011.jpg

         กฟผ. สนพ. และคณะกระทรวงพลังงานฯ มาเลเซีย ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองด้านพลังงาน ในประเด็นแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2015) แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) และการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (DSM) ของ กฟผ. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

         เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) พร้อมด้วยผู้แทนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำโดย นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ กฟผ. และนายสุวิทย์ กฤษดำ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า กฟผ. ให้การต้อนรับคณะจากกระทรวงพลังงานเทคโนโลยีสีเขียวและน้ำ ประเทศมาเลเซีย นำโดย Ir. Mohd Zaini Abu Hassan รองปลัดกระทรวงพลังงานฯ ประเทศมาเลเซีย เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558 – 2579 หรือ PDP 2015 แผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 – 2579 และการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (DSM) ของ กฟผ. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

         นายทวารัฐ สูตะบุตร ผอ.สนพ. กล่าวว่า สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ณ เดือนเมษายน 2018 ประเทศไทยมีกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศรวม 46,275 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าจาก กฟผ. ร้อยละ 34 ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ร้อยละ 32 ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) ร้อยละ 17 ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก (VSPP) ร้อยละ 8 และนำเข้าจากต่างประเทศ ร้อยละ 9 ในส่วนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558 – 2579 หรือ PDP 2015 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงแผนดังกล่าว โดยการปรับปรุงแผน PDP ฉบับใหม่ ต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. ความมั่นคงด้านพลังงาน ทั้งในด้านการไม่พึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป การพัฒนาระบบสมาร์ทกริดเพื่อรองรับการใช้พลังงานทดแทน และต้องมีโรงไฟฟ้าอย่างเพียงพอเพื่อสร้างความมั่นคงของพลังงานรองรับในกรณีฉุกเฉิน 2. ราคาที่เป็นธรรม และ 3. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า โดยลดการใช้เชื้อเพลิง รวมถึงส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเกิดการอนุรักษ์พลังงาน

         สำหรับแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 – 2579 หรือ EEP 2015 มีการใช้มาตรการผสมผสานทั้งการบังคับ (Push) ด้วยมาตรการกำกับดูแลผ่านพระราชบัญญัติการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และ พ.ศ. 2550 ควบคู่กับการจูงใจ (Pull) ด้วยมาตรการทางการเงิน โดยการสนับสนุน ช่วยเหลือ อุดหนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีเป้าหมายในการตระหนักถึงเจตจำนงของ APEC ที่มีเป้าหมายร่วมในการลดความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ลงร้อยละ 45 ในปี พ.ศ. 2578 และตระหนักถึงเจตจำนงของ UNFCCC ในการประชุม COP 20 ที่ประเทศไทยได้เสนอเป้าหมาย NAMAs ในปี พ.ศ. 2563 จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งและภาคพลังงาน

         ในส่วนของการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าของ กฟผ. นั้น กฟผ. ได้เริ่มดำเนินการเรื่องการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งการดำเนินงานช่วงแรกนั้น กฟผ. ใช้งบประมาณจากธนาคารโลก และกู้เงินจากกองทุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจโพ้นทะเลแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ OECF (Oversea Economic Cooperation Fund of Japan) ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา กฟผ. ได้ใช้งบประมาณของตนเองในการดำเนินงาน DSM โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีความรู้ความเข้าใจ และมีจิตสำนึกในการประหยัดไฟฟ้า สนับสนุนและแสวงหาเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดไฟฟ้าและบริหารการใช้ไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้และประเทศชาติโดยรวม โดยการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคือ โครงการฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และการเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นหลอดประหยัดพลังงาน ร่วมถึงโครงการห้องเรียนสีเขียว ที่ส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักพลังงานไฟฟ้าและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

         ทั้งนี้ ทางคณะกระทรวงพลังงานเทคโนโลยีสีเขียว และน้ำ ประเทศมาเลเซีย ได้มีกำหนดเดินทางมาพบปะหารือกับผู้บริหารของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงพลังงาน รวมถึง กฟผ. ระหว่างวันที่ 25 - 28 กรกฎาคม 2561 เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงานที่สำคัญ อันเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างสองประเทศ