20180622-ART02-01

          เรือหัวโทงวิ่งฝ่าเปลวแดดและกระแสน้ำในคลองเหนือคลอง เพื่อพาพวกเราแล่นลิ่วไปชมธรรมชาติสองข้างทางที่เขียวครึ้มด้วยทิวป่าชายเลน กระชังปลาพื้นบ้านมีให้เห็นเป็นระยะๆ เรือหาปลาลำเล็กแล่นสวนไปมา แล้วจู่ๆ เสียงเรือยนต์เริ่มผ่อนลง ๆ เมื่อหัวเรือเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายคาของป่าชายเลน

20180622-ART02-14

          เรากะคร่าว ๆ ด้วยสายตาว่าโกงกางในป่านี้น่าจะสูงสัก 10-15 เมตร ทอดเงาก่ายกอดกันไปมากับพรรณไม้อื่นๆ กระแสลมลอดตัวผ่านกิ่งไม้ส่งไอเย็นชุ่มชื้นมากระทบผิวเรา เฮ้ย…นี่มันห้องแอร์ (ธรรมชาติ) ชัดๆ

ทำไมต้องช่วยกันปลูกป่าชายเลน

20180622-ART02-05

          แน่นอนล่ะว่าป่าชายเลนมีคุณค่ามหาศาล มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ ทั้งป่าโกงกาง ตะบุน จาก แสม จึงเป็นที่อยู่อาศัยของกุ้งหอยปูปลา ซึ่งกลายมาเป็นอาหารและสร้างรายได้ให้มนุษย์ เป็นแหล่งพืชผักและพืชสมุนไพร ทั้งยังเป็นแนวกันภัยธรรมชาติอย่างสึนามิและกระแสลมจากพายุได้ สำคัญสุดคือ ป่าชายเลนเป็นเครื่องกรองน้ำโดยใช้รากที่งอกเหนือพื้นดิน คอยดักกรองสิ่งปฏิกูลและสารมลพิษต่างๆ จากบนบกไม่ให้ลงสู่ทะเล และยังเป็นเครื่องฟอกอากาศชั้นดีเพราะมีการสังเคราะห์แสง ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนทำให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่น

20180622-ART02-07

          เมื่อฟังคำบอกเล่าของนายหัวเรือ สมาแอ หวังสง่า หัวหน้ากลุ่มประมงของบ้านควนต่อ ถึงภาพอดีตของป่าชายเลนที่นี่กับภาพตรงหน้า มันช่างต่างกันเหลือเกิน!!

ชีวิตอัตคัดเมื่อป่าถูกทำลาย

20180622-ART02-06

          ย้อนไปหลายปีก่อนในพื้นที่หมู่ 3 ชุมชนบ้านควนต่อ ต.คลองเขม้า และหมู่ 6 ชุมชนบ้านหลังดา ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ต้องเผชิญวิกฤติทางธรรมชาติอย่างหนัก เมื่อป่าชายเลนในชุมชนถูกทำลายจากการบุกรุกเพื่อทำนากุ้งและตัดไม้โกงกางเพื่อเผาถ่าน บนพื้นฐานของความจำเป็นที่ต้องเลี้ยงปากท้อง โดยไม่คาดคิดถึงสิ่งที่จะตามมา

          “อาชีพดั้งเดิมของคนที่นี่คือ ทำประมง ลงโพงพาง ทำอวนรุน ต่อมาเริ่มตัดไม้ส่งเข้าโรงงานเผาถ่าน จำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ ป่าชายเลนมีเป็นพัน ๆ ไร่ โรงเผาถ่านมีมากกว่าสิบแห่ง พอปี 2540 รัฐบาลประกาศห้ามตัดไม้เผาถ่าน ห้ามทำประมงด้วยโพงพาง ด้วยอวนรุน ชาวบ้านก็ไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีใครเข้ามาดูแล ให้ความรู้ คราวนี้เลยแยกย้ายกันทำเตาเผาเอง ยิ่งกลายเป็นปัญหา แต่นั่นเป็นการต่อสู้เพื่อปากท้องโดยชุมชน”

          สมาแอเล่าต่อว่า ไม่นานนักนายทุนนากุ้งเริ่มเข้ามาซื้อที่ดิน มีการรุกป่าชายเลนเพื่อทำนากุ้ง บางคนซื้อที่ 5 ไร่แต่บุกป่าชายเลนไป 20-30 ไร่ จากสิบเจ้าเริ่มเป็นร้อยๆ เจ้า “ตอนนั้นป่าเสื่อมโทรมหนักมาก กลายเป็นป่าหมดสภาพ ความเป็นอยู่ของชุมชนยิ่งอัตคัด”

