“Hekinan Thermal Power Station” หรือ “โรงไฟฟ้าพลังความร้อนเฮกินัน” ของบริษัท “Chubu Electric Power” เป็น “โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น” ตั้งอยู่ ณ อ่าวคินุอุระ เมืองเฮกินัน จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ห่างจากเมืองนาโกย่าไปทางใต้ 40 กิโลเมตร บนเนื้อที่ 2,080,000 ตารางเมตร แวดล้อมด้วยเมืองใหญ่ ชุมชนที่อยู่อาศัย แหล่งประมงชายฝั่งและตลาดซื้อขายสัตว์น้ำที่โด่งดังแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

อาหารทะเลสดๆ ที่ตลาดอาหารทะเลอิชชิกิ อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าเฮกินัน 6 กิโลเมตร

ผลไม้ท้องถิ่นสดๆ ที่ตลาดอาหารทะเลอิชชิกิ อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าเฮกินัน 6 กิโลเมตร

         โรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินันประกอบด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 5 หน่วย ตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกัน ได้แก่โรงไฟฟ้าเฮกินันหน่วยที่ 1–3 กำลังผลิตหน่วยละ 700 เมกะวัตต์ เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพานิชย์เมื่อปี พ.ศ.2534 โรงไฟฟ้าเฮกินันหน่วยที่ 4–5 กำลังผลิตหน่วยละ 1000 เมกะวัตต์ เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพานิชย์เมื่อปี พ.ศ.2544 รวมกำลังการผลิตทั้ง 5 หน่วย เท่ากับ 4,100 เมกะวัตต์

         โรงไฟฟ้าเฮกินันทั้ง 5 หน่วยผลิต ใช้เทคโนโลยีแบบ Supercritical ทำให้มีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่สูงและก่อมลพิษต่ำ เดินเครื่องเต็มกำลังผลิตตลอดเวลา จากนโยบายสมดุลพลังงานของญี่ปุ่นซึ่งให้โรงไฟฟ้าฐาน ประกอบด้วยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และถ่านหิน เดินเครื่องเป็นหลักเพื่อความมั่นคง ซึ่งภายหลังวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะ โรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเป็นหลักถูกปรับเปลี่ยนเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ LNG และเสริมด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วงเวลากลางวัน

         ด้านการใช้เชื้อเพลิง โรงไฟฟ้าเฮกินันนำเข้าถ่านหินเกรดบิทูมินัสและซับบิทูมินัส มาจากหลายแหล่ง ได้แก่ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย จีน สหรัฐอเมริกา และประเทศคู่สัญญาอื่นๆ จึงได้บริหารการแยกกองถ่านหินตามคุณภาพและแหล่งที่มา เพราะถ่านหินจากแต่ละแหล่งมีคุณสมบัติเฉพาะต่างกัน เช่น ค่าความร้อนและสิ่งปนเปื้อน การนำไปใช้งานจึงแตกต่างเช่นกัน ถ่านหินถูกขนส่งทางเรือขนาด 80,000 – 90,000 ตัน เฉลี่ยปีละประมาณ 130 เที่ยว ขนถ่ายผ่านท่าเรือของโรงไฟฟ้าเอง เพื่อเก็บสำรองไว้ในลานกองถ่านหินแบบเปิดโล่งขนาด 300,000 ตารางเมตร คิดเป็นความจุถ่านหิน 880,000 ตัน เพียงพอให้โรงไฟฟ้าเฮกินันสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องนาน 1 เดือน ซึ่งการขนถ่ายถ่านหินระหว่างท่าเรือ - ลานกองถ่านหิน - โรงไฟฟ้า ทั้งหมดจะใช้สายพานลำเลียง

ลานกองถ่านหินของโรงไฟฟ้าเฮกินัน

         นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าเฮกินันยังมีความพยายามที่จะนำเอาเชื้อเพลิงชีวมวลเข้ามาใช้ร่วมกับถ่านหิน เพื่อหวังผลในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเชื้อเพลิงที่นำมาทดลองผสมกับถ่านหินมา 2 ชนิด ได้แก่ 1.Woody biomass fuel หรือ “ไม้สับ” นำเข้าจากประเทศเวียดนาม ให้ความร้อนประมาณครึ่งหนึ่งของถ่านหิน นำมาผสมกับถ่านหินในปริมาณร้อยละ 3 แต่เนื่องจากเชื้อเพลิงชนิดนี้ก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น ค่าความร้อนไม่สม่ำเสมอ คุณภาพที่ไม่คงที่ การเกิดเขม่า ฯลฯ ภายหลังจึงยกเลิกการนำมาใช้ และ 2.Sludge carbonized fuel ตะกอนอินทรีย์สารจากโรงงานบำบัดน้ำเสีย ซึ่งส่งมาจากโรงงานบำบัดน้ำเสียภายนอก ให้ความร้อนสูง 2/3 ของถ่านหิน นำมาผสมกับถ่านหินในปริมาณร้อยละ 1 – 1.5 ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการทดลองใช้เพื่อศึกษาผลการใช้งาน รวมถึงข้อดีและข้อจำกัดต่างๆ

