016.jpg

         กฟผ. จัดประชุมวิชาการร่วมกับ Japan Electric Power Information Center, Inc. (JEPIC) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 เพื่อหารือถึงสถานการณ์ไฟฟ้า นโยบายการดำเนินงาน รวมถึงผลกระทบจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

         นายภัทรพงศ์ เทพา ผู้ช่วยผู้ว่าการนโยบาย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานเปิดการประชุมความร่วมมือทางวิชาการ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2561 ระหว่าง กฟผ. กับ Japan Electric Power Information Center, Inc. (JEPIC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 12 มิถุนายน 2561 โดยมี Mr.Motomi Iki Managing Director JEPIC พร้อมด้วยผู้แทน กฟผ. และผู้แทน JEPIC ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นับเป็นการประชุมที่จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 นับตั้งแต่ปี 2551 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการหารือระหว่างกัน ทั้งในเรื่องนโยบาย สถานการณ์ด้านไฟฟ้าในประเทศไทยและญี่ปุ่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าร่วมกัน ณ ห้อง 201 อาคาร ท.100 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

         กฟผ. และ JEPIC มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด รวมถึงความร่วมมือในด้านต่างๆ จนเปรียบเสมือนมิตรสหาย และนำมาสู่การประชุมวิชาการร่วมกัน ซึ่งได้ดำเนินการประชุมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในปัจจุบันสถานการณ์และเทคโนโลยีทางด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงไป และส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตไฟฟ้า แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าในเรื่องพลังงานไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว เช่น Energy Storage System (ESS) รถ EV เทคโนโลยีด้าน Blockchain เป็นต้น โดยมองว่าเป็นโอกาสและความท้าทายขององค์การ ที่จะเดินต่อไปข้างหน้าท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว โดยการประชุมในครั้งนี้จะได้มีการแบ่งปันประสบการณ์ในการดำเนินการระหว่างกัน

         Mr.Motomi Iki กล่าวว่า ในช่วง 3 – 4 ปี ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมด้านไฟฟ้าเป็นอย่างมากและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกองค์การไฟฟ้าในทุกประเทศ ต่างก็ต้องปรับตัวเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยมองว่ามี 3 หัวข้อหลักที่สำคัญ คือ 1. Carbonization การที่โลกมุ่งไปสู่พลังงานทดแทน ซึ่งหน่วยงานด้านการผลิตไฟฟ้าก็ต้องเข้าไปดูแล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากความไม่มั่นคงในการผลิตไฟฟ้า 2. Decentralize การกระจายการควบคุมระบบไฟฟ้า / ไม่รวมศูนย์ หมายถึง การนำระบบ Smart Grid มาใช้ เพื่อให้ในแต่ละพื้นที่มีการบริหารจัดการเรื่องฟ้าในพื้นที่นั้นๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งระบบหลัก ต้องมีการปรับระหว่างเทคโนโลยีใหม่และเก่าเข้าด้วยกัน และ 3. Digitalization การพึ่งพาระบบดิจิทัลมากขึ้น โดยมีระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยดำเนินงานในด้านต่างๆ ทั้งนี้ หน่วยงานด้านการไฟฟ้าของทุกประเทศ จะต้องรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว เพื่อดูแลรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าเพื่อประชาชน