เรื่อง     ชี้แจงข้อเท็จจริง
เรียน     บรรณาธิการข่าว
อ้างถึง   หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน 360 องศา ฉบับวันที่ 17 เมษายน 2561
สิ่งที่ส่งมาด้วย

                      1. พระราชกฤษฎีการะบุเขตท้องที่จัดส่งและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าของการลิกไนท์ พ.ศ. 2507 (คลิ๊ก)
                      2. พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 (คลิ๊ก)
                      3. สำเนาหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0506/14560 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2557 (คลิ๊ก)
                      4. สำเนาหนังสือสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ที่ สกพ 5502/11143 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2557 (คลิ๊ก)
                      5. สำเนาหนังสือสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ที่ สกพ 5502/10752 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2559 (คลิ๊ก)
                      6. หนังสืออนุญาตให้เข้าไปศึกษา หรือวิจัยทางวิชาการ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เล่มที่ 013 ฉบับที่ 07 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2560 (คลิ๊ก)

          ตามที่ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน 360 องศา ฉบับวันที่ 17 เมษายน 2561 นำเสนอเนื้อหาข่าวว่า “กฟผ. มิได้ยื่นขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แต่ได้เข้าดำเนินการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ กระบี่ – พังงา2 และ กฟผ. ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้าสำรวจแนวสายส่งที่พาดผ่านป่าต้นน้ำผาดำ จ.สงขลา โดยมิได้รับอนุญาตจากส่วนราชการ” กฟผ. ขอชี้แจง ดังนี้

          1. ประเด็นที่กล่าวว่า สายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. บุกรุกทำลายพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นป่าในช่องฝั่งตะวันตก ถนนสายสาม จ.กระบี่ นั้น

          กฟผ. ขอเรียนให้ทราบว่า สายส่งไฟฟ้าที่พาดผ่านป่าสงวนแห่งชาติในช่องฝั่งตะวันตก ถนนสายสาม อ.เมือง จ.กระบี่ ดังกล่าว เดิมคือสายส่งไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์ กระบี่ – พังงา ก่อสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี 2507 โดยการลิกไนท์ ในขณะนั้น ตามพระราชบัญญัติการลิกไนท์ พ.ศ.2503 ประกอบพระราชกฤษฎีการะบุเขตท้องที่จัดส่งและจำหน่ายพลังงานของการลิกไนท์ พ.ศ. 2507 (สิ่งที่ส่งมาด้วย 1) ซึ่งเชื่อได้ว่า การลิกไนท์ในขณะนั้นได้ดำเนินการตามกฎหมายที่บังคับใช้ก่อนเข้าดำเนินการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว โดยได้รับอนุญาตให้เข้าใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 เมื่อต่อมามีการตราพระราชบัญญัติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 ขึ้น โดยกำหนดให้รวม การไฟฟ้ายันฮี การลิกไนท์ และการไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งตาม พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 มาตรา 7 ได้กำหนดให้โอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ ความรับผิด ตลอดจนธุรกิจของการไฟฟ้ายันฮี การลิกไนท์ และการไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ ให้แก่ กฟผ. บรรดาสิทธิต่าง ๆ ตลอดจนสิทธิในการได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ที่การลิกไนท์มีอยู่ย่อมโอนมายัง กฟผ. โดยผลของพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2) ดังนั้น สายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ กฟผ. รับโอนมาจากการลิกไนท์จึงมิใช่เป็นการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

          2. ประเด็นที่กล่าวว่า กฟผ. ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้าสำรวจแนวสายส่งที่พาดผ่านป่าต้นน้ำผาดำ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา โดยมีการถางซุย ฟันต้นไม้ โดยไม่ปรากฏหนังสือการขออนุญาตเข้าสำรวจพื้นที่แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 กิโลโวลต์ คลองแงะ–สตูล นั้น

          กฟผ. ขอเรียนให้ทราบว่า ระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ คลองแงะ – สตูล เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายระบบส่งไฟฟ้าระยะที่ 12 ได้รับความเห็นชอบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2557 (สิ่งที่ส่งมาด้วย 3) และ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้ กฟผ. ประกาศกำหนดเขตสำรวจระบบโครงข่ายไฟฟ้า (สิ่งที่ส่งมาด้วย 4) นอกจากนี้ สำนักงาน กกพ. ยังได้ออกประกาศ เรื่องการกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าดังกล่าว (สิ่งที่ส่งมาด้วย 5) ตลอดจนได้รับหนังสืออนุญาตจากกรมป่าไม้ ให้เข้าไปศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2560 เพื่อเข้าเก็บตัวอย่าง สำรวจข้อมูลสำหรับศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการ และสำรวจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ มีเนื้อที่ 5,345 ไร่ จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2565 (สิ่งที่ส่งมาด้วย 6) ซึ่งปัจจุบัน กฟผ. อยู่ระหว่างการสำรวจทรัพย์สินของราษฎร์ที่อยู่ในเขตเดินสายไฟฟ้า ส่วนพื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้อง กฟผ. ยังมิได้มีการเข้าสำรวจทรัพย์สินแต่อย่างใด

          อนึ่ง การดำเนินงานดังกล่าว ช่วยเสริมความมั่นคงให้ระบบส่งไฟฟ้าในการรองรับความต้องการไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการของระบบผลิตไฟฟ้า และลดปริมาณพลังงานไฟฟ้าสูญเสียที่เกิดขึ้นในระบบไฟฟ้ากำลังต่อไป

          จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น และขอความอนุเคราะห์เผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับทราบด้วยจะขอบคุณยิ่ง

 

ขอแสดงความนับถือ
(นายศานิต นิยมาคม)
ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ
ทำการแทน ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ฝ่ายสื่อสารองค์การ
โทร. 0 2436 4824
โทรสาร 0 2436 4897

จดหมายชี้แจงข้อเท็จจริง กฟผ. 981400/40230 (คลิ๊ก)

 

20180424-MIS01-01