คนฟื้นป่า ป่าฟื้นชุมชน

20180622-ART02-04

          เมื่อไม่มีป่าชายเลนให้พักพิง กุ้ง หอย ปู ปลาที่เคยจับกินจับขายก็ไม่มี คนในหมู่บ้านเริ่มทยอยไปทำงานที่อื่น “ผมกับชาวบ้านร้อยกว่าคนจึงยื่นเรื่องไปที่นายอำเภอ ของบประมาณมาช่วยส่งเสริมอาชีพในเบื้องต้น ทั้งเลี้ยงปลาในกระชัง เลี้ยงแพะ เลี้ยงเป็ดไก่ ได้มาคนละ 2 หมื่นบาท”

          ขณะที่อีกด้านของการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนกว่า ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สนับสนุนงบประมาณในการปลูกและบำรุงรักษาอีก 5 ปี เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ เกิดเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการปลูกป่าชุมชนบนพื้นที่ 500 ไร่ ที่ชุมชนบ้านควนต่อเป็นแห่งแรกเมื่อปี 2548

20180622-ART02-09

          “ชุมชนช่วยกันเก็บลูกโกงกางมาเพาะ อีกส่วนช่วยกันสางป่า ระดมแรงกันปลูกป่า มีเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้เรื่องการปลูกและดูแลรักษาป่าชายเลน หลังจากนั้น กฟผ. ก็ส่งเจ้าหน้าที่มาลงพื้นที่ร่วมกับชาวบ้านเพื่อติดตามการเติบโตของป่าที่ปลูก ทำแบบนี้ทุกปี ตลอดระยะเวลา 6 ปี ฝ่ายราชการก็ช่วยส่งเสริมอาชีพไปด้วย ทำให้ชุมชนเริ่มฟื้นตัวได้อีกครั้ง”

ซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชน

          ความร่วมใจกันฟื้นฟูผืนป่าที่มีความสำคัญต่อชีวิต โดยชุมชนและ กฟผ. ทำให้การปลูกป่าชายเลน 500 ไร่ ในตำบลคลองเขม้าเมื่อแรกเริ่ม ขยับขยายกลายเป็น 4,200 ไร่ ไปยังชุมชนอื่นๆ ในตำบลคลองตลิ่งชันเมื่อปี 2550 นับเป็นป่าชายเลนผืนใหญ่ที่สุดของจังหวัดกระบี่ สมาแอเล่าถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนในวันนี้ที่ไม่ใช่แค่สัตว์น้ำสัตว์บกที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเพิ่มมวลความสุขให้ชุมชนด้วย

20180622-ART02-02

          “10 กว่าปีที่เราช่วยกันปลูกป่าชายเลน ตอนนี้ต้นไม้สูงใหญ่สัก 10-15 เมตรได้แล้วนะ สภาพป่าร่มรื่นและอุดมสมบูรณ์มาก เมื่อก่อนต้องใช้เรือไปหาปูหาปลา หอยจุ๊บแจง หอยตาแดง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเลย แค่เดินเข้าป่าไปก็หาได้ โดยเฉพาะช่วง 12-15 ค่ำ มีปูดำก้ามใหญ่ๆ ให้จับขาย ราคาดีมาก กิโลละ 500 บาท”

20180622-ART02-10

20180622-ART02-11

          “ในป่าชายเลนยังมียาสมุนไพรหลายอย่าง เช่น ต้นแก้มหมอเลหรือเหงือกปลาหมอ เอามาสับ ๆ แล้วต้ม แล้วใช้น้ำต้มนี่แหละอาบช่วยแก้คันแก้แพ้ได้ ยอดโกงกางก็กินได้ ลำต้นใช้ทำเสาบ้านได้ ใบจากเอามาทำหลังคา เดี๋ยวนี้มีนก ลิงแสม มีค่างแว่นมาเพิ่ม ใครไม่เคยเห็นมาดูที่นี่ได้ ป่าชายเลนสำหรับคนที่นี่จึงเป็นเหมือนร้านสะดวกซื้อเพราะมีทุกอย่าง”

          ทุกวันนี้แต่ละชุมชนที่ช่วยกันปลูกป่าจึงมีข้อตกลงในการใช้ประโยชน์จากป่าร่วมกัน สำหรับบ้านควนต่อมีกติกาว่าถ้าใครจะไปตัดไม้ต้องแจ้งให้คณะกรรมการชุมชนทราบ และต้องปลูกป่าทดแทนเท่าจำนวนที่ตัดไปหรือมากกว่าทุกครั้ง

ปลูกป่าในหัวใจของชุมชน

          อ.สวาสดิ์ เถาว์กลอย กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นคนพื้นที่เหนือคลองโดยกำเนิด และเป็นที่ปรึกษาแก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้ากระบี่ ได้ติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชิดโรงไฟฟ้ามาโดยตลอด กล่าวถึงผลกระทบเชิงบวกของการจัดการเชิงนิเวศว่า

