บทเรียนพลังงานหมุนเวียนเมืองลุงแซม

20171124 ART02 01

การอุดหนุนราคาดันค่าไฟฟ้ารัฐแคลิฟอร์เนียแพงขึ้น แต่การใช้กลไกตลาดกลับช่วยให้ค่าไฟฟ้าของรัฐเท็กซัสถูกลง

         การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนอาจไม่ทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นเสมอไป การณีศึกษาระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐเท็กซัสของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นตัวอย่างของนโยบายพลังงานที่แตกต่างกัน ก็ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าแตกต่างกันด้วย

         รัฐแคลิฟอร์เนีย ใช้แนวทางการออกกฎหมายและข้อบังคับ ที่มุ่งบรรลุเป้าหมายลดคาร์บอนไดออกไซด์ในการผลิตไฟฟ้า ส่งผลต่อค่าไฟตามบ้านและธุรกิจต่างๆในรัฐพุ่งสูงขึ้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับรัฐเท็กซัสที่ประสบความสำเร็จในการใช้กลไกราคา ส่งเสริมการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานหมุนเวียน แต่กลับทำให้ค่าไฟในรัฐถูกลง

20171124 ART02 02

สัดส่วนพลังงานของรัฐแคลิฟอร์เนียปี 2559

         รายงานข่าวของฟ๊อกนิวส์ อ้างคำพูดของเจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียจากพรรคซ้ายจัด ที่กล่าวว่า “การพยายามลดคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ใช่ของเด็กเล่น แต่เป็นความพยายามที่ทำได้ยาก” และระบุว่า ‘ความพยายามที่ทำได้ยาก’ อาจจะไม่จริงทั้งหมด เพราะในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา รัฐแคลิฟอร์เนียได้เริ่มออกมาตรการอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนอย่างดุเดือด ทำให้รัฐแคลิฟอร์เนียมีการใช้พลังงานหมุนเวียนถึงร้อยละ 30 และมีเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 ภายใน 7 ปีข้างหน้า

          “นับเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ” แต่ตัวเลขที่นายบราวน์กล่าวมา เป็นเพียงด้านการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น ยังไม่ได้รวมระบบขนส่งเข้าไปด้วย เช่น รถยนต์ รถบัส รถไฟ และเครื่องบิน ซึ่งการขนส่งผู้โดยสารชาวแคลิฟอร์เนียนับล้านทุกวัน คิดเป็นร้อยละ 39 ของการใช้พลังงานในรัฐฯ และทั้งหมดล้วนมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งสิ้น

10 ปี พลังงานหมุนเวียนแคลิฟฟอร์เนีย พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25

         ในระยะแรกของการส่งเสริมในปี 2547 รัฐแคลิฟอร์เนียมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพียงร้อยละ 10 แต่เมื่อรวมกับการผลิตจากพลังน้ำ ทำให้ภาพรวมของการผลิตจากพลังงานหมุนเวียน เท่ากับร้อยละ 25

         อย่างไรก็ตาม 10 ปี ของการแทรกแซงอย่างรุนแรงของรัฐบาลต่อตลาดพลังงาน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ด้วยการออกกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ รวมทั้งกำหนดราคารับซื้อพลังงานหมุนเวียน เช่น กังหันลม และโซลาร์เซลล์ ให้มีกำไรที่แน่นอน ทำให้เกิดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ขึ้นมาในปริมาณมาก

         ในปี 2559 ที่ผ่านมา พลังงานหมุนเวียนในรัฐแคลิฟอร์เนียเพิ่มเป็นร้อยละ 25 และอีกร้อยละ 10 มาจาก พลังน้ำ กระนั้นก็ยังถูกต่อต้านจากองค์กรสิ่งแวดล้อมที่ไม่ต้องการให้นับไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นเป้าหมายการลดคาร์บอนของแคลิฟอร์เนีย

