รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติแผนพัฒนาพลังงาน (Basic Energy Plan) ฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา มุ่งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนผลิตไฟฟ้า พร้อมย้ำความสำคัญของพลังงานนิวเคลียร์และถ่านหินในฐานะโรงไฟฟ้าหลักที่รักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ

20180709 PRE01 01

คณะรัฐบาลของญี่ปุ่นในการประชุมเพื่ออนุมัติแผนพัฒนาพลังงานฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561

         ญี่ปุ่นประกาศใช้แผนพัฒนาพลังงานฉบับล่าสุด ซึ่งเป็นฉบับที่ 5 หลังกฎหมายระบุให้ต้องมีการทบทวนและปรับปรุงแผนพลังงานทุก 2-3 ปี โดยในแผนดังกล่าวได้กำหนดนโยบายพลังงานของประเทศทั้งในระยะกลางและระยะยาว และนับเป็นแผนฉบับที่ 2 ที่ประกาศใช้ในสมัยของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แผนพลังงานฉบับล่าสุดนี้ประกาศเจตนาจะใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์และลม เป็นแหล่งพลังงานสำคัญ แม้จะมีการระบุว่า การบังคับนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้จำนวนมากมีข้อจำกัดด้านสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ทั้งนี้ ในแผนยังกำหนดว่าการใช้พลังงานหมุนเวียนต้องควบคู่ไปกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่เก็บพลังงานและไฮโดรเจนด้วย

         ในแผนฉบับปรับปรุงใหม่นี้ยังระบุด้วยว่า ญี่ปุ่นจะยังพึ่งพาถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลัก (baseload) ในการผลิตไฟฟ้า แม้จะมีการตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 80 ในปี 2593 เมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อยในปี 2556

         ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างน้อย 8 โรงที่เพิ่มเข้าระบบ และยังมีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มอีก 36 โรงในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง ปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินแบบดั้งเดิมถึงครึ่งหนึ่ง

         เมื่อปี 2557 รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ตัดสินใจหันกลับมาสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง นับเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน ที่ตั้งเป้าจะเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์ภายในปี 2582 เนื่องจากความกังวลของสาธารณะชน หลังจากที่เกิดเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเมื่อปี 2554 ที่ส่งผลให้ต้องหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วประเทศ มีการทบทวนกฎความปลอดภัยใหม่ และบังคับให้ต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยโรงไฟฟ้าก่อนจะกลับมาเดินเครื่อง ซึ่งในแผนฉบับใหม่ล่าสุดนี้ ยังคงให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นลำดับแรก และระบุว่าจะลดการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ “ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

20180709 PRE01 02

เป้าหมายสัดส่วนการใช้พลังงานผลิตไฟฟ้าในปี 2573 ของญี่ปุ่น
http://biomassmagazine.com/articles/14856/biomass-in-japanundefineds-best-energy-mix

         แผนพลังงานฉบับปรับปรุงใหม่ตั้งเป้าสัดส่วนการใช้พลังงานผลิตไฟฟ้าในปี 2573 ว่าจะประกอบด้วยนิวเคลียร์ร้อยละ 20-22 พลังงานหมุนเวียนร้อยละ 22-24 และถ่านหินร้อยละ 26 ซึ่งยังอยู่ในระดับเดียวกับแผนฉบับก่อนหน้าที่ประกาศใช้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างน้อย 30 เครื่องต้องกลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า เพื่อให้ได้ตามเป้าสัดส่วนที่ตั้งไว้ ซึ่งปัจจุบันมีแค่ 8 เครื่องเท่านั้นที่เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า โดยเครื่องที่ 9 คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Genkai โรงที่ 4 กำหนดกลับมาเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ มีบริษัทผลิตไฟฟ้าบางแห่งเริ่มนำแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงใหม่กลับมาพัฒนาใหม่อีกครั้ง เช่น Tokyo Electric Power Co. Holdings Inc. (TEPCO) ที่มีแผนจะเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Higashidori จำนวน 2 โรง กำลังผลิตรวม 2,770 เมกะวัตต์ หลังโดนระงับไปเมื่อเกิดเหตุกับโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ

20180709 PRE01 03

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Genkai โรงที่ 4 (ซ้ายมือ) มีกำหนดจะกลับมาเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในเดือนกรกฎาคมนี้
https://www.japantimes.co.jp/news/2017/09/15/national/kyushu-electric-plans-restart-genkai-no-4-reactor-march/#.W0Lhz9IzZaQ

         พลังงานนิวเคลียร์จึงยังนับว่าเป็นส่วนสำคัญต่อยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ในสมัยนายกรัฐมนตรีอาเบะ ซึ่งในแผนได้ระบุว่า “ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพลังงานนิวเคลียร์และการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ”

         ส่วนแผนการเพิ่มกำลังผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับข้อกังวลที่ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะสูงกว่าปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ หลังจากที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หยุดเดินเครื่อง โดยแผนยุทธศาสตร์ถ่านหินของญี่ปุ่นได้รวมถึงการสนับสนุนเทคโนโลยีถ่านหินใหม่ ๆ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่ง Japan Coal Energy Center และบริษัท Kawasaki Heavy Industries จะใช้เงินลงทุน 9 ล้านเหรียญสหรัฐ พัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน ที่เมืองจิลเล็ต รัฐไวโอมิง ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยญี่ปุ่นได้เซ็นสัญญาความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐไวโอมิง

         นอกจากนั้น ญี่ปุ่นยังร่วมทำวิจัยเปลี่ยนถ่านหินให้เป็นก๊าซไฮโดรเจน เพื่อใช้กับรถยนต์ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท Kawasaki Heavy Industries และประเทศออสเตรเลีย ใช้งบวิจัย 390 ล้านเหรียญสหรัฐพัฒนาโครงการนำร่องที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร

ข้อมูลจาก

- Nuclear reactor restarts likely as Cabinet OKs new energy plan
http://www.asahi.com/ajw/articles/AJ201807030061.html

- Japan’s New Energy Plan Commits to Renewables—And Nuclear and Coal, Too
http://www.powermag.com/japans-new-energy-plan-commits-to-renewables-and-nuclear-and-coal-too/