ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณะบดีคณะประมง ม.เกษตรฯ ในฐานะคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม กล่าวหลังการลงนามหนังสือบันทึกข้อตกลงเจรจากับผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ว่า ข้อตกลงร่วมกันไม่ใช่การล้มเลิกยุติโครงการ แต่เป็นการเริ่มต้นโดยใช้เครื่องมือลดความขัดแย้งด้วยการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA

20180223 ART01 01

         “ที่เราต้องนำ SEA มาใช้เพราะเป็นเรื่องของพื้นที่ ข้อตกลงกับกลุ่มคัดค้าน ไม่ได้พูดเกี่ยวกับถ่านหิน ไม่ได้พูดว่า ไฟฟ้าพอ ไม่พอใช้ ไม่ได้พูดถึงว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน สะอาด หรือ สกปรก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ แต่การที่ต้องนำ SEA มาใช้เพราะเป็นเรื่องของพื้นที่เมื่อคนพื้นที่มีข้อสงสัย ก็ควรนำกลไกลของพื้นที่มาตอบ แต่ถ้าเป็นเรื่องรวมทั้งประเทศสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มอีกหรือเปล่า หรือสร้างดรงไฟฟ้าหมุนเวียนอะไรก็ตามก็เป้นเรื่องของคนทั้งประเทศไม่ใช่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตัดสิน"

         การทำ SEA ไม่ใช่สิ่งใหม่ เพียงแต่กฎหมายยังอยู่ใน สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) การทำ SEA ยังเคยถูกนำมาใช้กับการก่อสร้างโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่ สนข .(สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร) เคยนำมาใช้ ทำมาหลายเดือนแล้ว การทำ SEA จะมีนักวิชาการทั้งหลายที่เป็นที่ยอมรับ และมีข้อดีกว่าการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ล็อคอยู่ บริษัทไปจ้างบริษัทนอกเหนือที่กำหนดไว้ไม่ได้ แต่การทำ SEA สามารถจ้างหน่วยงานกลางได้ เช่น มหาวิทยาลัยต่างๆ 2-3 แห่ง

20180223 ART01 04

         ผลการทำ SEA ยังต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ทั้งกลุ่มหนุน กลุ่มต้าน แต่กระบวนการหลักเกณฑ์คัดเลือก ให้เป็นที่ยอมรับจะใช้หลักเกณฑ์อย่างไร เรื่องนี้ได้รับการอธิบายว่าเหล่านี้จะต่างกับคณะกรรมการศึกษา EIA โดยจะเน้นการศึกษาทางวิชาการในการลงพื้นที่ ประเทสไทยมีนักวิชาการเก่งๆมากมาย ทั้งด้านระบบนิเวศ ด้านสัตว์ป่า ด้านทะเล

         ส่วนในพื้นที่ ทั้งสงขลา และ กระบี่ หากให้ดูหรือจากข้อมูลของผู้คัดค้าน ดร.ธรณ์ ยังไม่ขอออกความเห็น แต่ย้ำว่าการทำ SEA ครั้งนี้ ไม่ได้พูดถึงว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินดีไม่ดี เพราะยังมีเวลาการศึกษา SEA นานถึง 9 เดือน

20180223 ART01 03

         อนาคตหากไม่มีโรงไฟฟ้าในถ่านหินภาคใต้เพิ่ม ดร.ธรณ์ บอกว่า ตอนนี้มีความพยายามเพิ่มสายส่งไฟฟ้าลงภาคใต้ เพราะใกล้เต็มแล้ว มีภาวะความเสี่ยงด้านความมั่นคงของพลังงาน ฉะนั้นอาจจะต้องเติมสายไฟเพิ่มเติมกระจายสายไฟในภาคใต้ ในอนาคตเราคงจะต้องมีโรงไฟฟ้า แต่โรงไฟฟ้ามีหลายแบบ ถ้าคนไม่สามารถยอมรับราคาได้ ก็ต้องเป็นถ่านหิน เพราะถ่านหินยังก็ราคาถูกที่สุดก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าเกิดคนยอมรับราคาได้บ้าง ก็อาจเป็นก๊าซธรรมชาติ ซึ่งโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติไม่ค่อยมีปัญหา ”

         “เราอยู่กับก๊าซมานานใช้ก๊าซ 60 % ผลิตไฟ แต่ถ้าหากอยากได้บริสุทธิ์จริงก็ต้องใช้พลังงานหมุนเวียน แน่นอนก็ต้องแพงขึ้นไป หรือ แม้การใช้โซลาร์ฟาร์ม ต้องใช้พื้นที่ ไม่ทำลายป่า เพราะต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์”

         การขับคลื่อนนับจากนี้ คือ กระทรวงพลังงาน ที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา แต่สิ่งที่ ดร.ธรณ์ ยังคงเน้นย้ำ คือ การทำ SEA ที่สำคัญ ไม่ใช่การเข้ามาพูดถึงโรงไฟฟ้าถ่านหินดีหรือไม่ดี จะเน้นในด้านการศึกษาความเหมาะสมในพื้นที่เป็นหลัก ทั้ง ระบบนิเวศน์ การประมง การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ การกัดเซาะชายฝั่ง การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลัก

20180223 ART01 02

         แม้การเริ่มต้นใหม่เพื่อศึกษา โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน อาจมองเป็นการยื้อเวลา แต่เบื้องหลังการเจรจาสงบศึก หนึ่งในน้ำหนักสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้รีบ “จบ” เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของเหตุการณ์ คือ ความกังวลการยกระดับ กลุ่มคัดค้านเคลื่อนไปงานประชุมที่ยูเอ็นคงไม่ดีแน่ ที่จะประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการทบทวนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อ 7 (พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้) ณ องค์การสหประชาชาติ โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และ มีตัวแทนหลากหลายชาติเข้าร่วม

         9 เดือนนับจากนี้ ยังจับตาทุกความเคลื่อนไหว ทั้งกลุ่มหนุน กลุ่มต้าน นับเป็นอีกหนึ่งโครงการบนเส้นทางความเห็นต่าง ที่อาจกลายเป็นความขัดแย้งของคนในพื้นที่

          ตอนหนึ่งจากบทความโดย อิทธิพัทธ์ ปิ่นระโรจน์ เรื่อง เปิดเบื้องหลัง “ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” เจรจาม็อบโรงไฟฟ้าถ่านหิน กรุงเทพธุรกิจ 23 กุมภาพันธ์ 2561