002.jpg

         กฟผ. ร่วมกับ อีอาร์เอ็ม - สยาม จำกัด บริษัทที่ปรึกษาการจัดทำรายงาน EIA ของโครงการ FSRU จัดประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติในเวทีระดับจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาการประเมินผลกระทบ ร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ ร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการฯ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ต่อโครงการฯ ให้ครอบคลุมทุกประเด็นข้อห่วงกังวล ส่งผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

         นายกมล เชียงวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ในการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ (FSRU) ไปยังโรงไฟฟ้าพระนครใต้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในเวทีระดับจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีว่าที่พันตรี อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ. และบริษัท อีอาร์เอ็ม - สยาม จำกัด บริษัทที่ปรึกษาในการศึกษาและจัดทำรายงาน EIA นำเสนอข้อมูลผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ และร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ซึ่งมีผู้แทนของ กฟผ. หน่วยงานราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น สถาบันการศึกษา องค์กรเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมรับฟัง ตั้งแต่เวลา 08.30 - 12.00 น. ณ อาคารเอนกประสงค์ เทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา

         การจัดประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และร่างมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติของโครงการ FSRU ที่ได้นำข้อห่วงกังวลจากการประชุมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 มาดำเนินการศึกษาและกำหนดร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงผลการศึกษา ตลอดจนร่างมาตรการป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการให้ครอบคลุมทุกประเด็นข้อห่วงกังวลและส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ก่อนนำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อพิจารณาตามลำดับขั้นตอนต่อไป

         โครงการ FSRU ประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ (FSRU) พื้นที่อ่าวไทยตอนบน (2) โครงการท่าเทียบเรือ FSRU และ (3) โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจาก FSRU ไปยังโรงไฟฟ้าพระนครใต้ สำหรับการจัดประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ของโครงการ FSRU และโครงการท่าเทียบเรือ กำหนดจัดในวันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2561 ณ อาคารเอนกประสงค์ เทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่บริษัท อีอาร์เอ็ม - สยาม จำกัด ติดต่อ คุณพงศ์พชร พินิจปรีชา เบอร์โทรศัพท์ 0 267 95200

         คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม ครั้งที่ 5/2559 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ได้มอบหมายให้ กฟผ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ FSRU พื้นที่อ่าวไทยตอนบน ซึ่งเป็นโครงการแห่งแรกของประเทศไทย สำหรับรองรับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในปริมาณ 5 ล้านตันต่อปี เพื่อจัดส่งก๊าซธรรมชาติให้กับโรงไฟฟ้าพระนครใต้ จังหวัดสมุทรปราการ และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จังหวัดนนทบุรี รวมทั้งจัดส่งเข้าสู่โครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จและสามารถส่งก๊าซธรรมชาติให้กับโรงไฟฟ้าได้ในปี 2567 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้รับทราบมติการประชุมของ กพช. นี้ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561

         โครงการ FSRU ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ประเทศไทยมีผู้ประกอบการรายใหม่ในกิจการก๊าซธรรมชาติตลอดจนช่วยเพิ่มจุดเชื่อมต่อ (entry point) ให้กับระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเพิ่มความมั่นคงของระบบจัดหาและส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นพลังงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รองรับการเติบโตของประเทศไทยในอนาคต ถือได้ว่าจังหวัดสมุทรปราการมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาแหล่งพลังงานของประเทศไทย เนื่องจากสภาพพื้นที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสมมากที่สุด ในการเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางการขนส่งก๊าซธรรมชาติไปยังโรงไฟฟ้าพระนครใต้ และยังเป็นแหล่งรวมของกลุ่มที่พักอาศัย ย่านธุรกิจการค้าและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งก๊าซธรรมชาติที่นำเข้ามาจะมีส่วนช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่ได้เพียงพอกับความต้องการ