035.jpg

         คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดงานสัมมนาการเตรียมความพร้อมต่อนวัตกรรม Blockchain ทางเลือกใหม่ของผู้ใช้ไฟฟ้า โดยมี นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ ในฐานะโฆษก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับเชิญร่วมเสวนา Consumer to Prosumer เสนอ 5 ทางเลือกให้ระบบไฟฟ้ายืดหยุ่น รองรับ Prosumer ในอนาคต

         คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้จัดงานสัมมนา “การเตรียมความพร้อมต่อนวัตกรรม Blockchain ทางเลือกใหม่ของผู้ใช้ไฟฟ้า” โดยมี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. คนที่ 2 เป็นประธานเปิดการสัมมนา มี พลเอกสกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สนช. กล่าวรายงานการสัมมนา ในการนี้ นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี ในฐานะโฆษก กฟผ. ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ Consumer to Prosumer กับ นายสมพงษ์ ปรีเปรม รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ รองผู้ว่าการวิชาการและบริหารพัสดุ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และนายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) โดยมี พลอากาศเอกเมธา สังขวิจิตร ประธานคณะทำงานพิจารณาดำเนินการจัดสัมมนาฯ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ทั้งนี้ มีผู้ร่วมรับฟังการสัมมนา ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไฟฟ้า สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมรับฟังจำนวนกว่า 350 คน ณ ห้องจูปิเตอร์ ชั้น 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561

         นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี ในฐานะโฆษก กฟผ. กล่าวในประเด็นความมั่นคงของระบบไฟฟ้าเมื่อมี Prosumer ว่า Prosumer หมายถึง ผลิตโดยผู้บริโภค หรือ Production by Consumer นั่นคือการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองจากหลังคาบ้านตนเองด้วยแผงโซลาร์เซลล์ สามารถจำหน่ายให้กับบ้านข้างเคียงผ่านระบบสายส่งของการไฟฟ้าได้เมื่อเปิดเสรี โดยบทบาทของผู้ใช้ไฟฟ้า (ผู้บริโภค) จะเปลี่ยนไปเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค หรือ Prosumer โดยเมื่อพฤติกรรมความต้องการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไป มีการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ในระบบปริมาณมากขึ้น ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากระบบหลักลดลงในช่วงกลางวัน เกิดปรากฏการณ์ Duck Curve โดย กฟผ. จะพบสภาพการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่มีความต้องการไฟฟ้าต่ำ Peak ของระบบเปลี่ยนจากช่วงบ่ายเป็นช่วงเวลากลางคืน ดังนั้น จะต้องมีการจัดสรรโรงไฟฟ้าให้เพียงพอให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงที่พลังงานแสงอาทิตย์หมดไป

         สำหรับทางเลือกที่จะทำให้ระบบไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นรองรับ Prosumer มีประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1) สัญญาการซื้อขายพลังงาน ต้องปรับเงื่อนไขสัญญาการซื้อเชื้อเพลิงระยะยาวและเงื่อนไขสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น 2) โครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายไฟฟ้า มีการปรับปรุงความสามารถในการส่งจ่ายไฟฟ้าของระบบส่ง / ระบบจำหน่าย และระบบป้องกันให้มีความเหมาะสม 3) การผลิตไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น การเดินเครื่องโรงไฟฟ้าในเวลาที่รวดเร็วขึ้น และลดการเดินเครื่องได้ที่ค่าต่ำกว่าเดิม 4) การบริหารจัดการด้านผู้ใช้ไฟฟ้า มีการปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ไฟฟ้า และ 5) การกักเก็บพลังงาน ที่จะต้องกักเก็บพลังงานในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อยและจ่ายไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง รวมถึงสามารถตอบสนองความผันผวนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การเตรียมการรองรับ Prosumer จะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งผู้กำกับดูแล ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ผลิตไฟฟ้าทั้งในส่วนของ กฟผ. และผู้ผลิตไฟฟ้า IPP, SPP, VSPP ภาคเอกชน ผู้จ่ายพลังงานทั้ง 3 การไฟฟ้า ได้แก่ กฟผ. กฟภ. และ กฟน. และผู้ที่เป็น Prosumers และ Consumers ในส่วนของบ้านพักที่อยู่อาศัย ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่

         ทั้งนี้ การสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยี Blockchain ในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมต่อนวัตกรรม Blockchain ทางเลือกใหม่ของผู้ใช้ไฟฟ้า” จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการเตรียมความพร้อม และผลกระทบในด้านต่างๆ การกำกับดูแล การออกกฎหมาย กฎระเบียบ รวมทั้งแนวทางการเตรียมปรับเปลี่ยนผู้ใช้ไฟฟ้ามาเป็นผู้จำหน่าย หรือจาก Consumer to Prosumer ในระบบ Blockchain นับเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศเพื่อรองรับเทคโนโลยีทางเลือกใหม่ของผู้ใช้ไฟฟ้าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป