006.jpg

         กฟผ. นำผู้เชี่ยวชาญเขื่อนใหญ่ชาวสวิส ตรวจสอบเขื่อนวชิราลงกรณเป็นกรณีพิเศษ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าเขื่อนมั่นคงแข็งแรง แม้มีปริมาณน้ำในเขื่อนร้อยละ 93 พร้อมขยายเวลาการพร่องน้ำต่อเนื่องถึงวันที่ 3 กันยายนนี้ ตามมติคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

         นายนภฤทธิ์ ผดุงศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ - บริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้การต้อนรับคณะกรรมการตรวจสอบเขื่อนเป็นกรณีพิเศษ Dr.Martin Wieland อนุกรรมการแผ่นดินไหว องค์การเขื่อนใหญ่ระหว่างชาติผู้เชี่ยวชาญด้านเขื่อนใหญ่ระหว่างชาติ ชาวสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา

         นายนภฤทธิ์ ผดุงศรี เปิดเผยว่า “จากกรณีฝนตกหนักตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีปริมาณน้ำกักเก็บเกินร้อยละ 90 ของความจุอ่างเก็บน้ำ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเขื่อนวชิราลงกรณ คณะกรรมการตรวจสอบเขื่อนของ กฟผ. จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญเขื่อนใหญ่มาร่วมตรวจสอบเขื่อน เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชนในการดำเนินการของเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งได้มีการออกแบบก่อสร้างตามมาตรฐานสากล โดยมีหน่วยงานด้านบำรุงรักษาเขื่อน มาทำการตรวจสอบเขื่อนอย่างสม่ำเสมอ และครั้งนี้ได้เชิญผู้มีความเชี่ยวชาญเขื่อนใหญ่ เข้าร่วมตรวจสอบเขื่อนด้วยสายตาและข้อมูลเครื่องมือวัดสภาพโดยทั่วไปของเขื่อน พบว่าอยู่ในระดับปกติ และเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยอย่างแน่นอน จึงขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ ในความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน”

         สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) โดยข้อมูล ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2561 มีปริมาณน้ำในเขื่อน 8,221 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 93% ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 639 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีมติให้เร่งพร่องน้ำออกไปเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนในช่วงเดือนสิงหาคม และกันยายนนี้

         ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามมติคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เขื่อนวชิราลงกรณจึงขยายเวลาพร่องน้ำผ่านทางน้ำล้น (Spillway) วันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร และพร่องน้ำผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นวันละ 53 ล้านลูกบาศก์เมตร ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายน 2561 อาจส่งผลให้ลำน้ำท้ายเขื่อนจะมีปริมาณมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท้ายเขื่อนอย่างใกล้ชิด

         นอกจากนี้ กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ มีการรายงานแผนการระบายน้ำ ให้หน่วยงานราชการในจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี ทราบเป็นประจำทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ หากมีข้อสงสัย โปรดสอบถามข้อเท็จจริงโดยตรงที่ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ หมายเลข 0 2436 8739 หรือ 0 3459 9077 ต่อ 3110, 3111 และติดตามภาพสถานการณ์น้ำในเขื่อนจริงผ่านกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงที่ http://www.vrk.egat.com หรือ Application EGAT Water