ประเทศพัฒนาแล้วหลาย ๆ ประเทศ พยายามลดการพึ่งพาการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า ตรงข้ามกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ ที่ไม่เดินตามกระแสโลก โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเปิดใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่ไปแล้วอย่างน้อย 8 โรง และยังมีแผนจะสร้างเพิ่มอีก 36 โรงในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้

20180522 ART01 01

         ครั้งหนึ่ง ญี่ปุ่นเคยจะเลิกใช้ถ่านหิน โดยเมื่อปี 2553 ญี่ปุ่นมีสัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าร้อยละ 25 ที่ถูกตั้งเป้าไว้ให้ลดลงเท่าตัวภายในระยะเวลา 20 ปี แต่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้นิวเคลียร์เพื่อการผลิตไฟฟ้าจากร้อยละ 29 ในปี 2553 เป็นร้อยละ 50 ในปี 2573

         แต่ทุกอย่างก็ไม่สามารถเดินหน้าตามแผนได้ เมื่อเกิดเหตุระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิในปี 2554 ที่ส่งผลให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ผลิตไฟฟ้ากว่า 54 เครื่องทั่วประเทศญี่ปุ่นต้องปิดลงเพื่อรอการตรวจสอบความปลอดภัยตามกฎมาตรฐานใหม่ โดยปัจจุบัน มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพียง 7 เครื่องจาก 54 เครื่องเท่านั้นที่กลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอีกครั้ง และเพื่อตอบความต้องการใช้ไฟฟ้าให้เพียงพอ ญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องเลือกใช้เชื้อเพลิงอย่างก๊าซธรรมชาติและถ่านหินแทน และเมื่อญี่ปุ่นต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวในราคาสูง ถ่านหินจึงเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า

         ปัจจุบัน ญี่ปุ่นตั้งเป้าว่าในปี พ.ศ. 2573 จะมีสัดส่วนการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าของประเทศร้อยละ 26 แม้ว่าทางเลือกนี้จะทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สนับสนุนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้เต็มที่ และยังเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

20180522 ART01 02

         ทั้งนี้ ญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าวิจัยและพัฒนานำถ่านหินที่มีราคาถูกมาเปลี่ยนให้เป็นก๊าซไฮโดรเจน เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์ โดยร่วมมือกับประเทศออสเตรเลีย

เท่าที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานของญี่ปุ่นมาพึ่งพาถ่านหิน ส่งผลดีกับเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง และเมื่อจีนและอินเดียยังต้องใช้ถ่านหินเป็นหลักเช่นกัน จึงมีแนวโน้มว่าอุตสาหกรรมถ่านหินจะยังไม่ถึงคราวซบเซา

แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร

ข้อมูลจาก

- Bucking global trends, Japan again embraces coal power
http://www.sciencemag.org/news/2018/05/bucking-global-trends-japan-again-embraces-coal-power

- Japan is moving back to coal.
http://www.businessinsider.com/japan-moving-back-to-coal-2018-5