002.jpg

         เครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ย้ำจุดยืนสนับสนุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เพื่อความมั่นคงพลังงานและความเจริญในพื้นที่ พร้อมขอให้รัฐบาลเร่งอนุมัติดำเนินการก่อสร้างโดยเร็ว

         วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2561) เครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนกว่า 100 คน นำโดย นายหลี สาเมาะ ประธานเครือข่ายฯ ได้ยื่นหนังสือต่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีนายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน (สปอ.) สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรับมอบ ณ สำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังกระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นหนังสือต่อ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยมี นายธีระศักดิ์ จรัสศรีวิสิษฐ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง เป็นผู้แทนรับมอบ

         นายหลี สาเมาะ กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อเร่งรัดให้รัฐบาลอนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่พวกเรารอคอยมา 4 ปีแล้ว ทุกคนต่างเดินทางมากันเองด้วยความเต็มใจเพราะปรารถนาความเจริญในพื้นที่ที่จะได้พัฒนาต่อไป และคนเทพาที่มาต่างถือบัตรประชาชนทุกคนแสดงให้เห็นว่าเป็นคนในพื้นที่จริงๆ อยากฝากถึงรัฐบาลให้ได้รับรู้ว่าพวกเราชาวเทพาหลายหมื่นคนสนับสนุนให้สร้างโรงไฟฟ้าและขอให้รัฐบาลอนุมัติการก่อสร้างโดยเร็ว

         การยื่นหนังสือต่อรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืนความต้องการให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเกิดขึ้นในพื้นที่ และไม่เห็นด้วยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้ชะลอโครงการไปอีก 3 ปี โดยมองว่าหากมีโรงไฟฟ้าจะทำให้ภาคใต้มีความมั่นคงด้านพลังงานและความเจริญในพื้นที่ ทั้งนี้ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้พิจารณาเหตุผลและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีข้อสรุปดังนี้ 1) ขอให้บรรจุโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาไว้ในแผนหลักของแผน PDP ใหม่เหมือนเดิม เพื่อสร้างความมั่นใจต่อคนเทพาในการวางแผนพัฒนาอนาคตของคนเทพาต่อไป 2) ขอให้มีการเร่งรัดดำเนินการพิจารณาผลการศึกษา EHIA ทั้งของโรงไฟฟ้าและท่าเทียบเรือให้เป็นไปตามขั้นตอน และอนุมัติให้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเดินหน้าโดยเร็วต่อไป 3) ขอให้รับฟังเสียงส่วนใหญ่ที่สนับสนุนอย่างมีเหตุมีผลด้วยหลักการประชาธิปไตยมากกว่าการรับฟังเสียงคัดค้านส่วนน้อยที่ถูกชักนำและครอบงำจากกลุ่มกรีนพีซ และ NGOs ภายนอกพื้นที่ 4) ชาวเทพาพร้อมให้ความร่วมมือและช่วยเหลือรัฐบาลและ กฟผ. ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ในพื้นที่ให้หมดไป ซึ่งรวมถึงผู้คัดค้านส่วนน้อยในพื้นที่ และการเจรจาจัดซื้อที่ดินเพื่อให้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาสามารถเกิดขึ้นได้โดยเร็วที่สุด