20171124 ART02 03

สัดส่วนพลังงานของรัฐเท็กซัสปี 2559

พลังงานลมเท็กซัส มีสัดส่วนร้อยละ 23

         ข้อมูลที่น่าสนใจในอีกรัฐหนึ่งก็คือ การผลิตไฟฟ้าของรัฐเท็กซัสใน 3 เดือนแรกของปีนี้ มาจากพลังงานลมมากถึงร้อยละ 23 แม้ทั้ง 2 รัฐจะสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนเหมือนกัน แต่นโยบายของรัฐเท็กซัสส่งเสริมโดยใช้การแข่งขันราคา ไม่มีการประกันกำไรให้แก่ผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนแต่อย่างใด

ค่าไฟฟ้ารัฐแคลิฟอร์เนียสูงขึ้นร้อยละ 50 แต่รัฐเท็กซัสลดลงร้อยละ 19

          ย้อนกลับไปในปี 2547 ก่อนที่แคลิฟอร์เนียจะเริ่มผลักดันนโยบายพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง อัตราค่าไฟฟ้าขายปลีกโดยเฉลี่ยสูงกว่าอัตราค่าไฟเฉลี่ยของสหรัฐฯ ร้อยละ 50 ในขณะที่ในเวลานั้นอัตราค่าไฟของเท็กซัสก็สูงกว่าราคาเฉลี่ยของสหรัฐร้อยละ 2 ซึ่งเท็กซัสได้พยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดพลังงานไฟฟ้าใหม่ ให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค

20171124 ART02 05

เปรียบเทียบราคาค่าไฟระหว่างรัฐเท็กซัสและรัฐแคลิฟอร์เนียในปัจจุบัน

         13 ปีต่อมา อัตราค่าไฟต่อเดือนของแคลิฟอร์เนีย ก็ยังสูงกว่าอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของสหรัฐฯ 50 เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม ในขณะที่ผู้นำทางการเมืองเคยให้สัญญาไว้ว่า พลังงานหมุนเวียนจะมีราคาถูกลง แต่ 7 ปีที่ผ่านมา ค่าไฟขายส่งในแคลิฟอร์เนียกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกราวร้อยละ 20 ตรงกันข้ามกับเท็กซัสที่ค่าไฟฟ้า ปรับตัวลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึงร้อยละ 19

          เทียบกับเมื่อปี 2547 ที่ค่าไฟฟ้าของรัฐแคลิฟอร์เนียสูงกว่าเท็กซัสร้อยละ 47 แต่ปัจจุบันค่าไฟฟ้าชาวแคลิฟอร์เนียแพงกว่าเท็กซัสถึงร้อยละ 87

          โดยสรุปก็คือ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา การใช้กลไกราคามากำหนดราคาค่าไฟฟ้าช่วยให้ผู้บริโภคไฟฟ้าในรัฐเท็กซัสประหยัดค่าใช้จ่ายได้เกือบ 4.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หรือ 669 ดอลลาร์ต่อครัวเรือน ขณะที่การอุดหนุนพลังงานหมุนเวียนโดยรัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้ชาวแคลิฟอร์เนียต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3 พันล้านดอลลาห์ต่อปี หรือ 299 ดอลลาห์ต่อครัวเรือน

         ผลจาก การประเมินชี้ว่า หากแคลิฟอร์เนียเดินตามแนวทางแบบเดียวกับเท็กซัส ในการปล่อยให้กลไกราคามากำหนดค่าไฟฟ้า จะสามารถลดค่าใช้จ่ายต่อหัวของผู้บริโภคมากกว่า 242 ดอลลาร์ต่อปี แม้ว่าจะมีนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนด้วยแล้วก็ตาม

 

แปลและเรียบเรียงโดย ธนภัทร ฉัตรทิพากร

อ้างอิงจาก : http://www.foxnews.com/opinion/2017/11/16/california-government-mandates-send-electricity-prices-skyrocketing-but-texas-free-market-policies-keeps-prices-low.html