20180622-ART02-08

          “ทุกวันนี้การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ต้องเอาจริงเอาจัง กรณีของหมู่ 3 กับหมู่ 6 นี่มีความชัดเจน มีการบริหารจัดการเชิงนิเวศวิทยาที่ดี การประมงพื้นบ้านเริ่มเข้าสู่วิถีเชิงบวก ทั้งการเลี้ยงปู เลี้ยงปลาในกระชัง หรือเลี้ยงกุ้ง ทำกันในครัวเรือน ลักษณะอย่างนี้ต้องมีการดูแลรักษาป่าชายเลนที่ดี เมื่อป่าชายเลนดีแล้วจะเป็นเครื่องกรองน้ำกรองอากาศให้ชุมชน ส่วนหนึ่งก็เพราะ กฟผ. เข้ามาสนับสนุนให้ปลูกป่า แล้วยังสอนความรู้อื่นๆ แก่ชุมชน สอนเรื่องอาชีพให้ ออกค่าข้าวค่าอาหารให้เวลาพานักเรียนไปปลูกป่า เป็นการปลูกป่าในหัวใจของพี่น้องชาวบ้าน ซึ่งทำให้การปลูกป่านั้นยั่งยืนกว่า”

20180622-ART02-13

          จากฝันร้ายกลายเป็นดีของชุมชนบ้านควนต่อและบ้านหลังดาในอำเภอเหนือคลองที่สามารถพลิกฟื้นป่าชายเลน ซึ่งป่วยหนักเข้าขั้นโคม่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เป็นที่พึ่งพิงให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน พร้อมช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ที่สำคัญชาวบ้านได้ตระหนักถึงความสำคัญและร่วมกันดูแลรักษาป่าชายเลน นับตัวอย่างที่ดีในการอยู่ร่วมกันของโรงไฟฟ้า กับชุมชน และความสุขของชาวบ้านที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างแท้จริง

พี่ต้า และน้องครีม ต้นกล้าแห่งบ้านท่ามะพร้าว

20180622-ART02-17

          ในอดีตชุมชนบ้านท่ามะพร้าว อำเภอคลองท่อม จ.กระบี่ ก็ไม่ต่างจากชุมชนอื่นๆ ในอำเภอเหนือคลอง ที่เคยประสบปัญหาป่าชายเลนถูกทำลายเพราะทำนากุ้งและตัดไม้เผาถ่าน แต่ด้วยความเข้มแข็งของชุมชน บวกแรงสนับสนุนช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึง กฟผ. สามารถพลิกฟื้นคืนชีวิตให้ป่าชายเลนร่วม 1 พันไร่ ได้กลับมาเป็นบ้านที่ร่มรื่นน่าอยู่ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชน และเป็นห้องเรียนธรรมชาติให้เด็กๆ ไปพร้อมกัน

20180622-ART02-03

          “ที่นี่มีกิจกรรมดูแลป่าทุก 8 ค่ำ 9 ค่ำ ซึ่งเป็นช่วงน้ำตายคือ มีน้ำขึ้นลงน้อย ชาวบ้านจะลงไปลุยสำรวจป่า ดูว่ามีการเสื่อมโทรมส่วนไหนบ้าง ควรจะปลูกเสริมหรือสางป่าตรงไหน แล้วชักชวนโรงเรียน ชวนเยาวชนไปช่วยกันปลูกป่า ที่นี่เราจะใช้ระบบจิตอาสา ไม่มีการจ้าง แต่เราจะสร้างจิตสำนึกให้เด็กรุ่นต่อรุ่นได้เห็นความสำคัญของผืนป่า มีการอบรมเข้าค่ายทุกปีในช่วงเดือนพฤษภาคม ตัวต้าเองทำมาตั้งแต่อยู่ชั้นประถม เป็นรุ่นที่ 1 ตอนนี้อายุ 31 ปีแล้วก็ยังทำอยู่”

          ส่วนน้องครีมเป็นเยาวชนรุ่นที่ 8 ที่เข้ามาช่วยดูแลป่าชุมชน “เดิมทีหนูไม่รู้ว่าที่นี่เป็นป่าอะไรพวกนี้ พอพี่ต้าชวนมาเข้าค่ายอบรม ทุกปีเราจะมาสำรวจต้นไม้ตั้งแต่โคนต้นถึงปลายว่าแต่ละต้นสูงไปแค่ไหน มาช่วยเก็บฝัก ช่วยกันปลูก ได้รู้ว่าพ่อแม่ของเราหรือชุมชนใกล้เคียงมีรายได้มาจากป่านี้ พอมาทำแล้วรู้สึกภูมิใจที่ได้มาช่วยพัฒนาและฟื้นฟูป่ากลับมา”

ของฝากจากป่าชายเลนกระบี่

20180622-ART02-12

          นอกจากกุ้ง หอย ปู ปลาที่ทำให้อิ่มท้อง สร้างรายได้ และกระจายความสุขให้ชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์จักสานจากใบเตยปาหนัน พรรณไม้มากประโยชน์ที่จะเจริญเติบโตได้ดีในป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ บวกด้วยฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนบ้านวังหิน ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม กลายเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของกระบี่ มีให้เลือกซื้อเลือกใช้หลากหลายรูปแบบเลยทีเดียว

20180622-ART02-15

20180622-ART02-16