ภายในโรงไฟฟ้าเฮกินัน

         โรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินัน ได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรการจัดการกับของเสียจากโรงไฟฟ้าในทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด อาทิ 1. มีการตรวจสอบคุณภาพของเชื้อเพลิงถ่านหินที่นำเข้ามาใช้ในโรงไฟฟ้าทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าถ่านหินที่นำมาใช้มีคุณภาพตามมาตรฐานและมีสิ่งเจือปนต่ำ ส่งผลต่อการควบคุมมลพิษการเผาไหม้มีประสิทธิภาพตามไปด้วย 2. มีระบบควบคุมภาวะต่างๆ ในการเผาไหม้ให้สมบูรณ์ เพื่อให้เกิด Nitrogen oxide (NOx) ปริมาณต่ำที่สุด และ ติดตั้งอุปกรณ์ลด NOx ทำหน้าที่เปลี่ยน Oxide ของ Nitrogen ที่เป็นอันตราย ให้อยู่ในรูปของ Nitrogen ที่ไม่เป็นอันตราย และน้ำ 3. ติดตั้งอุปกรณ์ดักจับ Sulfur oxides (SOx) โดยการฉีดพ่นสารละลายหินปูนเข้าไปทำปฏิกิริยากับ Sulfur oxides (SOx) กระบวนการนี้จะทำให้เกิดเป็นยิปซัม (Gypsum) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายในวงการก่อสร้าง 4. ติดตั้งอุปกรณ์ดักจับฝุ่นจากกระบวนการผลิตโดยใช้เครื่องดักจับแบบไฟฟ้าสถิตประสิทธิภาพสูง ทำงานร่วมกันเพื่อดักจับฝุ่นในก๊าซไอเสียก่อนปล่อยออกสู่บรรยากาศ 5. ติดตั้งกำแพงกันลมที่ลานกองถ่านหินด้วยกำแพงกันลมเพื่อลดแรงลมที่ปะทะกองถ่านหินและป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่น 6. ฉีดพ่นน้ำเป็นละอองฝอยบนกองถ่านหินอยู่เป็นระยะ เพื่อลดการเกิดฝุ่นและป้องกันการลุกติดไฟเองของถ่านหินที่กองทับถมกัน ด้วยเหตุนี้โรงไฟฟ้าเฮกินัน สามารถป้องกันอุบัติเหตุอัคคีภัยที่เกิดกับกองถ่านหินได้ 100% ตั้งแต่เริ่มดำเนินการ

กำแพงกันลมที่ล้อมรอบลานกองถ่านหิน

         นอกจากนี้ยังมีระบบอื่นๆ ในการควบคุมมลพิษ เช่น การบำบัดน้ำเสียจากโรงไฟฟ้าให้ได้ตามมาตรฐานก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก การควบคุมอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น การควบคุมอัตราการสูบและปล่อยน้ำหล่อเย็นให้ช้า การติดตั้งผนังกันเสียง วัสดุดูดซับเสียง เลือกใช้หม้อแปลงที่มีเสียงรบกวนต่ำ การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดแบบ Real time เพื่อตรวจวัดก๊าซ Sulfur dioxide และ Nitrogen oxides ที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศ ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยรอบพื้นที่โรงไฟฟ้า รวมทั้งในขั้นตอนการขนถ่ายถ่านหินทั้งหมดจะเป็นระบบปิด นอกจากนี้ยังมีการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาสารโลหะหนักทั้งในน้ำ และอากาศทุก 3 เดือน เพื่อรายงานผลต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่สีเขียวของโรงไฟฟ้าเฮกินัน ที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์

         โรงไฟฟ้าเฮกินัน อยู่คู่กับชุมชนมายาวนานตั้งแต่ พ.ศ.2534 นอกจากมีหน้าที่ผลิตไฟฟ้าให้กับภูมิภาคชูบุของประเทศญี่ปุ่นแล้ว ยังได้ดำเนินงานบริการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยที่โรงไฟฟ้าเฮกินัน ได้เนรมิตพื้นที่ภายในโรงไฟฟ้าไว้เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการ เปิดบริการทุกวัน เวลา 9:00 – 16:30 น. ปิดทุกวันจันทร์ โดยได้เรียกพื้นที่สีเขียวที่จัดสรรไว้ให้สาธารณะประโยชน์ว่า “Electric, Greenery, and Environment Hekinan Tantopia” แบ่งเป็นส่วนย่อยต่าง ๆ ประกอบด้วย Electric Power Museum ศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์และการจัดแสดงสื่อผสมที่น่าสนใจ Healing Garden สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองประกอบด้วยสวนดอกไม้ สวนสมุนไพร และสวนน้ำ Eco Park เป็นบึงขนาดใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกป่านานาชนิดรวมทั้งแมลง เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่หลากหลาย Fishing Area บริเวณจุดปล่อยน้ำหล่อเย็น พบว่าเป็นจุดที่มีปลาชุกชุมจึงเปิดให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อนและตกปลา ปลาที่พบมากได้แก่ ปลาจาน ปลาหิน ปลาไอนาเมะ และปลากะพง

โรงไฟฟ้าเฮกินัน อยู่ร่วมกับวิถีชุมชนที่มีทั้งเกษตรกรรม ประมง และอุตสาหกรรม

          มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า “โรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินัน” โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีความใส่ใจปฏิบัติตามมาตรฐานทุกอย่างโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ทั้งการจัดการเชื้อเพลิง การผลิต การติดตามด้านสิ่งแวดล้อม เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับโรงไฟฟ้า ทั้งการควบคุมมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และการเปิดพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนมาใช้ประโยชน์ และมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าและลดมลภาวะลง นับเป็นอีกหนึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่อันดับต้นๆของโลก ที่เป็นโรงไฟฟ้าต้นแบบในการดำเนินงานภารกิจผลิตไฟฟ้าควบคู่การดูแลชุมชนอย่างแท้จริง