026.jpg

 

         เขื่อนจุฬาภรณ์ เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญอีกเขื่อนหนึ่งต่อการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเดิมมีชื่อเรียกว่า “โครงการน้ำพรม” โดยสร้างปิดกั้นลำน้ำพรม บนเทือกเขาขุนพาย บริเวณที่เรียกว่าภูหยวก ในท้องที่ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ การก่อสร้างได้เริ่มในปี 2511 แล้วเสร็จในปี 2516 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ทรงเปิดเขื่อนและโรงไฟฟ้าแห่งนี้ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2516 พร้อมทั้งได้พระราชทานพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ มาขนานนามเขื่อนว่า “เขื่อนจุฬาภรณ์”

 

 

         เขื่อนจุฬาภรณ์ เป็นเขื่อนแบบหินทิ้งแกนกลางเป็นดินเหนียว บดทับแน่นด้วยกรวดและหิน ตัวเขื่อนมีความยาวตามสันเขื่อน 700 เมตร สันเขื่อนกว้าง 8 เมตร ฐานกว้าง 250 เมตร ความสูงจากฐานราก 70 เมตร ระดับสันเขื่อนอยู่ที่ 763 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ความจุของอ่างเก็บน้ำ 163.75 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

         ต่อมาในปี 2522 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้สร้างเขื่อนขนาดเล็กชื่อ “เขื่อนพรมธารา” ขึ้นทางฝั่งซ้ายของเขื่อนจุฬาภรณ์ ระยะห่างกันประมาณ 500 เมตร เพื่อนำน้ำจากลำน้ำพรมปล่อยลงในอ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ได้ปีละประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งช่วยเสริมพลังงานการผลิตพลังงานไฟฟ้าของเขื่อนจุฬาภรณ์ ได้เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 2 ล้านหน่วย

 

ภารกิจในรอบ 45 ปี


1.ด้านชลประทาน

         ในรอบ 45 ปี มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์กว่า 5,714.9 ล้านลูกบาศก์เมตร เฉลี่ยปีละ 159 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีปริมาณน้ำไหลเข้าต่ำสุด 48 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2536 และสูงสุด 374 ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี 2543

 

         น้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์ ให้ประโยชน์ด้านชลประทาน และการอุปโภคบริโภค ใน 2 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำเชิญ และลุ่มน้ำพรม โดยลุ่มน้ำเชิญจะได้รับน้ำจากการผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้าเขื่อนจุฬาภรณ์ น้ำจากโรงไฟฟ้าจะผ่านอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ก่อนไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ เอื้อประโยชน์ต่อการปลูกพืชฤดูแล้งกว่า 20,800 ไร่ และลุ่มน้ำพรมได้รับน้ำจากการผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้าเขื่อนห้วยกุ่ม น้ำจากโรงไฟฟ้า จะผ่านอำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ แล้วไปบรรจบกับลำน้ำเชิญที่อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ เอื้อประโยชน์ต่อการปลูกพืชฤดูแล้งกว่า 50,300 ไร่ โดยที่ลำน้ำเชิญและลำน้ำพรม มีโครงการชลประทานเพื่อการจัดการน้ำเข้าคลองชลประทานและมีโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้ากระจายอยู่ตามลำน้ำ เพื่อชักน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรและในการจัดการน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มน้ำพรม จะมีคณะกรรมการจัดสรรน้ำประกอบด้วยเขื่อนจุฬาภรณ์ ชลประทานจังหวัดชัยภูมิ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ ร่วมกันประชุมกำหนดแนวทางการจัดสรรน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำที่มีอยู่ และพื้นที่การเกษตรที่จะทำการประชุมทุกต้นฤดูแล้ง และต้นฤดูฝนในแต่ละปี


2.ด้านช่วยเหลือสังคม

         เขื่อนจุฬาภรณ์ ได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือสังคมที่อยู่รอบเขื่อน โดยเข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาชุมชน เช่น ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน สนับสนุนสาธารณูปโภค มอบทุนการศึกษา มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน โครงการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โครงการคลีนิคสุขภาพเพื่อชุมชนลุ่มน้ำพรม จัดฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพราษฎร โดยเปรียบเสมือนเป็นหนึ่งในครอบครัวเดียวกัน


