกรองอาหารจากดินตะกอน ส่วนหอยแมลงภู่อยู่ห่างจากชายฝั่งมากกว่าโดยกรองสารแขวนลอย และจุลินทรีย์ในน้ำทะเลกินเป็นอาหาร ซึ่งสัตว์ทั้งสองชนิดนี้สะท้อนให้เห็นการปนเปื้อนโลหะหนักในน้ำทะเลได้เป็นอย่างดี

         ประการที่ 7 โครงการมีมาตรการการดูแลธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยทางด้านประมง จัดหาเครื่องมือประมงทดแทนเครื่องมือเดิม ประสานงานกับชุมชน และหน่วยงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจเพื่อการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมการประกอบอาชีพทางเกษตรกรเพื่อชดเชยรายได้ ส่งเสริมการเลี้ยงปลากระชัง และเพาะเลี้ยงสาหร่าย รวมทั้งสร้างความรู้และเข้าใจกับชุมชน

20171110 ART02 02