3.ด้านการบรรเทาอุทกภัย

         ก่อนการสร้างเขื่อนฯ ในฤดูฝน น้ำจะท่วมอย่างรวดเร็วตามแนวลุ่มน้ำพรม ขยายพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ตั้งแต่อำเภอเกษตรสมบูรณ์ไปถึงอำเภอภูเขียว สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ไร่นา รวมทั้งถนนสัญจรเป็นอย่างมาก แต่ภายหลังจากการสร้างเขื่อนแล้ว ภาวะน้ำท่วมได้ลดลงไป จนเกือบกล่าวได้ว่าเกิดขึ้นน้อยมาก

 


4.ด้านการประมง

         อ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ เป็นแหล่งประมงที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งในแต่ละปี กฟผ. เขื่อนจุฬาภรณ์ มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเรื่อยมา อาทิเช่น ปลาบึก ปลานิล ปลาใน ปลายี่สกเทศ และกุ้งก้ามกราม โดยตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำไม่น้อยกว่า 30 ล้านตัว และรวมปริมาณปลาที่จับได้ไม่น้อยกว่า 9 แสนกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท


5.ด้านการท่องเที่ยว

         จากสถานที่ของตัวเขื่อนจุฬาภรณ์ ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางกว่า 750 เมตร ทำให้มีธรรมชาติที่สวยงาม สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จนได้สมญาว่า “ สวิตเซอร์แลนด์ของไทย” นอกจากนี้ เขื่อนจุฬาภรณ์ยังมีบ้านพักรับรอง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแรมได้กว่า 230 เตียง ร้านอาหารเรือนน้ำพรม อาคารสัมมนา สนามกอล์ฟ สนามกีฬา บริการเรือชมทิวทัศน์รอบอ่างเก็บน้ำ บริการให้เช่าจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว มีสถานที่กางเต็นท์และแคมป์ไฟ มีพืชโบราณ 325 ล้านปี ซึ่งเป็นตระกูลหญ้า มี 2 สายพันธุ์ คือ สามร้อยยอด และสนหางม้าหรือหญ้าถอดปล้อง เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ การผลิตพลังงานไฟฟ้า ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ของบุคคลทั่วไป เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิอีกด้วย โดยสถิติการเข้าชมเขื่อนจุฬาภรณ์ เฉลี่ยปีละประมาณ 80,000 คน สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถติดต่อขอใช้บริการได้ที่ บ้านพักรับรองเขื่อนจุฬาภรณ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ 36180 โทรศัพท์ 044-861669 ต่อ 4000 Fax 044-861668 มือถือ 085-4914464 Facebook / บ้านพักรับรองเขื่อนจุฬาภรณ์

 


6.ด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า

         โรงไฟฟ้าเขื่อนจุฬาภรณ์ ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 2 เครื่อง ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 20,000 กิโลวัตต์ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 40,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 100 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง และเขื่อนแห่งนี้ ยังเป็นเขื่อนที่มีอุโมงค์ส่งน้ำเข้าโรงไฟฟ้าที่ยาวที่สุดถึง 3.2 กิโลเมตรและมีท่อส่งน้ำอีก 1.55 กิโลเมตร สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 7,026,558 ล้านหน่วย มูลค่าของพลังงานการผลิตไฟฟ้าที่ผลิตได้ สามารถทดแทนการนำเข้าน้ำมันเตา คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,160,872 ล้านบาท

 

         ตลอดระยะเวลา 45 ปี เขื่อนจุฬาภรณ์ เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า เสริมสร้างความมั่นคงในระบบ และระบายน้ำเพื่อการเกษตร โดยตอบสนองความต้องการและอำนวยคุณประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ให้แก่ประชาชน และประเทศชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา คงเป็นบทพิสูจน์ถึงภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบของเขื่อนจุฬาภรณ์ ได้เป็นอย่างดี และไม่ว่าเวลาจะผ่านเลยไปอีกนานเท่าใด เขื่อนจุฬาภรณ์ จะยังคงอำนวยคุณประโยชน์เช่นนี้สืบไป